Member Login
Lost your password?

ตลกร้าย ทนายประเวศ หลักการพิจารณาโดยเปิดเผย และสิทธิที่หายไปจากรัฐธรรมนูญ

09/05/2018
By

 

ลับ ลับ ลับ เป็นคำสั่งจากผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีซึ่งทนายความประเวศ ประภานุกูล ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา จากการโพสต์ข้อความใน  facebook ส่วนตัวจำนวน 10 ข้อความ และข้อหายุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายตามมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญาอีก 3 ข้อความในวันสืบพยานโจทก์ปากแรกในวันนี้(8 พ.ค.61) โดยศาลได้มีคำสั่งให้พิจารณาคดีเป็นการลับ

 

หลักการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย

หลักการพิจารณาโดยเปิดเผยเป็นหลักการหนึ่งในสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม (Right to Fair Trial) ซึ่งถูกรับรองไว้ทั้งในข้อ 10  และข้อ 11 ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน( Universal Declaration of Human Rights)  และ ข้อ 14 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง(International Covenant on Civil and Political Rights ) เป็นหลักการสากลที่ยอมรับว่าในการพิจารณาคดีหนึ่งๆนั้นจำเป็นจะต้องกระทำโดยเปิดเผย บุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่คู่ความในคดีสามารถเข้ามารับฟังการพิจารณาได้ ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินคดีนั้นเป็นไปโดยโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพให้แก่บุคคลว่าบุคคลทุกคนจะมีความเสมอภาคเบื้องหน้าของกฎหมาย ปราศจากการเลือกปฏิบัติ และได้รับการพิจารณาจากศาลที่เป็นอิสระและเป็นกลาง  สิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยจึงยิ่งมีความสำคัญเนื่องจากไม่ใช่เพียงสิทธิโดยตัวของมันเองเท่านั้น แต่เป็นหลักประกันสิทธิว่าคู่ความในคดีจะสามารถเข้าถึงสิทธิต่างๆในกระบวนการยุติธรรมได้ด้วย

ในส่วนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความของไทยได้กำหนดเกี่ยวกับขั้นตอนในการดำเนินคดีอาญานั้น รองรับการพิจารณาโดยเปิดเผยไว้ในมาตรา 172 แต่หลักการดังกล่าวก็ได้รับการยกเว้นในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันความลับอันเกี่ยวกับความปลอดภัยของประเทศตามมาตรา 177

 

ทนายประเวศในฐานะทนายความ เคยคัดค้านว่าการพิจารณาคดีลับขัดรัฐธรรมนูญ

แม้สิทธิพิจารณาคดีโดยเปิดเผยจะเป็นหลักการสากล แต่หลักการดังกล่าวเพิ่งได้รับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญครั้งแรกในมาตรา  40(2) รัฐธรรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2550  เมื่อทนายประเวศได้ทำหน้าที่ทนายความในคดีที่นางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญาจากการปราศรัยในปี 2551  และศาลอาญาสั่งพิจารณาลับ ทนายประเวศได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่ามาตรา 177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ขัดต่อมาตรา 29 (ซึ่งรับรองว่าการจำกัดสิทธินั้นต้องกระทำเท่าที่จำเป็นและจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิไม่ได้ อีกทั้งการตรากฎหมายจำกัดสิทธิยังต้องระบุรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจในการจำกัด)  และขัดต่อมาตรา 40(2) (ซึ่งรับรองหลักการพิจารณาโดยเปิดเผย) หรือไม่   โดยทนายประเวศได้ใช้สิทธิยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งที่ 38/2552 ไม่รับคดีดังกล่าวไว้พิจารณาเนื่องจากเห็นว่านางสาวดารณียังสามารถใช้สิทธิอื่นได้ อย่างไรก็ตามในคดีเดียวกัน ศาลอุทธรณ์ได้กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นของนางสาวดารณีว่าการที่ศาลชั้นต้นไม่ส่งประเด็นที่จำเลยโต้แย้งเรื่องการพิจารณาลับไปศาลรัฐธรรมนูญไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลยุติธรรมจึงดำเนินการส่งประเด็นให้ศาลรัฐธรรมนุญวินิจฉัย ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 30/2554 ว่าบทบัญญัติดังกล่าวไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่กระทบกระเทือนถึงสาระสำคัญแห่งสิทธิ

