20 ธ.ค. 2561 ศาลทหารกรุงเทพนัดสืบพยานโจทก์ในคดีของฐนกร (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ถูกฟ้องฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการกดไลค์เพจและโพสต์เสียดสีสุนัขทรงเลี้ยง และข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ประกอบกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) จากการโพสต์แผนผังทุจริตการสร้างอุทยานราชภักดิ์ 

พยานที่อัยการทหารนำเข้าสืบในนัดนี้เป็นพยานโจทก์ปากที่สาม ได้แก่ พ.ต.อ.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ ตำรวจผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีนี้ โดยศาลทหารไม่อนุญาตให้ผู้เข้าฟังจดบันทึก เนื่องจากเกรงว่าการเผยแพร่ข่าวในเว็บไซต์จะสร้างความเสื่อมเสียแก่พยาน แต่อนุญาตให้เสมียนทนายซึ่งนั่งอยู่ข้างทนายความจำเลยจดบันทึกได้

พ.ต.อ.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ เบิกความว่าปัจจุบันรับราชการที่ สภ.บางพลี ตำแหน่งผู้กำกับการ ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ มีอำนาจหน้าที่สืบสวนปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิด คดีนี้ตนเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดย พ.ต.อ.โสภณ ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ตรวจสอบโพสต์ในเพจ “สถาบันคนเสื้อแดง” จากการสืบสวนพบว่าเป็นเว็บไซต์เฟซบุ๊กบัญชีเป็นชื่อของนายฐนกร จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารชุดรักษาความสงบในพื้นที่เชิญตัวนายฐนกรมาสอบถาม

พ.ต.อ.โสภณ ตอบคำถามค้านของทนายความว่า ฝ่ายสืบสวนที่พยานมอบหมายให้ไปตรวจสอบเฟซบุ๊กไม่ได้จัดทำรายงานการสืบสวนเรื่องการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ขณะเดียวกันแม้พยานได้ขอให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เข้ามาร่วมตรวจสอบ แต่ก็ไม่ได้ทำรายงานไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับไอพีแอดเดรส (IP address) และการจราจรทางคอมพิวเตอร์ของฐนกร เพราะคดีนี้เป็นกรณีเร่งด่วน

นอกจากนี้ พยานยังไม่ได้เป็นผู้เสียหายจากการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เนื่องจากไม่มีชื่อของพยานปรากฏอยู่ในภาพหลักฐาน และพยานไม่ได้ตรวจสอบกับบุคคลที่มีชื่อปรากฏตามข้อความในเฟซบุ๊กนั้นๆ ว่าได้รับความเดือดร้อนเสื่อมเสียจากการโพสต์หรือไม่ ก่อนจะร้องทุกข์กล่าวโทษ และขณะร้องทุกข์กล่าวโทษพยานไม่ทราบว่าเรื่องที่จำเลยโพสต์ในเฟซบุ๊กนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ

ทั้งนี้ พ.ต.อ.โสภณ หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามทนายความจำเลยหลายคำถาม โดยตอบว่าไม่ทราบ หรือไม่ขอตอบในคำถาม อาทิ การคอรัปชั่นเป็นเรื่องที่มีมาในรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยหรือไม่ ทราบหรือไม่ว่าในขณะที่มีการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ให้สัมภาษณ์ว่ามีการทุจริตในโครงการอุทยานราชภักดิ์ บุคคลที่ถูกพาดพิงถึงในข้อความนั้นคือ พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิทย์, และ พล.อ.อุดมเดช เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช. และ คสช. มี มาตรา 44 ที่มีอำนาจจะให้คุณหรือโทษได้

ก่อนจบการถามค้าน ทนายความจำเลยได้ถามว่าในสภาวะปกติ การที่ประชาชนเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาลเป็นสิทธิที่พึงกระทำได้หรือไม่ พ.ต.อ.โสภณ ตอบว่า “ไม่ทราบ”

หลังเสร็จสิ้นการสืบพยานปากนี้ ศาลทหารกำหนดวันนัดสืบพยานครั้งต่อไปในวันที่ 9, 29 เม.ย. และ 7 พ.ค. 2562

 

ย้อนอ่านการสืบพยานก่อนหน้านี้

ศาลทหารตัดพยานจำเลย ‘ไพบูลย์-อุดมเดช’ อ้างไม่เกี่ยวกับคดี ฐนกร โพสต์ผังราชภักดิ์-กดไลก์-หมิ่นหมาฯ

ทหารผู้กล่าวหาคดีแชร์ผังทุจริตราชภักดิ์-กดไลค์-หมิ่นหมา ใช้เฟซบุ๊กไม่เป็น แต่เห็นว่าแค่กดไลค์เพจหมิ่นฯ ก็ผิด 112

พยานคดีแชร์ผังทุจริตอุทยานราชภักดิ์-กดไลค์-หมิ่นหมา ไม่ทราบเกิดอะไรขึ้นระหว่างจำเลยอยู่ในค่ายทหาร