วันที่ 28 ม.ค. 62 ที่สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ ตัวแทนผู้ต้องหาที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ต้องหาคนอื่นๆ กรณีร่วมกิจกรรมการชุมนุม “รวมพลคนอยากเลือกตั้ง” ใน “เทศกาลแห่งความหมดรัก” เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 61 ที่หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือคดี CMU06 ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 เรื่องการชุมนุมทางการเมือง และข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต  ได้เข้ารายงานตัวเพื่อฟังคำสั่งของอัยการแขวงตามที่ได้นัดหมาย

พนักงานอัยการคดีศาลแขวงระบุว่าหลังจากส่งสำนวนไปที่สำนักงานอัยการภาค 5 ได้มีคำสั่งให้สั่งฟ้องคดีนี้ในทั้งสองข้อหาดังกล่าว อัยการจึงต้องนัดหมายผู้ต้องหาทั้ง 6 คน มาส่งฟ้องคดีต่อศาลแขวงเชียงใหม่ ในวันที่ 7 ก.พ. 62  เวลา 13.30 น.

สำหรับคดีนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ โดยยังไม่มีคำสั่งในคดีมาเกือบ 1 ปี ทำให้ผู้ต้องหาต้องเดินทางมารายงานตัวเป็นประจำทุกเดือนรวมแล้ว 10 ครั้ง จนกระทั่งอัยการภาคมีคำสั่งให้ฟ้องคดีในที่สุด (ทบทวน ทำความรู้จักกับผู้ต้องหาทั้ง 6 คนก่อนที่จะถูกส่งฟ้องต่อศาล  และเหตุการณ์ที่มาของคดีนี้)

นอกจากนั้น คำสั่งฟ้องคดียังเกิดขึ้นภายหลังจากมีการออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 22/2561 ลงวันที่ 11 ธ.ค. 61 โดยให้มีการยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 ข้อ 12 เรื่องการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปแล้ว ทำให้ไม่ได้มีข้อกฎหมายในการใช้ดำเนินคดีข้อหานี้ ทั้งภายหลังจากคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับนี้ ทั้งศาลและอัยการเองก็ได้มีคำวินิจฉัยในลักษณะยุติการดำเนินคดีข้อหานี้มาแล้ว อย่างน้อย 4 กรณีที่ถูกกล่าวหาจากคำสั่งดังกล่าว ได้แก่

  1. ศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่ มีคำพิพากษายกฟ้อง 5 ผู้ต้องหา ในคดีเวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร เนื่องจากไม่มีข้อกฎหมายให้ดำเนินคดีต่อจำเลยแล้ว
  2. ศาลทหารกรุงเทพสั่งจำหน่ายคดี 6 นักศึกษา จากการจัดกิจกรรมปัดฝุ่นประชาธิปไตย เนื่องจากความผิดฐานชุมนุมทางการเมืองถูกยกเลิกแล้ว
  3. ศาลทหารกรุงเทพสั่งจำหน่ายคดี 19 นปช. ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติรัฐธรรมนูญ เนื่องจากคสช.ประกาศยกเลิกคำสั่งดังกล่าว
  4. พนักงานอัยการคดีศาลแขวงพัทยามีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาชุมนุมคนอยากเลือกตั้งพัทยา (PATTAYA12) ในข้อกล่าวหาไม่แจ้งการชุมนุมเท่านั้น โดยไม่ฟ้องในข้อหาชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป เนื่องจากการกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิดอีกต่อไป