Member Login
Lost your password?

แถลงการณ์กรณีการควบคุมตัว นายเจริญชัย แซ่ตั้ง โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

07/07/2017
By

จากกรณีที่ นายเจริญชัย แซ่ตั้ง นักเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้มีการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (หมิ่นพระมหากษัตริย์) ถูกเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบซึ่งอ้างว่าใช้อำนาจตามมาตรา 44 ยึดอุปกรณ์สื่อสารและจับกุมตัวจากบ้านพักโดยนำตัวไปควบคุมต่อในมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 จนกระทั่งปัจจุบัน ยังไม่มีผู้ใดสามารถติดต่อนายเจริญชัยได้ ทั้งนี้ ญาติของนายเจริญชัยได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุคคโล ว่ามีการจัดทำบันทึกเชิญตัวโดยระบุเหตุที่ควบคุมนายเจริญชัยว่ามีพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำความผิดตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญาแต่ยังมิได้ดำเนินคดี และแม้ญาติจะติดตามขอเข้าพบนายเจริญชัย ณ มทบ.11 ถึง 2 ครั้ง แต่กลับได้รับการปฏิเสธโดยไม่มีการชี้แจงอำนาจ เหตุและระยะเวลาในการควบคุมตัวแต่อย่างใด (อ่านต่อที่นี่)

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่ารูปแบบการจับกุมและควบคุมตัวดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายหลังการรัฐประหารเมื่อปี 2557 ยิ่งเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐสามารถกล่าวอ้างการใช้อำนาจนั้นได้เพราะได้รับการรับรองไว้ให้ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 44 และโดยคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 และ 13/2559 กระบวนการควบคุมตัวบุคคลได้มากสุดถึง 7 วัน จึงกลายเป็นมาตรการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของผู้ถูกควบคุมโดยมิได้รับการตรวจสอบจากองค์กรตุลาการ (อ่านต่อที่นี่) ยิ่งไปกว่านั้น กรณีที่มีการดำเนินคดีกับผู้ถูกควบคุมตัวในภายหลัง ข้อเท็จจริงที่ได้มาระหว่างการควบคุมดังกล่าวกลับถูกรวมเข้าในสำนวนการสอบสวน ซึ่งขัดต่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและหลักการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม

ศูนย์ทนายความฯ ขอย้ำว่า การกระทำดังกล่าวของรัฐเป็นการควบคุมตัวบุคคลโดยใช้อำนาจตามอำเภอใจซึ่งอาศัยฐานที่มาแห่งกฎหมายจากการรัฐประหาร อันมีผลโดยตรงทำให้ผู้ถูกควบคุมตัวซึ่งขณะนี้อยู่ในที่ลับและไม่สามารถติดต่อบุคคลใดได้ เสี่ยงต่อการกระทำทรมานและการปฏิบัติที่เลวร้ายอื่น ซึ่งศูนย์ทนายความฯ เห็นว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐจะกลายเป็นปัจจัยหนึ่งของการบังคับให้บุคคลหายสาบสูญโดยไม่สมัครใจอันละเมิดต่อตราสารระหว่างประเทศอย่าง ICCPR อย่างร้ายแรง และหากเจ้าหน้าที่รัฐยังไม่ยุติการปฏิบัติตามมาตรา 44 คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 และ 13/2559 ยิ่งจะเป็นการจงใจละเลยต่อพันธกรณีในฐานะรัฐภาคีด้วยการเปิดช่องว่างทางกฎหมายให้เกิดการควบคุมตัวโดยไม่ชอบตลอดทั้งไม่มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุผลของการควบคุมตัว ยกเว้นการตรวจสอบและควบคุมโดยศาลและตัดสิทธิมิให้ผู้ถูกควบคุมตัวเรียกร้องความรับผิดและการชดเชยจากรัฐ

การใช้อำนาจในลักษณะดังกล่าวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ควรถูกทำให้กลายเป็น “เรื่องปกติ” ที่เกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในสังคม และเพื่อยุติมิให้เกิดอาชญากรรมที่กระทำโดยรัฐและเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคล ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนขอเรียกร้องให้

1. เจ้าหน้าที่ทหารปล่อยตัวนายเจริญชัย แซ่ตั้ง โดยเร็วที่สุดและขอให้ผู้รับผิดชอบการควบคุมตัวนายเจริญชัยชี้แจงถึงอำนาจและเหตุในการควบคุมตัวดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ทหารต้องรับผิดชอบชดเชยเยียวยาหากเกิดความเสียหายใดๆต่อสิทธิเสรีภาพของนายเจริญชัย

2. เจ้าหน้าที่รัฐยุติการใช้อำนาจโดยอำเภอใจ การจับกุมและการควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะอ้างอำนาจตามมาตรา 44 คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 หรือ คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2559

3. ยกเลิกมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 และคำสั่งที่ออกตามความในมาตราดังกล่าว โดยเฉพาะคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 3/2558 และคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2559

ด้วยความเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

Tags: , , ,



Top Posts

TAG

112 116 BBC Thai freedom of expression Head of NCPO order 3/58 military court NDM กฎอัยการศึก กรุงเทพ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ขอนแก่น ข้อหาชุมนุมทางการเมือง ควบคุมตัวมิชอบ คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา จ่านิว บีบีซีไทย ประชามติ ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ร.บ.ประชามติ พฤติการณ์คุกคาม พูดเพื่อเสรีภาพ ม.112 มทบ.11 มาตรา 44 มาตรา 112 ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลทหาร ศาลทหารกรุงเทพ ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ศูนย์ปราบโกงประชามติ สภ.เมืองขอนแก่น สิทธิในกระบวนการยุติธรรม หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ เฟซบุ๊ค เรียกรายงานตัว เสรีภาพการชุมนุม เสรีภาพการแสดงออก เสรีภาพในการแสดงออก แชร์เฟซบุ๊ก ไผ่ จตุภัทร์ ไผ่ ดาวดิน