Member Login
Lost your password?

คำให้การจำเลยในฐานะพยานชั้นสอบสวนใช้ลงโทษจำเลยไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องคดีครอบครองอาวุธ

03/10/2017
By

3 ต.ค. 2560 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้องนายสมศักดิ์ พูลสวัสดิ์ในข้อหาครอบครองอาวุธ

ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่นายสมศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ถูกฟ้องในข้อหาครอบครองอาวุธสงคราม เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีการครอบครองและเคลื่อนย้ายอาวุธที่เป็นของ น.ส.มนัญชยา เกตุแก้วและ น.ส.กริชสุดา คุนะแสน ไปส่งต่อให้ น.ส.จันทนา วรากรสกุลกิจ (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีของเธอ ที่นี่) ซึ่งในศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องนายสมศักดิ์ไปแล้วเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2559 (อ่าน ที่นี่) แต่โจทก์ยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลอุทธรณ์ ทั้งนี้การนัดฟังคำพิพากษาครั้งนี้เป็นการเลื่อนมาจากวันที่ 30 ส.ค. 2560 เนื่องจากนายสมศักดิ์แจ้งว่าไม่ได้รับหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ประเด็นที่โจทก์อุทธรณ์สรุปได้ว่าตามที่ศาลได้พิจารณาว่าคดีนี้ไม่มีประจักษ์พยานที่อยู่กับนายสมศักดิ์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีมาเบิกความต่อศาลมีเพียงข้อเท็จจริงจากบันทึกคำเบิกความมาแสดงต่อศาลเท่านั้น แต่โจทก์เห็นว่าคดีนี้จำเลยได้ให้การในฐานะพยานกับพนักงานสอบสวนในคดีครอบครองอาวุธของ น.ส.จันทนา วรากรสกุลกิจ อย่างเป็นขั้นเป็นตอนมีรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยจึงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าอาวุธเป็นอาวุธชนิดและประเภทเดียวกันกับในคดีนี้ และเมื่อประกอบกับคำให้การพยานซึ่งเป็นภรรยาของจำเลยที่กล่าวถึงรายละเอียดคดีและเห็นอาวุธที่จำเลยนำมา แต่ที่โจทก์ไม่นำพยานปากนี้มาสืบเพราะเป็นภรรยาของจำเลยจึงเป็นเหตุให้สามารถรับฟังบันทึกคำให้การของพยานปากนี้ได้

อีกทั้งการที่จำเลยอ้างว่าทหารเพราะมีการตกลงกันว่าถ้าหากจำเลยให้ความร่วมมือจะไม่ดำเนินคดีกับจำเลยและภรรยาของจำเลย โดยเจ้าหน้าที่ทหารบอกให้จำเลยให้การไว้ตามเอกสารบันทึกคำให้การ และจำเลยก็ไม่ได้อ่านข้อความในเอกสารก่อนที่จะลงชื่อด้วย จึงเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาด้วยการจูงใจ ไม่ได้เป็นการให้การด้วยความสมัครใจ แต่โจทก์เห็นว่าจากพยานตำรวจที่เข้าร่วมการสอบสวนได้มาเบิกความว่าไม่ได้มีการบอกแก่จำเลยว่าจะไม่ดำเนินคดีหากยินยอมให้ความร่วมมือ ดังนั้นบันทึกคำให้การดังกล่าวจะรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้ร่วมกระทำความผิดจริง

ทั้งนี้ฝ่ายจำเลยได้โต้แย้งโจทก์ว่าพยานเอกสารคำให้การของจำเลยที่ให้การในฐานะพยานตามที่โจทก์อ้างถึงนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 134/4 เกี่ยวกับการที่จะต้องมีทนายความในระหว่างการสอบสวนทุกอนุมาตรา โดยในคำให้การจำเลยในฐานะพยานนั้นไม่มีการแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาและจำเลยไม่มีสิทธิที่จะให้ทนายความหรือบุคคลที่จำเลยไว้ใจเข้าร่วมการรับฟัง

นอกจากนั้นโจทก์ก็ไม่นำตัวนายเศก จันทสาร ที่โจทกก์ระบุว่ามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยมาเบิกความต่อศาลทั้งที่โจทก์สามารถทำได้ จึงทำให้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานมายืนยัน รวมถึงภรรยาของจำเลยที่โจทก์นำบันทึกคำให้การเข้ามาเป็นพยานหลักฐานแต่โจทก์ไม่ได้นำเข้ามาเบิกความต่อศาลเช่นกันทำให้จำเลยไม่สามารถซักค้านพยานปากนี้ได้จึงทำให้น้ำหนักของพยานปากนี้ที่ให้การไว้ในชั้นสอบสวนไม่มีน้ำหนักลงโทษจำเลยได้

จำเลยยังให้การไว้ในชั้นพิจารณาด้วยว่าคำให้การของตนในฐานะพยานที่ปรากฏตามบันทึกคำให้การคดีครอบครองอาวุธของ น.ส.จันทนา ยังเป็นคำให้การเพราะฝ่ายเจ้าหน้าที่มีข้อแลกเปลี่ยนว่าจะไม่ดำเนินคดีกับจำเลยและบุคคลในครอบครัว คำให้การดังกล่าวจึงเกิดขึ้นจากแรงจูงใจ ให้คำมั่น มีสัญญาแลกเปลี่ยน และการสอบคำให้การจำเลยตามบันทึกยังเกิดขึ้นในภายในเรือนตำตราดยามวิกาลซึ่งเป็นเวลาหลับนอนไม่ใช่เวลาที่จะสอบสวน ดังนั้นพยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบจึงไม่สามารถรับฟังมาลงโทษจำเลยได้

