Member Login
Lost your password?

ตรวจพยานหลักฐานส่องโกงราชภักดิ์ 10 เดือนไม่คืบ เตรียมออกหมายจับ ‘การ์ตูน’

11/04/2018
By

11 เม.ย. 2561 ศาลทหารกรุงเทพเลื่อนตรวจพยานหลักฐานคดีส่องโกงราชภักดิ์ ที่นักศึกษา-นักกิจกรรม และประชาชนรวม 8 คน ถูกฟ้องข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป พร้อมเตรียมออกหมายจับ ‘การ์ตูน’ ชนกนันท์ หลังขาดนัดเป็นครั้งที่ 2 และนับเป็นครั้งที่ 4 ที่ศาลทหารกรุงเทพสั่งเลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐานในคดี

10.15 น. สิรวิชญ์ เสรธิวัฒน์, อานนท์ นำภา, กิตติธัช สุมาลย์นพ, วิศรุต อนุกูลการย์, กรกนก คำตา, วิจิตร์ หันหาบุญ, และกรกช แสงเย็นพันธ์ จำเลยที่ 1-7 ที่ถูกฟ้องข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จากกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง มาศาลทหารกรุงเทพตามนัดพร้อม โดย ‘การ์ตูน’ ชนกนันท์ รวมทรัพย์ จำเลยที่ 8 ไม่มาศาล ตุลาการได้ตักเตือนกรกนก คำตา จำเลยที่ 5 ให้มาศาลตามนัดในครั้งต่อไป หลังนัดเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2561 จำเลยจำนัดผิดพลาดจนมาไม่ทันการพิจารณา

ส่วนชนกนันท์ จำเลยที่ 8 ไม่มาศาลตามนัดเป็นครั้งที่ 2 นายประกันและทนายความจำเลยแจ้งต่อศาลว่าไม่สามารถติดต่อได้ ศาลจึงสั่งให้ปรับนายประกันเป็นเงิน 10,000 บาท หากนายประกันไม่ชำระค่าปรับจะยึดหลักทรัพย์ประกัน และให้อัยการทหารเตรียมข้อมูลเพื่อขออกหมายจับ หากไม่สามารถจับตัวจำเลยได้หลังออกหมายจับภายใน 1 เดือน ให้โจทก์รีบแจ้งต่อศาลเพื่อเตรียมจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 8 และให้เลื่อนนัดออกไปเป็นวันที่ 11 ก.ค. 2561 เวลา 08.30 น.

ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 ที่ศาลทหารกรุงเทพเลื่อนนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานในคดีนี้ แรกสุด ศาลทหารกรุงเทพนัดตรวจพยานหลักฐานคดีนี้เมื่อ 19 มิ.ย. 2560 และต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากมีข้อโต้แย้งจากการที่ตุลาการศาลทหารพยายามจะตัดพยานฝั่งจำเลย (ดู นัดตรวจพยานคดี “ส่องโกงราชภักดิ์” ศาลสั่งตัดพยานที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ อ้างไม่เกี่ยวกับคดี) ต่อมาวันที่ 21 ก.ย. 2560 พ.อ.สมพงษ์ จิณสิทธิ์, พ.อ.ธีรพล ปัทมานนท์, และ พ.อ.สืบพงษ์ นิลกุล องค์คณะตุลาการเริ่มการตรวจพยานหลักฐานด้วยการแจ้งว่าศาลจะไม่รับบัญชีระบุพยานของจำเลยบางรายการ

บัญชีพยานจำเลยที่ศาลทหารกรุงเทพจะไม่รับ ได้แก่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ และคลิปการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของ พล.อ.ไพบูลย์และ พล.อ.อุดมเดช รวมถึงพยานซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ทั้ง 2 ชุด

นอกจากนี้ ศาลยังตัดพยานเอกสารซึ่งเป็นสำเนาเอกสารสรุปการจัดซื้อจัดจ้างในกองทัพบก สำเนาเอกสารจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวกับอุทยานราชภักดิ์ และสำเนาผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ของคณะกรรมการตรวจสอบทั้ง 2 ชุด เนื่องจากศาลเห็นว่าคดีนี้อัยการทหารฟ้องจำเลยในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ไม่ใช่คดีทุจริตการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์

อย่างไรก็ตาม ทนายความจำเลยได้คัดค้านว่ากระบวนการพิจารณาครั้งนั้นอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากศาลไม่รับบัญชีระบุพยานของจำเลยโดยไม่ถามถึงประเด็นการนำสืบที่เกี่ยวข้องกับพยานเหล่านั้น อีกทั้งในคำฟ้องยังระบุว่า จำเลยชุมนุมกันโดยกล่าวอ้างว่ามีการทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและ คสช. จำเลยจึงต้องนำพยานเหล่านี้มาสืบเพื่อแก้ต่างฟ้องของโจทก์ และเป็นประเด็นโดยตรงในคดี

สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ ‘นิว’ จำเลยที่ 1 ลุกขึ้นมาขออนุญาตแถลงต่อศาลต่อจากทนายความว่า จำเลยมีสิทธิที่จะนำพยานหลักฐานมาแก้ต่างฟ้องของโจทก์ หากศาลตัดพยานเหล่านั้นของจำเลยอาจจะไม่เกิดความยุติธรรมในกระบวนการพิจารณา ในเมื่อโจทก์บรรยายฟ้องด้วยว่า จำเลยชุมนุมกันโดยกล่าวอ้างว่ามีการทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและ คสช. จำเลยจึงมีสิทธิต่อสู้ในประเด็นนั้น

จากนั้น ศาลให้อัยการทหารและทนายความจำเลยแถลงประเด็นที่จะนำสืบ โจทก์แถลงว่า พยานโจทก์ลำดับแรก คือ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้กล่าวหา ลำดับที่ 2-8 เป็นเจ้าหน้าที่การรถไฟที่พบเห็นเหตุการณ์ ลำดับที่ 9-11 เป็นนายทหารผู้จับกุม ลำดับที่ 12 คือ พนักงานมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผู้ทราบมูลเหตุการกระทำผิด ลำดับที่ 13-22 คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ โดยฝ่ายจำเลยไม่อาจรับพยานหลักฐานของโจทก์ได้ เนื่องจากโจทก์ไม่นำคำให้การชั้นสอบสวนของพยานแต่ละคนมาให้จำเลยตรวจในนัดตรวจพยานหลักฐาน จำเลยจริงไม่อาจทราบเนื้อหาที่พยานได้ให้การไว้

ด้านทนายความจำเลยแถลงว่า จำเลยที่ 1-5 และ 7-8 อ้างตนเองเป็นพยาน ลำดับถัดมาคือพยานผู้เชี่ยวชาญด้านเสรีภาพในการชุมนุม, พยานผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน, ประจักษ์พยานในเหตุการณ์, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ซึ่งกรณีของ พล.อ.ไพบูลย์ และ พล.อ.อุดมเดช หากโจทก์รับว่าบุคคลที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลในคลิปวิดีโอข่าวเป็น พล.อ.ไพบูลย์ และ พล.อ.อุดมเดช จริง จำเลยก็ไม่ติดใจที่จะนำพยานทั้งสองปากมาให้การต่อศาล พยานลำดับที่ 11-12 คือคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์

อัยการทหารแถลงไม่รับพยานหลักฐานของจำเลย โดยเฉพาะในกรณี พล.อ.ไพบูลย์ และ พล.อ.อุดมเดช โจทก์ยอมรับว่าในคลิปข่าวที่ให้สัมภาษณ์คือบุคคลทั้งสองจริง แต่ไม่อาจรับเนื้อหาที่ให้สัมภาษณ์ได้ ด้านศาลยังคงยืนยันที่จะไม่รับบัญชีระบุพยานของจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร, คณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตอุทยานราชภักดิ์ และรายงานการตรวจสอบการทุจริต

เมื่อทนายความจำเลยถามว่าศาลใช้กฎหมายใดในการไม่รับบัญชีระบุพยานของจำเลย ตุลาการศาลทหารตอบเพียงว่า ศาลใช้อำนาจทั่วไปของศาล

ต่อมา โจทก์อ้างว่าติดภารกิจในช่วงบ่าย ศาลจึงให้เลื่อนการตรวจพยานหลักฐานออกไปเป็นวันที่ 26 ม.ค. 2561 ซึ่งในนัดดังกล่าว ชนกนันท์ รวมทรัพย์ จำเลยที่ 8 ไม่มาศาล จึงเลื่อนมาวันที่ 11 เม.ย. 2561

Tags: , , , ,



Top Posts

TAG

112 116 BBC Thai freedom of expression Head of NCPO order 3/58 NDM กฎอัยการศึก กรุงเทพ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ขอนแก่น คนอยากเลือกตั้ง ควบคุมตัวมิชอบ คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ชุมนุมทางการเมือง บีบีซีไทย ประชามติ ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ร.บ.ประชามติ พรบ.ชุมนุมสาธารณะ พฤติการณ์คุกคาม พูดเพื่อเสรีภาพ ม.112 มทบ.11 มาตรา 44 มาตรา 112 ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลทหาร ศาลทหารกรุงเทพ ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ศูนย์ปราบโกงประชามติ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ อานนท์ นำภา เสรีภาพการชุมนุม เสรีภาพการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม เสรีภาพในการแสดงออก แชร์เฟซบุ๊ก ไผ่ จตุภัทร์ ไผ่ ดาวดิน