5 ต.ค. 2561 ศาลทหารกรุงเทพโดยองค์คณะเดียวกับที่สั่งห้ามเผยแพร่เนื้อหาคดีฐนกร แชร์ผังทุจริตราชภักดิ์-กดไลค์-หมิ่นหมา มีคำสั่งยกคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบของอานนท์ นำภา หลังคัดค้านว่าศาลแก้ไขคำสั่งในส่วนที่เป็นสาระสำคัญภายหลังจากที่อ่านให้ทนายความฟัง และห้ามเผยแพร่คำเบิกความและรายงานพิจารณาในคดี เป็นการใช้อำนาจเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ด้านทนายความเตรียมอุทธรณ์คำสั่งต่อไป

11.30 น. น.อ.สุรชัย สลามเต๊ะ ตุลาการศาลทหารกรุงเทพ มีคำสั่งยกคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ และคำร้องขอทุเลาการบังคับตามคำสั่ง ที่อานนท์ นำภา ทนายความจำเลย และทนายความเครือข่ายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ยื่นเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2561

น.อ.สุรชัย ให้เหตุผลว่า คดียังอยู่ระหว่างพิจารณา การนำคำเบิกความของพยานไม่ว่าฝ่ายใดไปเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปทราบ ย่อมมีผลต่อการชี้นำสังคมให้รูปคดีเป็นไปตามที่ฝ่ายตนต้องการ และส่งผลกระทบต่อการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 36 (2) ที่ห้ามไม่ให้เปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดหรือบางส่วนแห่งคดี

ส่วนกรณีที่ศาลแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2561 ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ น.อ.สุรชัย เห็นว่า ภายหลังการไต่สวน ศาลอนุญาตคัดถ่ายรายงานพิจารณา อานนท์ นำภา ย่อมต้องทราบคำสั่งศาลแล้ว จึงไม่ใช่การดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ

ทั้งนี้ น.อ.สุรชัย ไม่อนุญาตกรณีที่อานนท์คัดค้านไม่ให้องค์คณะตุลาการที่ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2561 เป็นผู้ไต่สวนและออกคำสั่งในคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ

อย่างไรก็ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 ระบุว่า ห้ามมิให้แก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งอ่านแล้ว นอกจากแก้ถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด

ส่วนกรณีคัดค้านองค์คณะตุลาการ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 13 ระบุให้ผู้พิพากษาที่ถูกคัดค้านถอนตัวจากการพิจารณา หรือให้ศาลงดกระบวนพิจารณาทั้งปวงไว้ก่อนจนกว่าจะได้มีคำชี้ขาดในเรื่องที่คัดค้าน โดยให้ศาลซึ่งมีอำนาจสูงกว่าศาลนั้นตามลำดับเป็นผู้ชี้ขาดคำคัดค้าน