“…แม้ว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 40 (2) จะบัญญัติให้การพิจารณาคดีต้องกระทําโดยเปิดเผย เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรม แต่รัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคหนึ่ง ก็กําหนดให้มีการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ได้ แต่ต้องกระทําเท่าที่จําเป็นและจะกระทบกระเทือนสาระสําคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้ ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 177 ถือเป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายในลักษณะดังกล่าว กล่าวคือ บทบัญญัติมาตรานี้เป็นข้อยกเว้นของการพิจารณาและสืบพยานโดยเปิดเผยต่อหน้าจําเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นหลักประกันการอํานวยความยุติธรรมแก่ประชาชน และให้มีการตรวจสอบการดําเนินกระบวนพิจารณาของคู่ความและของศาล แต่ลักษณะคดีอาญาบางประเภทหากมีข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่าถ้ามีการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว จะกระทบกระเทือนต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือความปลอดภัยของประเทศ ศาลมีอํานาจสั่งให้พิจารณาเป็นการลับเพื่อคุ้มครองคู่ความและบุคคลที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการพิจารณาโดยเปิดเผยนั้นได้ อันเป็นการสอดคล้องกับหลักประกันขั้นพื้นฐานที่อารยประเทศพึงให้เป็นสิทธิแก่บุคคลในกระบวนพิจารณาของศาล อนึ่ง การพิจารณาเป็นการลับ ก็มิได้หมายความว่าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมและมิได้จํากัดสิทธิของจําเลยในคดีอาญาแต่อย่างใด เพราะเมื่อมีการพิจารณาเป็นการลับ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 178 กําหนดให้มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณามีสิทธิอยู่ในห้องพิจารณาได้ อาทิเช่น โจทก์และทนายความของโจทก์จําเลย และทนายความของจําเลย ผู้ควบคุมตัวจําเลย พยาน ผู้เชี่ยวชาญ และล่าม เป็นต้น จึงเห็นได้ว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 177 เป็นบทบัญญัติที่อยู่ในขอบเขตแห่งการให้สิทธิพื้นฐานในกระบวนพิจารณาแก่บุคคลตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ ถึงแม้จะมีผลเป็นการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอยู่บ้าง แต่ก็เป็นการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลเพียงเท่าที่จําเป็นมิได้กระทบกระเทือนสาระสําคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพ อีกทั้งเป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับเป็นการทั่วไป มิได้มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง จึงไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 และมาตรา 40 (2)”

คดีดังกล่าวนี้นับเป็นกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับบทบัญญัติมาตรา 177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งเป็นข้อยกเว้นของหลักการพิจารณาโดยเปิดเผยครั้งแรก แม้จะคัดค้านไม่สำเร็จแต่ก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นทนายความสิทธิมนุษยชนของทนายประเวศ

 

ตลกร้าย ข้อยกเว้นยังอยู่ แต่หลักการหายไปจากรัฐธรรมนูญ 2560

แม้คำวินิจฉัยที่ 30/2554 ของรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยว่าการพิจารณาโดยลับตามมาตรา 177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่โดยหลักการแล้วก็ยังมีข้อวิจารณ์ว่า เมื่อรัฐธรรมนูญมาตรา 40 (2) รัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ได้บัญญัติข้อยกเว้นในการจำกัดสิทธิไว้ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งเป็นกฎหมายที่มีลำดับศักดิ์ต่ำกว่ารัฐธรรมนูญจะสามารถกำหนดข้อยกเว้นไว้เกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดได้อย่างไร

