จากกรณี นางวรรณภา (สงวนนามสกุล) ถูกเจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวไปจากห้องเช่าย่านสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่  6 ก.ย. 61 โดยเหตุเกี่ยวข้องกับการมีเสื้อยืดสีดำ ลายโลโก้สี่เหลี่ยมลายสีขาวสลับแดง (ดูรายงานข่าวก่อนหน้านี้)

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับรายงานเพิ่มเติมว่านางวรรณภา อายุ 30 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดมหาสารคาม เคยมีอาชีพขายขนม ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือวินมอเตอร์ไซค์รับส่งผู้โดยสารบริเวณย่านสำโรง โดยเธอมีบุตรชายสองคน อายุ 14 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และอายุ 9 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยทั้งสามคนอาศัยร่วมกับแฟนใหม่ของนางวรรณภา ในห้องเช่าย่านสำโรง

แฟนของนางวรรณภาระบุว่าประมาณหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ เห็นว่านางวรรณภาไปรับเสื้อยืดสีดำล้วน มีลายโลโก้เล็ก ๆ เป็นสี่เหลี่ยมลายสีขาวสลับแดงอยู่ตรงหน้าอกเสื้อ และไม่ได้มีถ้อยคำใด ๆ บนเสื้อ มาไว้ที่ห้องจำนวนหนึ่ง โดยเข้าใจว่านางวรรณภาจะนำมาขายเพื่อหารายได้เสริม แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าขายอย่างไร และไม่ทราบว่าเสื้อมีความหมายใด

แฟนของนางวรรณภาระบุว่าทราบว่านางวรรณภาเอง ไม่เคยเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง หรือเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองมาก่อน และเธอยังมีอาการปวดหัวไมเกรน ต้องมีการไปรับยามารับประทานเป็นประจำด้วย

สำหรับเหตุการณ์การควบคุมตัวเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 6 ก.ย. 61 ประมาณ 6.00 น. เศษ ขณะนั้นนางวรรณภาและลูกสองคนยังนอนหลับอยู่ ส่วนแฟนของนางวรรณภาออกไปทำงานแล้ว ได้มีคนมาเคาะประตูห้องเช่าเสียงดัง เมื่อลูกชายคนโตของวรรณภาลุกขึ้นไปเปิดประตู ก็พบว่า มีทหารในเครื่องแบบประมาณ 6 นาย อีก 2 คน แต่งชุดสีเทายืนอยู่หน้าห้อง และสอบถามว่าคนชื่อวรรณภาอยู่หรือไม่ ลูกชายจึงได้เรียกมารดาออกไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่

จากนั้น เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เข้ามาค้นในห้อง โดยไม่ได้ถอดรองเท้า และได้เหยียบไปบนที่นอนที่ปูอยู่บนพื้นด้วย โดยเจ้าหน้าที่เข้าไปรื้อค้นที่ราวตากผ้า กระสอบใส่เสื้อยืดที่วางกองอยู่ และตรวจดูตามซอกมุมของห้องต่างๆ ระหว่างการตรวจค้น ลูกชายระบุว่าทหารได้สอบถามแม่ซ้ำๆ ว่าเอาเสื้อมาจากไหน และเสื้อเป็นของใคร

เสื้อยืดคอโปโล ลักษณะเดียวกับที่วรรณภารับมาเพื่อขาย และทหารยึดไป

หลังการตรวจค้น ทหารได้นำกระสอบที่บรรจุเสื้อทั้งหมด ถุงสำหรับแพ็คเสื้อ สมุด 1 เล่ม และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง ซึ่งเป็นของลูกชายคนโตไป แม้ลูกชายจะพยายามบอกว่าเป็นของตนก็ตาม พร้อมกับนำตัววรรณภาออกไปด้วย โดยไม่ได้บอกลูกว่าจะพาตัวไปที่ไหน ลูกชายคนโตเองก็ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่นำตัวแม่ไปเพราะเหตุใด

หลังจากออกไปประมาณ 15 นาทีแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารก็ได้นำตัวนางวรรณภากลับมาที่ห้องใหม่ พร้อมกับนำเสื้อที่ยึดไปออกจากกระสอบมาวางกองที่พื้นห้อง และให้วรรณภานั่งถ่ายรูปกับเสื้อ ก่อนนำตัววรรณภาและเสื้อยืดทั้งหมดออกไป

ต่อมา เวลาประมาณ 10.30 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารประมาณ 4 นาย ทั้งในและนอกเครื่องแบบ เดินทางกลับมาที่ห้องเช่า โดยนำเงิน 500 บาท มาให้กับลูกชายของวรรณภา ซึ่งไม่ได้ไปโรงเรียนเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ แฟนของวรรณภาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เขาทราบภายหลังจากร้านค้าหน้าปากซอยว่า เจ้าหน้าที่เดินทางมาโดยรถ 2 คัน และจอดเฝ้าอยู่ซักพัก ก่อนที่จะเข้าไปที่อาคารซึ่งเป็นห้องเช่าของครอบครัววรรณภา

หลังจากนั้น วันที่ 7 ก.ย. 61 ลูกชายของวรรณภาระบุว่า เวลาประมาณ 16.00 น. วรรณภาได้ใช้เบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ทราบว่าเป็นของใคร ติดต่อมา โดยโทรติดต่อมาสองครั้ง ครั้งละประมาณ 30 วินาที แจ้งให้ลูกชายดูแลน้องให้ดี ๆ และใช้จ่ายอย่างประหยัด

จนถึงปัจจุบัน วันที่ 8 ก.ย. 61 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ที่วรรณภาถูกควบคุมตัวไปจากที่พัก วรรณภายังไม่ได้รับการปล่อยตัว และยังไม่ทราบว่าถูกควบคุมตัวไว้ที่ใด

จากการสอบถามแฟนของวรรณภา พบว่า รายได้จากการขับวินมอเตอร์ไซค์ของวรรณภาพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายของสามคนแม่ลูกวันต่อวัน ส่วนรายได้จากการรับจ้างของแฟนวรรณภาจะเก็บไว้สำหรับเป็นค่าเช่าห้องพัก ไม่มีเงินเหลือเก็บสะสม การที่วรรณภาถูกควบคุมตัวไปจึงหมายถึงการขาดรายได้ของครอบครัว และลูกทั้งสองของเธอจะขาดเงินสำหรับใช้จ่ายในการกินอยู่และไปโรงเรียน

ก่อนหน้านี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนยังได้รับรายงานกรณี น.ส.สุรางคณาง (นามสมมติ) ประกอบอาชีพช่างเสริมสวย ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวไปจากบ้านย่านเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 ก.ย. เช่นเดียวกัน จากเหตุครอบครองเสื้อสีดำดังกล่าว แต่กรณีนี้เธอได้รับการส่งตัวกลับบ้าน ในค่ำวันเดียวกัน โดยไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาใด เธอระบุว่าได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารนำตัวไป มณฑลทหารบกที่ 11 และถูกเจ้าหน้าที่ทหารสอบถามเกี่ยวกับเสื้อดังกล่าว พร้อมห้ามเธอใส่และห้ามซื้อเสื้อเพิ่มอีก