28 ม.ค. 62 เวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดา นัดตรวจพยานหลักฐานในคดีที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเปรวินท์ (สงวนนามสกุล) นางสาวคนึงนิตย์ (สงวนนามสกุล) 2 จำเลย ในข้อหากระทำความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯ

สืบเนื่องจากการแชร์ข้อความเพจ “กูต้องได้ 100 ล้านจากทักษิณแน่ ๆ” โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการที่คสช. ดูด สส. และมีข้อความว่าทหารเกี่ยวข้องกับปัญหาการระบาดของยาเสพติด

เนื้อหาการโพสต์ระบุว่า

“ยาเสพติดระบาดหนักในหลายชุมชน จนท.ทหารหลายพื้นที่ ทำงานเป็นคนดูแลความสงบให้แก่พวกขายยา (กล่าวลอยๆ) โดยทำงานร่วมกับตำรวจท้องที่ ลองดูสิ เยอะจริงๆ ยกตัวอย่างแถวบ่อนไก่ก็ตำรวจ-ทหารเป็นหูเป็นตาให้ผู้ค้าเองด้วย ป.ป.ส.มาสืบเองก็คงมีข้อมูลแล้ว แต่ก็ไม่ทำอะไร ประชาชนในชุมชนอยู่กันอย่างหวาดระแวง ลักเล็กขโมยน้อยเกิดขึ้นประจำ นี่หรือคือยุคที่ คสช.อ้างว่าสงบสุข แต่ยาเสพติดกลับทะลักเข้ามาทำลายอนาคตของประเทศ

ทหารนอกแถวมีมากมาย แต่ควบคุมให้มีวินัยไม่ได้
เพราะ คสช.เองก็มีอำนาจด้วยวิธีการที่ผิดๆ และขาดวินัย

น่าสงสัยต่ออีก ใครปล่อยให้ยาเสพติดทะลักเข้ามา
ประโยชน์ไปตกที่ใคร เงินไปไหน อืม”

ในเอกสารคำฟ้องของอัยการฝ่ายโจทก์ระบุว่าข้อความข้างต้น

“ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าการแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างหนักในหลายชุมชนในปัจจุบัน เกิดขึ้นจากการที่มีเจ้าหน้าที่ทหารที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมกับตำรวจในท้องที่ ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้กับผู้ค้ายาเสพติดเสียเอง จึงทำให้ยาเสพติดกลับทะลักเข้ามาทำลายอนาคตของประเทศ

เหตุเพราะ คสช. เองก็มีอำนาจและวิธีการที่ผิด ๆ และขาดวินัย ซึ่งเป็นความเท็จเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารมีหน้าที่รักษาความสงบในเขตพื้นที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตท้องที่เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ปราบปรามการกระทำผิดและดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่มีทางเป็นไปได้ที่เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจะร่วมมือกันเป็นหูเป็นตาให้กับผู้ค้ายาเสพติดเสียเอง”

สำหรับนัดตรวจพยานหลักฐานในวันนี้ โจทก์ได้ยื่นบัญชีพยาน โดยอ้างพยานบุคคลจำนวน 9 ปาก ประกอบไปด้วยคณะทำงานด้านกฎหมาย คสช., เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน, นักวิชาการทางรัฐศาสตร์ เป็นต้น ขณะที่พยานหลักฐานฝ่ายจำเลย จำเลยได้อ้างตนเองเป็นพยานและจะยื่นขอระบุพยานบุคคลเพิ่มเติมในภายหลัง

ผลการตรวจพยานหลักฐานพบว่า ไม่มีพยานหลักฐานใดที่โจทก์และจำเลยจะรับกันได้ ขณะที่ทนายจำเลยได้แถลงแนวทางการต่อสู้คดีว่า ข้อความตามฟ้องโจทก์ไม่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของประเทศตามที่โจทก์ฟ้องมา

ดังนั้น ศาลจึงนัดสืบพยานใน วันที่ 15,16 และ 17 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น.

ก่อนหน้านี้ในชั้นสอบคำให้การจำเลยให้การปฏิเสธทั้ง 2 ราย โดยยื่นหลักทรัพย์จำนวนเงิน 20,000 บาท และติดตั้งอุปกรณ์ติดตามตัวหรือ “EM” ก่อนที่คณึงนิตย์จะเปลี่ยนหลักประกันเป็นวางเงินหลักทรัพย์เพิ่มอีก 80,000 บาท และขอถอดอุปกรณ์ติดตามตัวออก ขณะที่เปรวินทร์ยังคงต้องติดอุปกรณ์ติดตามตัว (อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมใน: ติด ‘EM’ ไว้กับตัวผู้ต้องหา ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิประกันตัว ?)