จากกรณีเมื่อวันที่ 16 พ.ย.60 ทางเพจของกลุ่มสมัชชาแม่โจ้เสรีเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นกลุ่มกิจกรรมนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้โพสต์ข้อความจำหน่ายเสื้อยืดที่ระบุว่าเป็น “เสื้อแม่โจ้เสรี รุ่นสุดท้าย” โดยมีภาพประกอบตัวอย่างเสื้อ เป็นเสื้อสีขาวมีข้อความสกรีนสองแบบ ได้แก่ ข้อความว่า “Freemaejo” และข้อความว่า “Free Maejo แม่โจ้เสรีเพื่อประชาธิปไตย For Democracy 2017” จำหน่ายในราคาตัวละ 199 บาท พร้อมกับระบุว่ารายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะร่วมบริจาคเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อสู้ของนักศึกษาในคดีทางการเมืองต่อไป

ตัวอย่างเสื้อยืดที่ทางกลุ่มสมัชชาแม่โจ้เสรีฯ โพสต์จำหน่าย

.

ต่อมา สมาชิกของกลุ่มสมัชชาแม่โจ้เสรีเพื่อประชาธิปไตยเปิดเผยกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่าได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของกองกิจการนักศึกษาของมหาวิทยาลัย โดยระบุว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ได้แจ้งมาว่าได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทหาร ให้แจ้งทางมหาวิทยาลัยให้ยุติการขายเสื้อดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมระบุว่าทางทหารจะมาพบกับเจ้าหน้าที่ของกองกิจการนักศึกษาเพื่อติดตามเรื่องดังกล่าวด้วย

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่งานวินัยและพัฒนานักศึกษา กองกิจการนักศึกษา ได้ประสานไปทางนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแม่โจ้รายหนึ่ง (ไม่ประสงค์เปิดเผยนาม) ให้เข้าไปพูดคุยที่กองกิจการนักศึกษา โดยในตอนแรกยังไม่ทราบสาเหตุที่มีการเรียกตัวไปพูดคุยแน่ชัด จนกระทั่งนักศึกษารายดังกล่าวได้เดินทางเข้าไปพูดคุย จึงทราบว่าเป็นกรณีการขายเสื้อยืดของกลุ่มสมัชชาแม่โจ้เสรีฯ ดังกล่าว

ทางเจ้าหน้าที่งานวินัยฯ ระบุว่าทางมหาวิทยาลัยได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเห็นว่ากิจกรรมการขายเสื้อดังกล่าวมีความสุ่มเสี่ยงเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะมีการประกาศในเพจเฟซบุ๊กว่าจะนำเงินรายได้ไปช่วยเหลือผู้ต้องหาในคดีทางการเมือง เจ้าหน้าที่ได้พยายามสอบถามรายละเอียดเรื่องการขายเสื้อดังกล่าว และเรื่องผู้จัดทำเพจของกลุ่มสมัชชาแม่โจ้เสรีฯ

เจ้าหน้าที่งานวินัยฯ ยังได้ขอความร่วมมือในลักษณะว่าไม่อยากให้ขายเสื้อดังกล่าว และขอให้ลบเพจดังกล่าวออกไปด้วย เจ้าหน้าที่ยังได้ให้นักศึกษารายดังกล่าวเขียนบันทึกถ้อยคำการเข้าพูดคุยในแบบฟอร์มด้วย พร้อมกับถ่ายรูปนักศึกษาและถ่ายสำเนาบัตรประชาชนเอาไว้ โดยแจ้งว่าจะส่งรายงานไปให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นักศึกษารายดังกล่าวระบุว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายเสื้อยืดดังกล่าว เพียงแต่เคยเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มแม่โจ้เสรีฯ เท่านั้น อีกทั้งทราบว่าการขายเสื้อดังกล่าว ยังเป็นไปในโอกาสที่ทางกลุ่มกำลังจะปิดตัวลงด้วย และไม่คิดว่าการขายเสื้อดังกล่าวจะมีความผิดใดๆ โดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทางเจ้าหน้าที่จะมีการติดตามใครไปพูดคุยเพิ่มเติมอีกหรือไม่