หลังจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ข่าวว่าจะมีการบัญญัติให้พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เริ่มบังคับใช้ภายหลังการประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน ซึ่งเท่ากับว่าการเลือกตั้งทั่วไปจะถูกเลื่อนออกไปจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเคยกล่าวเอาไว้ ว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2561 ออกไปอีกเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562

ประชาชนที่รอคอยการเลือกตั้งและการกลับคืนสู่ระบอบ “ประชาธิปไตย” มาโดยตลอดตั้งแต่มีการรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค.2557 จึงเกิดความไม่พอใจที่รัฐบาลทหารประกาศว่าจะให้มีเลือกตั้ง แต่ก็กลับเลื่อนเวลาออกไปหลายครั้งแล้ว ทำให้ประชาชนเหล่านี้ออกมารวมตัวชุมนุมกันเรียกร้องให้มีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนภายในปีนี้ และให้ คสช. หยุดสืบทอดอำนาจทางการเมืองต่อไปด้วย

แต่เพียงแค่การเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง  คสช. กลับมีการดำเนินคดีกับประชาชนที่มาร่วมชุมนุมไปแล้วทั้งหมด 6 คดี (เหตุในกรุงเทพฯ มีการแยกฟ้องเป็น 2 คดี ทั้งสองครั้ง) มีจำนวนบุคคลถูกดำเนินคดีถึง 77 คน บางคนถูกแจ้งความ 2 คดี บางคน 3 คดี ทั้งในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ข้อหาตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ และข้อหายุยงปลุกปั่น (มาตรา116) (ดูตารางรายชื่อผู้ที่ถูกดำเนินคดีทั้งหมดได้ด้านท้ายรายงาน)

MBK39: สกายวอล์คแยกปทุมวัน กรุงเทพฯ

หลังจากการชุมนุมที่กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) และกลุ่ม Start Up People จัดขึ้นเมื่อ 27 ม.ค.2561 ที่สกายวอล์คแยกปทุมวัน ผู้เข้าร่วมการชุมนุมจำนวน 39 คน ถูกแจ้งความดำเนินคดีโดยพ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก แยกกันเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาชุมนุมห่างจากเขตพระราชฐานไม่เกิน 150 เมตร ตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ และฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/58 เรื่องชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จำนวนทั้งหมด 30 คน ซึ่งคดีอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลแขวงปทุมวัน

ส่วนอีก 9 คนที่เหลือ ได้แก่ 1.นายรังสิมันต์ โรม 2.น.ส.ณัฎฐา มหัทธนา 3.นายอานนท์ นำภา 4.นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ 5.นายเอกชัย หงส์กังวาน 6. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ 7.นายวีระ สมความคิด 7.นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล และ 9.นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ถูกแจ้งข้อหายุยงปลุกปั่น เป็นอีก 1 ข้อหาด้วย และคดีอยู่อำนาจพิจารณาโดยศาลอาญากรุงเทพใต้

ผู้ชุมนุมเกือบทั้งหมดหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วได้เลือกที่จะต่อสู้คดี ทั้งนี้มี 2 คน เลือกรับสารภาพ และศาลแขวงปทุมวันได้ตัดสินลงโทษจำคุก 12 วัน ปรับ 6 พันบาท แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 6 วัน ปรับ 3,000 บาท และโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี(อ่าน ที่นี่)

นายนพเกล้า คงสุวรรณ์(ซ้าย) และนายนพพร นามเชียงใต้ สองจำเลยที่ให้การรับสารภาพ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังอัยการศาลแขวงปทุมวันมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีผู้ชุมนุมจำนวน 28 คน ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ และฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. โดยอัยการให้เหตุผลว่าการดำเนินคดีกับประชาชนนั้นไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่ยังต้องรอการพิจารณาจากอัยการสูงสุดว่าจะมีความเห็นอย่างไรต่อไป(อ่าน ที่นี่)

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามกันต่อในวันที่ 2 เม.ย. ที่จะถึงนี้ ว่าสำหรับกลุ่ม 9 คน ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการปราศรัยและให้สัมภาษณ์ในเชิงยุยงปลุกปั่นตาม ม.116 อยู่ด้วย อัยการจะมีความเห็นสั่งฟ้องคดีหรือไม่

