Member Login
Lost your password?

จากทหารห้ามจำหน่ายหนังสือ “จำนำข้าว” ถึงคำถามเรื่องการใช้อำนาจปิดกั้นเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์

มิถุนายน 14, 2017
By

หลังจากที่วานนี้ (11 มิ.ย. 60) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่าได้มีเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 8 นาย จากกองทัพภาคที่ 2 เดินทางไปที่บ้าน เพื่อนำ 4 คำถามของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปให้ตอบ ทั้งที่มีการเปิดให้ตอบคำถามอยู่แล้วที่ศูนย์ดำรงธรรม

เช้าวันนี้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงเรื่องดังกล่าว ว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยทหารไปพบนายยุทธพงศ์จริง แต่เป็นเรื่องของการเผยแพร่หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค “ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา” ที่ทางคสช.เคยห้ามแจกจ่ายเมื่อช่วงปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา โดยนายยุทธพงศ์เป็นหนึ่งในผู้เขียน ทางทหารร่วมกับเจ้าหน้าที่ของจังหวัดจึงไปขอร้องและเชิญมาพูดคุยในเรื่องนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องคำถาม 4 ข้อแต่อย่างใด โดยผบ.ทบ.ยังย้ำว่าหนังสือดังกล่าว ทางคสช.เคยให้ระงับการแจกจ่ายไปแล้ว

ทหารปิดกั้นงานเปิดตัวหนังสืออย่างน้อย 2 ครั้ง และยังคลุมเครือว่ามีการห้ามจำหน่ายหรือไม่

สำหรับหนังสือ “ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา” เป็นประเด็นที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารติดตามปิดกั้นการเผยแพร่ หรือการจัดกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับหนังสือตลอดสองสามเดือนที่ผ่านมา โดยหนังสือเล่มดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นนโยบายในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมถึงผลกระทบที่ชาวนาได้รับเมื่อไม่มีโครงการดังกล่าว หนังสือมีผู้เขียนเป็นอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั้งหมด 5 คน ได้แก่ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, นายสุรสาล ผาสุข, นายสมคิด เชื้อคง, นายสุชาติ ลายน้ำเงิน, นายนิยม ช่างพินิจ

ในการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ เมื่อวันที่ 25 มี.ค.60 เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้อ้างอำนาจตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558 ข้อ 12 เรื่องการชุมนุมทางการเมือง เพื่อสั่งให้ผู้จัดยกเลิกการแถลงข่าวที่สวนวชิรเบญจทัศหรือสวนรถไฟ โดยระบุว่ากิจกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเมือง จึงจะเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับดังกล่าว

ต่อมา วันที่ 29 เม.ย. ยังได้มีเจ้าหน้าที่ทหารไปขอให้ทางห้างสรรพสินค้ายกเลิกการให้ใช้พื้นที่เปิดตัวหนังสือที่บริเวณร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ สาขาไชยแสง จังหวัดสิงห์บุรี ทั้งยังมีการใช้กำลังทหารตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคุมพื้นที่ด้านในและนอกห้างสรรพสินค้า

ภาพการเข้าปิดกั้นงานเปิดตัวหนังสือที่จังหวัดสิงห์บุรี (จาก Kittiratt Na Ranong)

นอกจากนั้น ยังมีการบุกเข้าตรวจค้นบ้านของผู้เขียนหนังสือ โดยเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมอาวุธครบมือเข้าตรวจค้นบ้านที่จังหวัดลพบุรีของนายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ผู้เขียนหนังสือ ก่อนที่จะมีการยึดหนังสือเรื่องจำนำข้าวดังกล่าว จำนวนทั้งหมด 190 เล่มไปด้วย โดยไม่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจใดในการตรวจค้นและยึดหนังสือดังกล่าว

ขณะเดียวกัน หลังหนังสือเริ่มวางขายในช่วงกลางเดือนเมษายน ทางฝ่ายอดีตส.ส.ได้ระบุว่ามีการห้ามวางจำหน่ายหนังสือเล่มนี้ในร้านหนังสือหลายสาขา  แต่ทางผู้จัดการฝ่ายการตลาดของร้านหนังสือซีเอ็ดได้ระบุเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้ ว่าไม่ได้มีการห้ามขายหนังสือเล่มดังกล่าวแต่อย่างใด แต่เกิดจากการที่ไม่ได้สต๊อกสินค้าไว้เยอะ ทำให้ไม่มีวางจำหน่ายในบางสาขา หากทางซีเอ็ดก็ยอมรับว่าเคยมีการขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ห้ามไม่ให้จัดงานเปิดตัวหนังสือที่จังหวัดสิงห์บุรีมาแล้ว

 

คำถามเรื่องการใช้อำนาจห้ามเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์

จากรายงานข่าว จนกระทั่งทางผบ.ทบ. ระบุว่าเคยให้ระงับการแจกจ่ายไปแล้ว จึงไม่ปรากฏชัดว่าเจ้าหน้าที่มีการใช้อำนาจตามกฎหมายใดในการห้ามจำหน่ายจ่ายแจกหนังสือ แม้จะมีการอ้างคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 ในการห้ามจัดกิจกรรมเปิดตัวหนังสือก็ตาม แต่คำสั่งดังกล่าวก็ไม่ได้ให้อำนาจที่เกี่ยวข้องกับการห้ามเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์แต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ โดยปกติ การจะสั่งห้ามเผยแพร่หนังสือหรือสื่อสิ่งพิมพ์ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 จะให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจออกคำสั่ง โดยกำหนดกรอบเนื้อหาสิ่งพิมพ์ที่จะออกคำสั่งห้ามว่าเป็น “สิ่งพิมพ์ใด ๆ ที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือจะกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” ทั้งยังกำหนดให้มีการประกาศคำสั่งห้ามเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา และให้อำนาจผบ.ตร.มีอำนาจริบและทำลายหนังสือที่ถูกสั่งห้ามดังกล่าว