แต่อย่างไรก็ตามข้อวิจารณ์ดังกล่าวนั้นกลับหายไปพร้อมรัฐธรรมนูญ 2550 หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติทำการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 พร้อมทั้งยกเลิกบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ โดยที่เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2560  สิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยกลับไม่มีการรับรองไว้ กลายเป็นว่าข้อยกเว้นหลักการโดยเปิดเผยนั้นถูกท้าทายโดยทนายประเวศหนึ่งครั้ง และหลักการดังกล่าวถูกทำให้หายไปในรัฐธรรมนูญฉบับถัดมา ในขณะที่มาตรา 177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา นั้นก็ยังดำรงอยู่และถูกนำมาใช้กับการพิจารณาในคดี 112 อีกหลายคดี อาทิเช่น คดีจตุภัทร์ บุญภัทรรักษาซึ่งแชร์พระราชประวัติ รัชกาลที่ 10 จากสำนักข่าว BBC[1]

 

ตลกร้าย การพิจารณาโดยลับ ถูกนำมาใช้กับทนายประเวศในฐานะจำเลยมาตรา 112

เมื่อสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยถูกปิดกั้น ศาลสั่งพิจารณาคดีลับ นั่นย่อมทำให้ถูกตั้งคำถามจากประชาชนถึงความไม่ชอบมาพากล มาตรา 112 ที่ดูเป็นแดนสนธยาตั้งแต่สิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่ถูกลดทอน การปล่อยตัวชั่วคราวที่ถูกปฏิเสธบ่อยครั้ง ข้อความซึ่งไม่เคยถูกเปิดเผยว่าจำเลยถูกกล่าวหาด้วยถ้อยคำลักษณะใด  คำพิพากษาส่วนใหญ่ไม่ได้ระบุว่าข้อความนั้นเป็นการ “ดูหมิ่น” “หมิ่นประมาท” หรือ“แสดงความอาฆาตมาดร้าย”  เมื่อมีการพิจารณาคดีลับเกิดขึ้นอีกก็ย่อมที่จะสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

โดยเฉพาะกรณีทนายประเวศซึ่งได้แถลงการณ์ไม่รับกระบวนการพิจารณาของศาลโดยตั้งคำถามถึงความมีส่วนได้เสียของศาลซึ่งประกาศตัวว่ากระทำในนามพระปรมาภิไธยมาโดยตลอด และไม่ขอเข้าร่วมกระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนใดๆ โดยการถอนทนายความ ไม่ให้การ ไม่ถามค้าน และไม่นำพยานใดๆเข้าสืบในฐานะจำเลย การที่ศาลมีคำสั่งพิจารณาลับในคดีทนายประเวศระหว่างการสืบพยานโจทก์วันที่ 8-10 พ.ค.61 ที่ศาลอาญา จึงทำให้ความสนธยาของคดี 112 และ การพิจารณาโดยลับ กลับมาบรรจบกันอีกครั้ง และน่าสนใจว่าท่ามกลางการพิจารณาคดีที่จำเลยไม่ได้ประกันตัว ไม่ร่วมกระบวนการพิจารณาคดีและศาลสั่งพิจารณาลับ อะไรจะเป็นหลักประกันสิทธิให้กับทนายประเวศ

 

[1] ดูรายละเอียด “คดี 112 กับความยุติธรรมที่ปิดลับ” http://www.tlhr2014.com/th/?p=5125

Tags: , , , ,



Top Posts

TAG

112 116 BBC Thai freedom of expression Head of NCPO order 3/58 NDM กฎอัยการศึก กรุงเทพ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ขอนแก่น คนอยากเลือกตั้ง ควบคุมตัวมิชอบ คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา จ่านิว ชุมนุมทางการเมือง บีบีซีไทย ประชามติ ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ร.บ.ประชามติ พรบ.ชุมนุมสาธารณะ พฤติการณ์คุกคาม พูดเพื่อเสรีภาพ ม.112 มทบ.11 มาตรา 44 มาตรา 112 ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลทหาร ศาลทหารกรุงเทพ ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ศูนย์ปราบโกงประชามติ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม อานนท์ นำภา เสรีภาพการชุมนุม เสรีภาพการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม เสรีภาพในการแสดงออก แชร์เฟซบุ๊ก ไผ่ จตุภัทร์ ไผ่ ดาวดิน