Member Login
Lost your password?

เก็บตกเวทีรายงาน CEDAW: คณะกรรมการ UN ยังถามไทยถึงการใช้ ม.112-การคุกคามนักปกป้องสิทธิฯ

07/07/2017
By

เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่สำนักงานองค์การสหประชาชาติ กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีการพิจารณารายงานการปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ หรือซีดอว์ (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women: CEDAW) ในรอบของประเทศไทย

อนุสัญญา CEDAW เป็นอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ที่มุ่งเน้นเรื่องสิทธิสตรี รวมถึงการปกป้องสิทธิมนุษยชนประเด็นอื่นๆ ต่อสตรี ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีเมื่อวันที่ 9 ส.ค.2528 โดยรัฐภาคีมีหน้าที่ต้องรายงานการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ ต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีของสหประชาชาติ ในการพิจารณารายงานของประเทศไทยรอบนี้ เป็นการรวมการพิจารณารายงานรอบที่ 6 และ 7 เข้าด้วยกัน

การนำเสนอรายงานของประเทศไทย มีนางนภา เศรษฐกร รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้นำเสนอ และยังมีตัวแทนจากศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถานภาพสตรีแห่งชาติ ตัวแทนจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงต่างประเทศ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมเดินทางไปด้วย

นอกจากนั้นยังมีองค์กรภาคประชาสังคมไทยได้จัดทำรายงานคู่ขนาน และร่วมรายงานสถานการณ์เรื่องสิทธิสตรีของประเทศไทยด้วย โดยยังมีการออกแถลงการณ์รายงานสถานการณ์ไทยภายใต้อนุสัญญา CEDAW ด้วย (อ่านใน ภาค ปชช.ไทย รายงาน กก.ขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี ย้ำหลังรัฐประหารการต่อสู้ยิ่งยากขึ้น)

ในการประชุม ทางคณะกรรมการของ UN ได้ตั้งประเด็นคำถามในหลายประเด็น อาทิเช่น ประเด็นการปกป้องสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงมุสลิมในสามจังหวัดภาคใต้, ประเด็นสิทธิของผู้หญิงที่ทำงานเป็นพนักงานบริการ, การถูกลดระดับจาก A ไปเป็น B ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.), ประเด็นการค้ามนุษย์, ประเด็นการได้รับการศึกษาของผู้หญิง หรือประเด็นการบัญญัติในรัฐธรรมนูญเรื่อง “การเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” ว่าหมายถึงอะไร ในเมื่อการเลือกปฏิบัติย่อมไม่เป็นธรรมอยู่แล้ว เป็นต้น (ดูสรุปประเด็นคำถามและคำตอบของคณะผู้แทนไทยในเว็บไซต์ของ OHCHR)

บรรยากาศการประชุมทีเจนีวา (ภาพจากเพจ จากเจนีวาสู่ไทยแลนด์ ภารกิจแม่หญิงตามติดประชุม cedaw)

ประเด็นผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112

นอกจากนั้น ทางคณะกรรมการ UN ยังได้ตั้งคำถามถึงประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันด้วย ประเด็นหนึ่งที่ถูกถาม ได้แก่ คณะกรรมการฯ ได้แสดงความห่วงกังวลถึงสถานะและประสิทธิผลของศาลพลเรือนในการปกป้องสิทธิมนุษยชนของประชาชนในบริบทของการใช้กฎหมายมาตรา 112 โดยเฉพาะผู้ถูกดำเนินคดีที่เป็นผู้หญิง

ในประเด็นนี้ ทางคณะผู้แทนรัฐบาลได้ชี้แจงว่าประเทศไทยได้แยกกระบวนยุติธรรมระหว่างศาลทหารและศาลพลเรือน ศาลทหารมีเขตอำนาจศาลเหนือสมาชิกในกองทัพทั้งหมด โดยไม่เกี่ยวกับว่าใครเป็นผู้เสียหาย และยังมีอำนาจในการลงโทษทางวินัยต่อบุคลากรในกองทัพ แต่ก็มีสถานการณ์ยกเว้น คือในช่วงเวลาสงคราม ความขัดแย้งด้วยกำลังอาวุธ หรือระหว่างการรัฐประหาร ที่กระบวนการยุติธรรมของศาลทหารจะมีเขตอำนาจกว้างขวางขึ้น ตามคำแถลงของศาลทหารที่มีการยื่นต่อคณะกรรมการฯ ไป

คณะผู้แทนไทยยังยืนยันกับคณะกรรมการ UN ว่าทุกศาลของประเทศไทยปฏิบัติตามหลักนิติรัฐ พันธะระหว่างประเทศ และแนวคิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

ประเด็นสัดส่วนของผู้หญิงในทางการเมือง

คณะกรรมการ UN ยังได้ตั้งคำถามถึงสถานการณ์ของรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจในปัจจุบัน ซึ่งเป็นรัฐบาลทหารอันล้วนเป็นเพศชาย และตั้งข้อสังเกตด้วยว่าตำแหน่งต่างๆ ที่มาจากการแต่งตั้งโดยรัฐบาลทหารก็ล้วนเป็นเพศชาย

