แถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดี ต่อผู้ใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ

05/02/2018
By

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561

            เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 มีกลุ่มประชาชนออกมาชุมนุมถือป้ายให้กำลังใจและสนับสนุน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ บริเวณหน้ากระทรวงกลาโหม  ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน. พระราชวังได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ชุมนุม ต่อมาวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 นายอดุลย์ ธรรมจิตต์ หนึ่งในผู้ชุมนุมได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง เพื่อรับข้อกล่าวหาว่าเข้าร่วมการชุมนุมเกิน 5 คน โดยไม่ได้รับอนุญาตตามคำสั่ง หัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 และชุมนุมในเขตรัศมีไม่เกิน 150 เมตร จากเขตพระราชฐาน ตามมาตรา 7 ประกอบกับมาตรา 27 พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ  พ.ศ. 2558

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่า บนพื้นฐานของการบังคับใช้กฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติ รัฐไทย ในฐานะภาคีของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง(ICCPR) ต้องผูกพันต่อการใช้อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการไปในทางเคารพ รับรอง ปกป้อง และคุ้มครองซึ่งเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ ซึ่งกำหนดไว้ในข้อบทที่ 21 ของกติกาดังกล่าว และที่ได้รองรับไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560  มาตรา 44

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จึงมีความเห็นต่อการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลซึ่งใช้เสรีภาพชุมนุมตามที่ปรากฏรายละเอียดในข้างต้น ดังนี้

  1. ในปัจจุบันพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 เป็นกฎหมายหลักซึ่งบัญญัติลักษณะการใช้เสรีภาพในการชุมนุมในที่สาธารณะ และอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้สิทธิดังกล่าว โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่า กฎหมายชุมนุมสาธารณะนั้นจำกัดการใช้สิทธิในการชุมนุมของประชาชนเกินความจำเป็นและไม่ได้สัดส่วนจนกระทบต่อสาระสำคัญแห่งการใช้สิทธินั้น ซึ่งรวมถึงมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วย
  2. การดำเนินคดีด้วยข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12. และพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ที่เกิดขึ้นกับบุคคลทั่วไปอย่างกรณีข้างต้นตลอดจนการชุมนุมของเครือข่ายประชาชน People Go และกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง (MBK 39) เป็นผลจากการที่เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายเห็นว่า เป็นการชุมนุมที่มีลักษณะมั่วสุมหรือเป็นการชุมนุมทางการเมือง ทำให้ขอบเขตของการชุมนุมสาธารณะ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้เสรีภาพชุมนุมที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศ กลายเป็นเสรีภาพที่ขึ้นอยู่กับอำเภอใจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายว่าจะใช้ดุลพินิจตีความการชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมทางการเมืองหรือไม่ หรือเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ต้องแจ้งการชุมนุมตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558

3.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ได้มีข้อสังเกตเชิงสรุปต่อรายงานตามวาระฉบับที่สองของประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมาว่า ไทยควรจะประกันและคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และหลีกเลี่ยงการจำกัดใด ๆ ที่ไม่สอดคล้องตามหลักเกณฑ์การเลี่ยงพันธกรณีของข้อ 4 ของ ICCPRโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรงดเว้นจากการควบคุมตัวบุคคลที่ใช้สิทธิของตนโดยไม่ได้เป็นเหตุให้เกิดความเสี่ยงอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงแห่งชาติหรือความสงบเรียบร้อยของสาธารณะ

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจและบุคคลากรที่เกี่ยวข้อง ยุติการดำเนินคดีต่อผู้ใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบตามที่รัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศรับรองทุกกรณี และเรียกร้องให้รัฐไทยเคารพการใช้สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของประชาชน ตลอดจนยอมรับว่าสิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิที่จำเป็นและต้องสามารถกระทำได้บนวิถีทางแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

 

 

 

Tags: , , , , , , , , ,



TAG

112 116 BBC Thai freedom of expression Head of NCPO order 3/58 military court NDM กฎอัยการศึก กรุงเทพ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ขอนแก่น ควบคุมตัวมิชอบ คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา จ่านิว ดาวดิน บีบีซีไทย ประชามติ ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ร.บ.ประชามติ พฤติการณ์คุกคาม พูดเพื่อเสรีภาพ ม.112 มทบ.11 มาตรา 44 มาตรา 112 ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลทหาร ศาลทหารกรุงเทพ ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ศูนย์ปราบโกงประชามติ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม เฟซบุ๊ค เรียกรายงานตัว เสรีภาพการชุมนุม เสรีภาพการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม เสรีภาพในการแสดงออก แชร์เฟซบุ๊ก ไผ่ จตุภัทร์ ไผ่ ดาวดิน