21 ธ.ค. 2561 ศาลทหารกรุงเทพสั่งงดถามคำให้การคดีที่รังสิมันต์ โรม ถูกฟ้องฐานชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จากกิจกรรมครบรอบ 1 ปี รัฐประหารที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2558 เนื่องจากมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัย

เวลา 10.00 น. พ.อ.สมภพ สีตะมัย, พ.อ.นิติน ออรุ่งโรจน์ และ พ.อ.อำนาจ ศุภมงคล องค์คณะตุลาการศาลทหาร ออกนั่งพิจารณาคดีที่นายรังสิมันต์ โรม อดีตสมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ถูกฟ้องฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 เรื่องการห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จากการร่วมกิจกรรมครบรอบ 1 ปี รัฐประหารของ คสช. ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2558

นัดนี้เป็นนัดถามคำให้การ จำเลยได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ศาลมีคำสั่งให้งดถามคำให้การ เนื่องจากได้มีการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2561 ซึ่งในข้อ 1 (7) ของคำสั่งดังกล่าว ได้สั่งให้ยกเลิกข้อ 12 ของ คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 อันเป็นข้อกล่าวหาในคดีนี้ ทำให้ศาลมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัย และกำหนดให้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 5 มี.ค. 2562 เวลา 13.00 น.

ทั้งนี้ ตามมาตรา 2 ของประมวลกฎหมายอาญา ได้รับรองหลักไม่มีโทษโดยไม่มีกฎหมาย (Nullum Crimen Nulla Poena Sene Lege) อันเป็นหัวใจของกฎหมายอาญาว่า “บุคคลจักต้องรับโทษในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้น ต้องเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย”

นอกจากนี้ ในวรรค 2 ของมาตราเดียวกันยังกำหนดอีกว่า ถ้าหากมีกฎหมายบัญญัติขึ้นในภายหลังให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป ก็ให้ผู้กระทำความผิดนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด หรือหากถ้าขณะนั้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษเเล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิด หรือหากได้รับโทษอยู่ ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง

นอกจากรังสิมันต์แล้ว จากเหตุการณ์เดียวกันนี้ยังได้นำไปสู่การฟ้องร้องจำเลยอีก 3 ราย ขึ้นสู่ศาลทหารกรุงเทพ ได้แก่ พรชัย ยวนยี, ธัชพงศ์ แกดำ และนัชชชา กองอุดม ก่อนที่จะมีการฟ้องคดีรังสิมันต์ ปัจจุบันคดีดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากอยู่ระหว่างรอรวมคดีของรังสิมันต์เข้าด้วยกันกับจำเลย 3 รายแรกที่ถูกฟ้องไปก่อนหน้า (ย้อนดูรายงานข่าว เลื่อนสืบพยานคดีชุมนุมหน้าหอศิลป์ฯ รอศาลสั่งรวมคดีรังสิมันต์ โรม เข้าเป็นคดีเดียวกัน)