RDN 50: อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพฯ

แม้ว่าการชุมนุมเรียกร้องเลือกตั้งที่สกายวอล์คแยกปทุมวัน จะส่งผลให้มีผู้ถูกดำเนินคดีถึง 39 คน แต่ประชาชนก็ยังกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในการชุมนุม “หยุดยื้ออำนาจ หยุดยื้อเลือกตั้ง: หมดเวลา คสช. ถึงเวลาประชาชน” เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ในครั้งนี้ทางผู้จัด ได้แก่ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) และกลุ่ม Start Up People ก็ปฏิบัติตาม  พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ โดยมีการแจ้งจัดการชุมนุมไปยัง สน.สำราญราษฎร์ก่อนถึงวันทำกิจกรรม(อ่าน ที่นี่)

อย่างไรก็ตามจากการรวมตัวกันครั้งนี้ คสช. มอบอำนาจให้พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เช่นเดิม เดินหน้าแจ้งความดำเนินคดีบุคคลถึง 50 คน ที่สน.นางเลิ้ง แยกเป็นการกล่าวหาในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/58 จำนวน 43 คน

ส่วนอีก  7 คน ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแกนนำการชุมนุม ถูกแจ้งข้อหายุยงปลุกปั่นตามมาตรา 116 เพิ่มอีก 1 ข้อหา ได้แก่ 1. นายรังสิมันต์ โรม 2. น.ส.ณัฎฐา มหัทธนา 3. นายอานนท์ นำภา 4. นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ 5. นายกาณฑ์ พงษ์ประพันธ์ 6. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และ 7. น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว

บุคคลทั้ง 50 คนนี้มีถึง 21 คน ที่ถูกดำเนินคดีจากเหตุที่สกายวอล์คแยกปทุมวันมาแล้วด้วย แต่ในรายชื่อทั้งหมด 50 คน ก็มีกรณีคนที่ถึงไม่ได้ไปปรากฏตัวที่การชุมนุม แต่ก็ถูกแจ้งความเข้ามาด้วย คือนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ ภายหลังพนักงานสอบสวนก็ไม่ได้มีการเรียกนายพันธ์ศักดิ์มารับทราบข้อกล่าวหา

ผู้ต้องหาทั้งหมดได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดแล้ว และสำนวนคดีนี้อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาของอัยการผู้รับผิดชอบคดีว่าจะสั่งฟ้องต่อศาลหรือไม่ สำหรับกลุ่มแกนนำ 7 คน จะเข้าฟังคำสั่งในวันที่ 5 เม.ย.2561 ที่ศาลอาญา และกลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุมอีก 42 คน จะฟังคำสั่งในวันที่ 5 เม.ย. ที่ศาลแขวงดุสิต

ทั้งนี้กลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุม 30 คน ยังได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึงอัยการสูงสุด เพื่อให้มีคำสั่งไม่สั่งฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าจะเป็นการปิดกั้นการแสดงออกที่ได้รับรองเอาไว้ตามรัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศ ทั้งการดำเนินคดีต่อจะไม่เป็นประโยชน์สาธารณะ เช่นเดียวกับกรณีการชุมนุมเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งที่สกายวอล์คแยกปทุมวัน(อ่าน ที่นี่)

CMU06: หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เมื่อกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดการเลือกตั้งเริ่มจุดติด ทำให้การเคลื่อนไหวของประชาชนได้ขยายตัวออกไปนอกกรุงเทพ ในวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา นักศึกษากลุ่มสมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตยได้จัดกิจกรรม “รวมพลคนอยากเลือกตั้ง” ใน “เทศกาลแห่งความหมดรัก” เรียกร้องให้มีเลือกตั้งที่บริเวณหน้าป้ายมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีคนเข้าร่วมราว 100 คน และเป็นกิจกรรมสั้นๆ ราวหนึ่งชั่วโมงผู้เข้าร่วมก็แยกย้ายกันกลับ

ครั้งนี้ไม่มีข่าวปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารได้มีการแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่อยู่หลายวันจนกระทั่งวันที่ 20 ก.พ.  ร.ท.เอกพล แก้วศิริ อัยการผู้ช่วยศาลมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นผู้รับอำนาจเข้าแจ้งความดำเนินคดีผู้เข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้จำนวน 6 คน ในข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 กับพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์

ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนที่ถูกออกหมายเรียกได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา และพนักงานสอบสวนได้นัดส่งตัวผู้ต้องหาและสำนวนคดีให้อัยการ ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ ที่สำนักงานอัยการศาลแขวงเชียงใหม่ (อ่าน ที่นี่)