คณะกรรมการฯ ระบุว่าสัดส่วนของผู้หญิงในการทางการเมืองยังไม่ชัดเจน โดยจากข้อมูลของประเทศไทยในปี 2014 ผู้หญิงยังคงมีบทบาทไม่มากนักในหน่วยงานทางการเมือง แม้ว่าจะมีแนวทางที่จะสนับสนุนให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจก็ตาม คณะกรรมการฯ จึงตั้งคำถามว่าไทยจะมีวิธีเพิ่มเติมสัดส่วนของตัวแทนผู้หญิงในหน่วยงานทางการเมือง ทั้งในสภาและหน่วยบริหารราชการ โดยเฉพาะในองค์กรด้านการทูต และด้านตุลาการ เช่นเดียวกันกับภาคเอกชนได้อย่างไร

คณะผู้แทนรัฐบาลไทยรายงานว่าในเดือนมิ.ย.60 นี้ มีผู้หญิง 16 คน อยู่ในตำแหน่งผู้บริหารของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งคิดเป็น 41% รวมทั้งตำแหน่งปลัดกระทรวง และมีเอกอัครราชทูตที่เป็นผู้หญิง 9 คน จาก 67 คน คิดเป็น 13% และสัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งบริหารระดับกลางของกระทรวงอยู่ที่ประมาณ 40%

ในด้านของตัวแทนทางการเมือง คณะผู้แทนฯ ระบุว่าขณะนี้มีผู้หญิงประมาณ 16% อยู่ในตำแหน่งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยตัวเลขนี้ ไทยมีสูงเป็นหนึ่งในสามประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกเรื่องสัดส่วนของผู้หญิง ส่วนตัวแทนของผู้หญิงในวงการตุลาการ มีสูงกว่า 40% อยู่ในตำแหน่งผู้พิพากษา อีกทั้ง ไทยยังมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะตระเตรียมให้ผู้หญิงสามารถลงสมัครทางการเมือง ทั้งการฝึกอบรม และสร้างความตระหนักรู้ ขณะที่กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างจัดทำ

บรรยากาศการประชุมของภาคประชาสังคม (ภาพจากเพจ จากเจนีวาสู่ไทยแลนด์ ภารกิจแม่หญิงตามติดประชุม cedaw)

ประเด็นการข่มขู่คุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิง

อีกประเด็นหนึ่งที่คณะกรรมการของ UN แสดงความห่วงกังวลอย่างมาก คือประเด็นการใช้ความรุนแรงและการข่มขู่คุกคามต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิง (Human rights defenders) โดยเฉพาะกลุ่มนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เป็นผู้หญิงในชนบท กลุ่มผู้หญิงชาติพันธุ์ ผู้หญิงในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ รวมทั้งกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ภายใต้สถานการณ์ที่มีการล่วงละเมิด การข่มขู่คุกคาม การทำร้าย ไปจนถึงการซ้อมทรมาน การฆาตกรรม และการบังคับให้สูญหาย

คณะกรรมการฯ ได้ตั้งคำถามว่าไทยจะมีมาตรการอย่างไรบ้าง ที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิงที่เรียกร้องประเด็นต่างๆ ถูกเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจใช้กระบวนการลงโทษทางอาญาดำเนินการต่อกิจกรรมเหล่านั้น รวมทั้งยังตั้งคำถามเรื่องมาตรการที่ไทยจะเสริมสร้างประสิทธิผลของสำนักงานคุ้มครองพยาน การทำให้เงื่อนไขในการเข้าถึงกองทุนยุติธรรมเป็นไปได้ง่ายขึ้น และการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิงจากการใช้กฎหมายและกระบวนยุติธรรมเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งและปิดกั้นการแสดงออก (judicial harassment)

คณะผู้แทนรัฐบาลระบุว่าไทยยอมรับพันธะในการรับรองเสรีภาพและอิสรภาพในการทำงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและทนายความ โดยในปี 2016 ได้มีการจัดทำคู่มือสำหรับนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งจัดทำขึ้นโดยความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคม และสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิภาค โดยยังเป็นขั้นตอนเริ่มต้นในประเทศไทยและจำเป็นต้องปฏิบัติสิ่งอื่นๆ มากขึ้น รวมทั้งการพัฒนานิยามของ “นักปกป้องสิทธิมนุษยชน” และวิธีการปกป้องคุ้มครอง โดยนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจะได้รับการรวมเป็นกลุ่มเป้าหมายในร่างแผนสิทธิมนุษยชนของชาติฉบับที่ 4 นี้

ทั้งนี้ หลังจากการรายงานครั้งนี้เสร็จสิ้น ทางคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีของสหประชาชาติจะจัดทำข้อสังเกตเชิงสรุป (Concluding Observations) ซึ่งรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ภายใต้อนุสัญญาฉบับนี้ ส่งกลับมายังรัฐบาลไทยและเผยแพร่สาธารณะต่อไปด้วย

 

Tags: , , , , , , , ,



Top Posts

TAG

112 116 BBC Thai freedom of expression Head of NCPO order 3/58 military court NDM กฎอัยการศึก กรุงเทพ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ขอนแก่น ควบคุมตัวมิชอบ คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา จ่านิว ดาวดิน บีบีซีไทย ประชามติ ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ประชามติ พรบ.ชุมนุมสาธารณะ พฤติการณ์คุกคาม พูดเพื่อเสรีภาพ ม.112 มทบ.11 มาตรา 44 มาตรา 112 ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลทหาร ศาลทหารกรุงเทพ ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ศูนย์ปราบโกงประชามติ สภ.เมืองขอนแก่น สิทธิในกระบวนการยุติธรรม หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ เฟซบุ๊ค เสรีภาพการชุมนุม เสรีภาพการแสดงออก เสรีภาพในการแสดงออก แชร์เฟซบุ๊ก ไผ่ จตุภัทร์ ไผ่ ดาวดิน