Member Login
Lost your password?

สิทธิพิทักษ์ รธน. ไม่มีที่ใช้ ศาลอุทธรณ์ลงโทษอภิชาตชุมนุมต้านรัฐประหาร

31/05/2018
By

31 พ.ค. 2561 ศาลแขวงปทุมวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่นายอภิชาติ พงษ์สวัสดิ์ ถูกฟ้องฐานชุมนุมทางการเมืองหลังรัฐประหารของ คสช. ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่ามีความผิดฐานชุมนุมทางการเมือง ลงโทษตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ปรับ 6,000 บาท โดยไม่ลงโทษจำคุก เพราะเป็นการชุมนุมโดยสงบ ขณะที่ศาลแขวงปทุมวันห้ามบุคคลทั่วไปเข้าฟังคำพิพากษา และยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้สังเกตการณ์ระหว่างการพิจารณา

ประมาณ 10.00 น. ศาลแขวงปทุมวันเริ่มอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่นายอภิชาต พงษ์สวัสดิ์ อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ถูกฟ้องฐานฝ่าฝืนประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 ที่ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กําลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้
กําลังประทุษร้าย หรือกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกมั่วสุมแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 216 และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 จากการชุมนุมต่อต้านการรัฐประหารเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2557

คดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน มีรายงานจากผู้สังเกตการณ์ว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยศาลแขวงปทุมวันห้ามไม่ให้บุคคลทั่วไปเข้าฟังคำพิพากษาคดีนี้ รวมถึงในห้องพิจารณามีการยึดโทรศัพท์ของผู้สังเกตการณ์โดยอ้างว่าเป็นนโยบายใหม่ของศาลแขวงปทุมวันตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

คดีนี้ ศาลชั้นต้นเคยพิพากษายกฟ้องโดยให้เหตุผลว่าการสอบสวนมิชอบด้วยกฎหมาย แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าการสอบสวนชอบด้วยกฎหมายแล้ว ให้ศาลชั้นต้นทำคำพิพากษาใหม่อีกครั้ง ศาลชั้นต้นจึงพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 ให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษ 1 ปี

จำเลยอุทธรณ์ในประเด็นที่ว่า ประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 ไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย เนื่องจาก คสช. ได้อำนาจการปกครองมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประเด็นนี้ศาลอุทธรณ์โดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า แม้การกระทำของ คสช. ในเบื้องต้นจะมีลักษณะเป็นการได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่บังคับใช้อยู่ในขณะนั้น แต่เมื่อ คสช. เข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ ไม่มีการต่อต้านขัดขืนจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ตลอดจนหน่วยงานหรือองค์การใดๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน แม้แต่คณะรัฐบาลรักษาการก็ไม่อาจโต้แย้งขัดขวางการยึดอำนาจและบริหารราชการของ คสช.

“ถือเป็นการใช้กำลังยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงรัฐบาลตามนัยของระบอบแห่งการรัฐประหารได้เป็นผลสำเร็จแล้ว” ศาลอุทธรณ์ระบุในคำพิพากษา และเห็นว่า คสช. มีอำนาจในการออกประกาศหรือคำสั่งมาบังคับใช้

ส่วนประเด็นที่จำเลยเห็นว่า พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ไม่ได้ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นภายหลังและเป็นคุณแก่จำเลย ศาลเห็นว่า พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ไม่ได้บัญญัติว่า การมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ไม่เป็นความผิดตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 อีกต่อไป อุทธรณ์ในประเด็นนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

นอกจากนี้ จำเลยยังอุทธรณ์ว่าการชุมนุมดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 69 และ 70 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตาม แต่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ได้บัญญัติให้ประกาศและคำสั่ง คสช. ชอบด้วยกฎหมาย ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเป็นที่สุด ซึ่งยังถูกรับรองต่อมาในรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2560 อีกด้วย ส่วนสิทธิในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญไม่มีผลบังคับเป็นกฎหมายนับตั้งแต่ คสช. ออกประกาศให้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 สิ้นสุดลง ขณะที่เสรีภาพในการชุมนุมตาม ICCPR นั้น ศาลเห็นว่าสถานการณ์ของประเทศไทยก่อน คสช. ทำรัฐประหารอยู่ในสภาพที่มีความไม่สงบเรียบร้อย จึงเข้าเงื่อนไขข้อยกเว้น

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชุมนุมทางการเมือง ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 แต่มีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ออกมาภายหลังเป็นคุณแก่จำเลย ทั้งนี้ จำเลยเข้าร่วมชุมนุมโดยสงบ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการใช้ดุลพินิจกำหนดโทษที่หนักเกินไป จึงพิพากษาแก้ไม่ลงโทษจำคุก และยกฟ้องข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 นอกนั้นให้เป็นไปตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา คือปรับ 6,000 บาท

อ่านคำพิพากษาฉบับเต็มที่นี่

 

 

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

Tags: , , , ,



Top Posts

TAG

112 116 BBC Thai freedom of expression Head of NCPO order 3/58 NDM We Walk กฎอัยการศึก กรุงเทพ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ขอนแก่น คนอยากเลือกตั้ง ควบคุมตัวมิชอบ คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ชุมนุมทางการเมือง บีบีซีไทย ประชามติ ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ร.บ.ประชามติ พรบ.ชุมนุมสาธารณะ พฤติการณ์คุกคาม ม.112 มทบ.11 มาตรา 44 มาตรา 112 ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลทหาร ศาลทหารกรุงเทพ ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ศูนย์ปราบโกงประชามติ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ อานนท์ นำภา เสรีภาพการชุมนุม เสรีภาพการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม เสรีภาพในการแสดงออก แชร์เฟซบุ๊ก ไผ่ จตุภัทร์ ไผ่ ดาวดิน

คลังเก็บ