16 ม.ค. 62 พ.ต.ท.เฉลิมยศ พรหมสุวรรณ สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี นัดหมายนางกาญจนา (นามสมมติ) ข้าราชการบำนาญ อายุ 67 ปี เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสหพันธรัฐไท โดยแจ้งข้อกล่าวหา ยุยงปลุกปั่นและ เป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และ 209 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ผู้ต้องหาคือนางกาญจนาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะให้การเป็นหนังสือเพิ่มเติมในภายหลัง หลังสอบปากคำ พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวผู้ต้องหา โดยนางกาญจนารับว่าจะมาตามกำหนดนัดของพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป

บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาระบุถึงพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาโดยสรุปว่า ผู้ต้องหากับพวกร่วมกันเป็นสมาชิกคณะบุคคลซึ่งปกปิดการดำเนินการ และมีความมุ่งหมายเพื่อการมิชอบด้วยกฎหมาย โดยผู้ต้องหาเข้าอินเตอร์เน็ตดูช่องยูทูบ ช่องของลุงสนามหลวง แล้วได้ออกมาเคลื่อนไหว ตามขบวนการสหพันธรัฐไท ตามคำสั่งการของลุงสนามหลวงกับพวก โดยแสดงสัญลักษณ์สวมเสื้อสีดำในวันที่ 5 ธ.ค. 61 และด้วยการชูธงขาวแดงซึ่งผู้ต้องหาตัดเย็บเอง แสดงสัญลักษณ์ของกลุ่มเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย และใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ ที่ห้างเซ็นทรัลพลาซ่าอุบลราชธานี ต.แจระแม อ.เมืองอุบลราชธานี แล้วผู้ต้องหาส่งภาพนั้นไปทางเฟซบุ๊ค เข้าไปในกลุ่มสหพันธรัฐไท  ซึ่งผู้กล่าวหากับพวกได้สืบสวนการกระทำของผู้ต้องหากับพวก เห็นว่า ได้กระทำความผิดจริง จึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

พนักงานสอบสวนระบุว่า พฤติการณ์และการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, เป็นอั้งยี่ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนแจ้งนางกาญจนาด้วยว่า หลังสรุปสำนวนจะนัดหมายนางกาญจนาเพื่อส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนคดีให้พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา โดยคดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสหพันธรัฐไททั้งหมดจะอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปราม และถูกส่งฟ้องที่ศาลอาญารัชดา

กรณีดังกล่าวนี้สืบเนื่องจากเมื่อเช้าวันที่ 8 ธ.ค. 61 เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบประมาณ 20 นาย ได้เดินทางไปที่บ้านของนางกาญจนา แล้วนำตัวนางกาญจนาไปสอบปากคำที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี โดยยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา จากกรณีที่เจ้าหน้าที่พบภาพหญิงคนหนึ่งใส่เสื้อแจ๊กเก็ตสีดำถือธงสัญลักษณ์ของกลุ่มสหพันธรัฐไทในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ส่งต่อกันในสื่อออนไลน์ ก่อนนำนางกาญจนาไปควบคุมตัวที่มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จนถึงช่วงสายวันที่ 11 ธ.ค. 61 เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้นำตัวนางกาญจนาไปส่งที่บ้าน โดยไม่ได้มีการดำเนินคดีใด ๆ ต่อมา ช่วงสายวันที่ 12 ธ.ค. 61 นางกาญจนาได้ถูกควบคุมตัวอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ทหารที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ควบคุมตัวเธอขึ้นรถตู้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ และนำไปควบคุมไว้ที่มณฑลทหารบกที่ 11 ก่อนนำตัวกลับไปส่งที่บ้านในช่วงบ่ายของวันที่ 14 ธ.ค. 61 จากนั้น วันที่ 25 ธ.ค. 61 นางกาญจนาจึงได้รับหมายเรียกจาก สภ.เมืองอุบลฯ ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ทั้งนี้ นางกาญจนาให้ข้อมูลว่า ในระหว่างถูกควบคุมหลายวันดังกล่าวนั้น เธอถูกเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจสอบปากคำหลายครั้ง

ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่นางกาญจนาถูกควบคุมตัวในค่ายทหาร มีข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวบุคคลอื่นอีกอย่างน้อย 16 ราย ในหลายจังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี แพร่ กำแพงเพชร อุดรธานี ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลว่า บุคคลเหล่านี้ถูกตำรวจดำเนินคดีในภายหลังเช่นเดียวกับนางกาญจนาหรือไม่

อ่านข่าวย้อนหลัง

ก่อนหน้านี้ ในช่วงต้นเดือนกันยายน 2561 มีบุคคลจำนวน 5 คน ถูกควบคุมตัวไปสอบที่มณฑลทหารบกที่ 11 จากกรณีครอบครองเสื้อสหพันธรัฐไท ก่อนถูกส่งตัวให้กองบังคับการปราบปรามดำเนินคดีในข้อหายุยงปลุกปั่นและอั้งยี่ ทั้งห้าถูกฟ้องต่อศาลอาญารัชดาฯ แล้ว แต่คดียังไม่เริ่มการสืบพยาน ทั้งนี้ จำเลย 3 ใน 5 ราย ถูกควบคุมตัวในค่ายทหารอีกครั้งในช่วงวันที่ 8 ธ.ค. 61

และเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 62 มีรายงานข่าวว่า นางศิริเพ็ญ ติ๊บคำ อายุ 67 ปี และ น.ส.สุคศิณี ติ๊บคำ อายุ 50 ปี ชาว จ.เชียงราย ถูกส่งตัวมาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีที่มีผู้ต้องหาซึ่งมีส่วนพัวพันกับกลุ่มสหพันธรัฐไท ร่วมสอบปากคำ ภายหลังที่ทั้งสองถูกจับกุมตัว หลังโพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนให้คนไปเดินขบวนชุมนุมที่บริเวณ ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 61 คดีนี้มีการโอนสำนวนการสอบสวนมาอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปราม ตามคดีอาญาที่ 11/2562 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ 209 เป็นอั้งยี่ โดยต่อมาผู้ต้องหาทั้งสองถูกส่งตัวไปขออำนาจศาลอาญารัชดาฯ ฝากขังยังทัณฑสถานหญิงกลาง