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องจำเลย เนื่องจากคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนในฐานะพยานในคดีของ น.ส.จันทนา วรากรสกุลกิจ ไม่สามารถนำมาลงโทษจำเลยได้ เพราะถือเป็นพยานหลักฐานที่ไม่ชอบ เนื่องจากคำให้การในชั้นสอบสวนที่จะนำมาลงโทษจำเลยได้ พนักงานสอบสวนจะต้องแจ้งสิทธิและแจ้งด้วยว่าคำให้การนั้นจะสามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานเอาผิดบุคคลนั้นได้ในชั้นศาล  แต่สำหรับคดีนี้ คำให้การที่โจทก์ประสงค์ใช้อ้างเป็นข้อสู้ต่อว่าจำเลยกระทำความผิดนั้น จำเลยได้ให้การไว้ในฐานะพยานเท่านั้น ไม่ได้ให้การในฐานะผู้ต้องหา และพนักงานสอบสวนก็ไม่ได้แจ้งถึงสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด คำให้การดังกล่าวจึงถือเป็นพยานหลักฐานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สามารถนำมาลงโทษจำเลยได้

นอกจากนี้ ศาลอุทธรณ์ยังเห็นว่า คำให้การชั้นสอบสวนของบุคคลอื่นถือเป็นพยานบอกเล่า จึงต้องมีเหตุผลหนักแน่นเพียงพอจะรับฟังโดยลำพังมาลงโทษจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227/1 ที่ระบุว่า ในการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซักทอด พยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้าน หรือพยานหลักฐานที่มีข้อบกพร่องประการอื่นอันอาจกระทบถึงความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดี หรือมีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน

เมื่อคำให้การในชั้นสอบสวนของบุคลอื่นดังกล่าวเป็นคำให้การอันเป็นพยานบอกเล่า ไม่มีเหตุผลหนักแน่นเพียงพอ จึงไม่สามารถนำมารับฟังลงโทษจำเลยได้ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

นายสมศักดิ์ถูกทหารจับกุมเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2557 พร้อมภรรยาที่โรงแรมสวีตอิน อ.เขาสมิง จ.ตราด ในการจับกุมทหารจำนวนหลายนาย พร้อมอาวุธได้ใช้ระเบิดควันยิงเข้าไปในห้องพักของโรงแรมก่อนและดำเนินการพังประตูห้องเข้าไปจับกุมตัวทั้งสองคน จากนั้นถูกใช้ผ้าปิดตาและมัดข้อมือไขว้หลังด้วยสายรัดแล้วถูกนำตัวขึ้นรถ จากนั้นก็ถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่ค่ายทหาร และทหารได้ทำการสอบสวนด้วยการข่มขู่ มีการคลุมศีรษะด้วยถุง และทำร้ายร่างกายจนกระทั่งปัสสาวะราด รวมถึงสร้างสถานการณ์จำลองว่าทหารจะมีเจตนาฆ่านายสมศักดิ์ เพื่อให้เกิดความหวาดกลัว เพื่อบังคับให้นายสมศักดิ์ยอมให้ข้อมูลและรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุกราดยิงเวที กปปส. ตราดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557 มาก่อน

ในส่วนของคดีนี้อาวุธปืนของกลางในคดีนี้ตามฟ้องระบุว่าถูกเอาไปใช้ในเหตุการณ์ยิงเวที กปปส. จังหวัดตราดเมื่อกุมภาพันธ์ ปี 2557 ซึ่งเป็นคดีแรกของนายสมศักดิ์ที่เขาถูกฟ้องว่าได้ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้คดีแรกของนายสมศักดิ์ศาลจังหวัดตราดซึ่งเป็นศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้องไปแล้วเมื่อ 27 ม.ค. 2559 (อ่านเพิ่มเติม ที่นี่) และศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยศาลได้พิจารณาจากการที่จำเลยได้ต่อสู้ว่าคำรับสารภาพของจำเลยไม่ได้มาโดยสมัครใจอีกทั้งพยานได้ให้การมีพิรุธจากการจูงใจ นอกจากนั้นพยานหลักฐานแวดล้อมที่มีการตรวจพิสูจน์ DNA ก็ไม่ได้ถูกตรวจยึดจากที่เกิดเหตุและโจทก์ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าพยานหลักฐานเหล่านี้เกี่ยวกับการก่อเหตุอย่างไร จึงพิพากษาให้ยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา (อ่าน ที่นี่)

Tags: , , , ,



Top Posts

TAG

112 116 BBC Thai freedom of expression Head of NCPO order 3/58 NDM กฎอัยการศึก กรุงเทพ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ขอนแก่น ควบคุมตัวมิชอบ คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา จ่านิว ชุมนุมทางการเมือง บีบีซีไทย ประชามติ ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ร.บ.ประชามติ พรบ.ชุมนุมสาธารณะ พฤติการณ์คุกคาม พูดเพื่อเสรีภาพ ม.112 มทบ.11 มาตรา 44 มาตรา 112 ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลทหาร ศาลทหารกรุงเทพ ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ศูนย์ปราบโกงประชามติ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม อานนท์ นำภา เฟซบุ๊ค เสรีภาพการชุมนุม เสรีภาพการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม เสรีภาพในการแสดงออก แชร์เฟซบุ๊ก ไผ่ จตุภัทร์ ไผ่ ดาวดิน