ตั้งแต่หลังการรัฐประหาร 22 พ.ค.57 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เคยมีการอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ดังกล่าว ออกคำสั่งเรื่องการห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร มาแล้ว 3 ฉบับ โดยทั้งหมดเป็นสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้แก่ หนังสือ A Kingdom in Crisis (คำสั่งสตช.ที่ 609/2557 ลงวันที่ 11 พ.ย.57), นิตยสารภาษาฝรั่งเศสชื่อ Marie Claire ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2558 (คำสั่งสตช.ที่ 156/2559 ลงวันที่ 16 มี.ค.59) และบทความ “Thailand : Colossally Popular” จากหนังสือ The New Age of the Kings: Modern Monarchies In Malaysia and the World (คำสั่งสตช.ที่ 196/2559 ลงวันที่ 4 เม.ย.59)

หนังสือ A Kingdom in Crisis ซึ่งถูกห้ามนำเข้าเผยแพร่ในราชอาณาจักรหลังรัฐประหาร

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ยังเคยมีรูปแบบการห้ามเผยแพร่หนังสือในลักษณะอย่างไม่เป็นทางการ อาทิเช่น กรณีหนังสือ A Coup for the Rich ที่ไม่เคยมีการออกประกาศเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษา แต่เมื่อปี 2551 กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เคยออกหนังสือเรื่องการขอความร่วมมือให้งดจำหน่าย ส่งถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อให้ศูนย์หนังสือของมหาวิทยาลัยหยุดขายหนังสือดังกล่าว โดยอ้างว่ามีเนื้อหาดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์

นอกจากพ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ดังกล่าวแล้ว หลังการรัฐประหาร 2557 นี้  คสช.ยังมีการออกประกาศหลายฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมสื่อต่างๆ โดยเฉพาะประกาศคสช.ฉบับที่ 97/2557 ที่ระบุห้ามบุคคลและสื่อทุกประเภทสัมภาษณ์นักวิชาการ อดีตข้าราชการ และองค์กรอิสระ ในลักษณะที่อาจขยายความขัดแย้งหรือนำไปสู่ความรุนแรง และยังห้ามการวิพากษ์ วิจารณ์การปฏิบัติงานของคสช. และบุคคลที่เกี่ยวข้อง หากฝ่าฝืนให้ระงับการจำหน่าย จ่าย แจก หรือเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์ได้ทันที

แต่เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์และคัดค้านจากสมาคมวิชาชีพสื่อ ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีการออกประกาศคสช.ฉบับที่ 103/2557 เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศฉบับที่ 97 ดังกล่าว โดยเปิดให้สื่อวิจารณ์การทำงานของ คสช. ได้บ้าง แต่ห้ามวิพากษ์วิจารณ์โดยมีเจตนาไม่สุจริต เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของคสช. ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ และแก้เรื่องการระงับการเผยแพร่ได้ทันที เป็นให้พนักงานเจ้าหน้าที่อาจส่งเรื่องให้องค์กรวิชาชีพดําเนินการสอบสวนทางจริยธรรมแทน ตามประกาศคสช.ฉบับนี้ จึงไม่ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารสั่งระงับการจำหน่ายหรือเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์ได้ทันที

แม้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีการอ้างอำนาจตาม “กฎหมาย” ใดหรือไม่ในการสั่งห้ามการเผยแพร่หรือจำหน่ายหนังสือ “ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา” แต่สถานการณ์ที่คสช.และเจ้าหน้าที่กล่าวอ้างอำนาจอย่างคลุมเครือ กว้างขวาง ไม่มีความชัดเจน และตรวจสอบไม่ได้ แม้แต่การใช้ประกาศคำสั่งที่ออกมาโดยคณะรัฐประหารเองก็ตาม ก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อการใช้เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พ.ศ.2560 จะรองรับสิทธิเสรีภาพของประชาชนไว้อย่างไรก็ตาม

 

Tags: , , , , , , , ,



TAG

112 116 BBC Thai freedom of expression Head of NCPO order 3/58 military court NDM กฎอัยการศึก กรุงเทพ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ขอนแก่น ข้อหาชุมนุมทางการเมือง ควบคุมตัวมิชอบ คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา จ่านิว ดาวดิน บีบีซีไทย ประชามติ ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ร.บ.ประชามติ พรบ.คอมฯ พรบ.ชุมนุมสาธารณะ พฤติการณ์คุกคาม พูดเพื่อเสรีภาพ มทบ.11 มาตรา 44 มาตรา 112 ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลทหาร ศาลทหารกรุงเทพ ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ศูนย์ปราบโกงประชามติ สภ.เมืองขอนแก่น สิทธิในกระบวนการยุติธรรม เฟซบุ๊ค เสรีภาพการชุมนุม เสรีภาพการแสดงออก เสรีภาพในการแสดงออก แชร์เฟซบุ๊ก ไผ่ จตุภัทร์ ไผ่ ดาวดิน