Member Login
Lost your password?

‘หนุ่ย’ ปฏิเสธชั้นศาล คดีฝ่าฝืนคำสั่ง พงส. เหตุคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย

09/07/2018
By

‘หนุ่ย’ อภิสิทธิ์ ให้การปฏิเสธในชั้นศาล คดีฝ่าฝืนคำสั่งพนักงานสอบสวนที่ให้ไปศาลเพื่อขอฝากขังในคดี ARMY57 พร้อมยื่นคำให้การเป็นหนังสือ ระบุ คำสั่งพนักงานสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่มีเหตุให้ออกหมายขัง อีกทั้ง ป.วิ.อาญา ไม่ได้มุ่งลงโทษทางอาญาในกรณีเช่นนี้

9 ก.ค. 61 ศาลแขวงดุสิตนัดพร้อมเพื่อถามคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำที่ 1344/2561 ซึ่งพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ฟ้อง ‘หนุ่ย’ อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ นักกิจกรรมและกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ในข้อหา ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 จากกรณีที่อภิสิทธิ์ไม่เดินทางไปศาลแขวงดุสิตตามคำสั่งพนักงานสอบสวนที่จะขออำนาจศาลฝากขังในคดีผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง ซึ่งชุมนุมหน้ากองบัญชาการกองทัพบก หรือคดี ‘ARMY57’

ก่อนศาลอ่านฟ้องและถามคำให้การจำเลย ทนายจำเลยได้แถลงโต้แย้งคำฟ้องของโจทก์ที่ระบุในคำขอท้ายฟ้อง ขอให้ศาลนับโทษของจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยคดีอาญาหมายเลขดำที่ 97/2559 ของศาลทหารกรุงเทพ และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1229/2561 ของศาลแขวงดุสิต เนื่องจากจำเลยในคดีนี้ไม่ได้เป็นจำเลยในคดีทั้งสองดังกล่าว โจทก์จึงได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขฟ้องในประเด็นดังกล่าว โดยตัดข้อความดังกล่าวออก

ต่อมา ศาลได้อ่านคำฟ้องให้จำเลยฟัง และถามคำให้การ จำเลยให้การปฏิเสธ และยื่นคำให้การเป็นหนังสือ จากนั้น โจทก์แถลงต่อศาลประสงค์นำพยานบุคคลเข้าสืบจำนวน 2 ปาก คือ พ.ต.ท.ประจักษ์ พงษ์ปรีชา รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สน.ชนะสงคราม ผู้กล่าวหา และพนักงานสอบสวนในคดีนี้ ด้านทนายจำเลยแถลงนำพยานเข้าสืบ 2 ปาก เช่นกัน ศาลจึงกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์-จำเลย ในวันที่ 24 ต.ค. 61

ทั้งนี้ คำให้การจำเลยที่ยื่นต่อศาลมีเนื้อหาโดยสรุปว่า

“คำสั่งของพนักงานสอบสวนที่สั่งให้จำเลยเดินทางไปยังศาลแขวงดุสิตเพื่อฝากขัง เป็นการสั่งโดยไม่มีเหตุตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่พนักงานสอบสวนจะสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอออกหมายขัง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 ได้นั้น ต้องนำมาตรา 66 มาพิจารณาประกอบด้วยเป็นสำคัญ โดยมาตรา 66 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุผลอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี  หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น” จึงจะเป็นเหตุให้ออกหมายขังจำเลยไว้ได้ แต่จำเลยเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกครั้งที่ 1 และให้ความร่วมมือแก่พนักงานสอบสวนเป็นอย่างดี ไม่ได้มีพฤติการณ์จะหลบหนี อีกทั้งจำเลยเป็นเพียงบุคคลธรรมดาไม่มีความสามารถใดจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุภยันตรายประการอื่นใดได้ ตามบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา และบันทึกสอบคำให้การของจำเลย พนักงานสอบสวนก็ไม่ได้ระบุเหตุที่จะออกหมายขังจำเลยได้ จำเลยจึงเห็นว่าคำสั่งของพนักงานสอบสวนที่สั่งให้จำเลยเดินทางไปศาล ปราศจากข้อเท็จจริงเหตุผลอันควรเชื่อและพยานหลักฐานตามสมควร จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ทั้งยังจะเป็นการสร้างภาระกระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพของจำเลยในฐานะผู้ต้องหาและประชาชนคนอื่นเกินสมควร จำเลยจึงตัดสินใจแจ้งแก่พนักงานสอบสวนว่าจะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่สั่งให้จำเลยเดินทางไปศาล และต่อมาในวันเดียวกันนั้นศาลแขวงดุสิตก็มีคำสั่งให้ยกคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน เพราะไม่มีเหตุที่จะออกหมายขังอีกด้วย

นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 กำหนดวิธีการบังคับให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนไว้โดยเฉพาะแล้วว่า หากพนักงานสอบสวนสั่งให้ผู้ต้องหาเดินทางไปศาล แล้วผู้ต้องหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานสอบสวน ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจับผู้ต้องหานั้นได้  โดยถือว่าเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่จะจับผู้ต้องหาได้โดยไม่มีหมายจับ ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนก็จะต้องดำเนินการสอบสวนโดยให้ผู้ต้องหามีสิทธิได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม การให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาเดินทางไปศาลหรือจับผู้ต้องหานั้นก็เพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหาไปปรากฏตัวต่อหน้าศาล อันเป็นการสอดคล้องและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยการสอบสวน โดยไม่มีเจตนารมณ์จะมุ่งหมายให้ลงโทษทางอาญาแก่บุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวของพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด  กรณีจึงไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นใดที่จะต้องดำเนินคดีเพื่อลงโทษจำเลยในความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 368 ซ้ำอีก

อาศัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังกล่าว การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด  เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงขอให้ศาลได้โปรดพิพากษายกฟ้องโจทก์ต่อไป”  

 

อ่านความเป็นมาและความเคลื่อนไหวคดีก่อนหน้านี้:

ศาลสั่งปล่อยผู้ต้องหาคดีคนอยากเลือกตั้งกองทัพบก

ศาลยกคำร้องฝากขัง 4 แกนนำคดี ARMY57 – ตร.แจ้งข้อหา “หนุ่ย” เพิ่มเหตุฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานไม่ไปนัดฝากขัง

‘หนุ่ย อภิสิทธิ์’ ให้การเพิ่มคดีไม่ไปศาล ยืนยันว่าตร.ขอศาลให้ขังไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อัยการฟ้องขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน คดีอภิสิทธิ์ไม่ไปตามนัดฝากขัง

 

Tags: , , , ,



Top Posts

TAG

112 116 BBC Thai freedom of expression Head of NCPO order 3/58 NDM กฎอัยการศึก กรุงเทพ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ขอนแก่น คนอยากเลือกตั้ง ควบคุมตัวมิชอบ คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ชุมนุมทางการเมือง บีบีซีไทย ประชามติ ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ร.บ.ประชามติ พรบ.ชุมนุมสาธารณะ พฤติการณ์คุกคาม พูดเพื่อเสรีภาพ ม.112 มทบ.11 มาตรา 44 มาตรา 112 ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลทหาร ศาลทหารกรุงเทพ ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ศูนย์ปราบโกงประชามติ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ อานนท์ นำภา เสรีภาพการชุมนุม เสรีภาพการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม เสรีภาพในการแสดงออก แชร์เฟซบุ๊ก ไผ่ จตุภัทร์ ไผ่ ดาวดิน