Pattaya07: หาดพัทยา ชลบุรี

4 มี.ค.2561 ประชาชนราว 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม “START UP PEOPLE ON TOUR: ปลุกพลังคนอยากเลือกตั้ง ครั้งที่ 2” ที่จัดโดยกลุ่ม START UP PEOPLE ที่ชายหาดหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลพัทยาบีช เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี กิจกรรมนี้จบลงโดยไม่มีใครถูกจับกุมเช่นเดียวกันกับกิจกรรมอื่นๆ

จากนั้นวันที่ 9 มี.ค. หมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาจากสภ.เมืองพัทยา ก็ถูกส่งถึงผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งแรก และยังมีการส่งหมายเรียกครั้งที่สองและสามตามมา ทำให้คดีนี้มีผู้ถูกดำเนินคดีรวมแล้วทั้งหมด 7 คน ทั้งหมดถูกแจ้ง 2 ข้อหาว่าจัดการชุมนุมโดยไม่แจ้งผู้รับแจ้ง ตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง      คดีนี้ ตำรวจได้ส่งตัวผู้ต้องหาและสำนวนคดีให้อัยการศาลแขวงพัทยาแล้ว ทางด้านผู้ต้องหาก็ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมถึงอัยการสูงสุดให้พิจารณามีคำสั่งไม่ฟ้องคดีเช่นเดียวกับกรณี RDN50 จากนั้นอัยการได้นัดให้มาฟังคำสั่งว่าจะฟ้องคดีหรือไม่ในวันที่ 5 เม.ย. 2561

จนถึง ณ วันที่เผยแพร่สกู๊ปชิ้นนี้ (29 มี.ค.2561) ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ของ คสช. ไม่ว่าจะเป็นพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร.  พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. และ เลขาฯ คสช. ก็ได้ออกมาให้ข่าวถึงการชุมนุมของประชาชนที่ออกมาเรียกร้องการเลือกตั้งและขอให้กองทัพแยกตัวออกจาก คสช. ว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเหล่านี้เป็นเรื่องผิด “กฎหมาย” ซึ่งก็คือการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ห้ามไม่ให้มีการชุมนุมโดยไม่ขออนุญาตกับ คสช. แม้ว่าการชุมนุมของพวกเขาจะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ทำได้โดยไม่ผิดกฎหมายก็ตาม(อ่าน ที่นี่)

หากดูจากคำสัมภาษณ์ของพล.ต.อ.ศรีวราห์ได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบว่าผู้ชุมนุมได้ขออนุญาตชุมนุมที่หน้ากองทัพบกกับทหารก่อนหรือไม่ หากไม่มีก็จะมีการดำเนินคดี จึงมีความเป็นไปได้ที่ผู้เข้าร่วมจะถูกดำเนินคดีตามมาได้อีก จากกรณีการชุมนุมที่หน้ากองทัพบกเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา (อ่าน ที่นี่)

แม้ว่าในขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไร การเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 (ซึ่งเลื่อนมาจากเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ตามที่พล.อ.ประยุทธ์เคยพูดไว้) ก็ยังมีแนวโน้มอาจจะเลื่อนออกไปอีก เนื่องจากขณะนี้ สนช.ได้เข้าชื่อส่งร่างพ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และก็ยอมรับด้วยว่าอาจจะกระทบโร๊ดแมปของ คสช. ด้วย(อ่าน ที่นี่)

ถ้าหากมีการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เป็นไปได้ว่าจะต้องรอการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญอย่างไม่มีกำหนด และหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีมาตราใดที่ขัดกับรัฐธรรมนูญก็จะต้องส่งกลับให้ สนช. ทำการแก้ไข ซึ่งจะกลับสู่ความไม่ชัดเจนอีกครั้งว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไร หากเป็นเช่นนั้นแล้ว คสช.จะดำเนินคดีอีกเท่าไรกับประชาชนที่ตั้งตารอให้มีการเลือกตั้งผู้ที่จะเป็นตัวแทนของพวกเขาในการบริหารประเทศ และการนำประเทศกลับคืนสู่ระบอบ “ประชาธิปไตย”

รายชื่อ “คนอยากเลือกตั้ง” ที่ถูกดำเนินคดี ณ วันที่ 29 มี.ค.2561

สีชมพู = ถูกดำเนินคดีจาก 3 เหตุการณ์

สีแดง = ถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์ที่สกายวอล์คแยกปทุมวันเมื่อวันที่ 27 ม.ค. และที่ถนนราชดำเนิน 10 ก.พ.

สีฟ้า = บุคคลที่ถูกดำเนินคดีในเหตุการณ์ที่ถนนราชดำเนินเมื่อวันที่ 10 ก.พ. และที่พัทยา 4 มี.ค.