จากกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, หัวหน้าคสช. และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ มีกำหนดเดินทางลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดแพร่ ระหว่างช่วงวันที่ 16 มีนาคม 2562

ก่อนการลงพื้นที่ ได้มีการเผยแพร่เอกสารราชการของจังหวัดแพร่ลงวันที่ 13 มี.ค. 62 ถึงนายอำเภอทุกอำเภอ โดยมีเนื้อหาว่าที่ทำการปกครองจังหวัดแพร่ มอบหมายภารกิจให้อำเภอต่างๆ ดำเนินการนำประชาชนเข้าร่วมต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ และคณะ จำนวน 10,000 คน  โดยมีการกำหนดตัวเลขจำนวนคนแยกเป็นรายอำเภอ และให้ประชาชนพร้อมเพรียงกันในวันที่ 16 มี.ค. 62 เวลา 11.00 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่

ต่อมา นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ชี้แจงว่าเนื่องจากในช่วงเช้าวันดังกล่าว จังหวัดแพร่ได้กำหนดให้มีการประชุมประชาคมประชาชนที่เป็นตัวแทนของแต่ละอำเภอเพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อน ความต้องการ ตลอดจนให้รับทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดในมิติต่างๆ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาถึงในช่วงบ่าย

ส่วนที่ได้กำหนดจำนวนคนที่จะมาของแต่ละอำเภอไว้ เนื่องจากต้องการให้ประชาชนจากทุกอำเภอได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม และเนื่องจากพื้นที่ในสนามกีฬามีจำกัด จึงได้แจ้งให้แต่ละอำเภอเชิญชวนประชาชนมาร่วมกิจกรรมไม่เกินจำนวนที่กำหนด แต่หากมีประชาชนที่สนใจเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมเองโดยไม่ผ่านทางอำเภอ จังหวัดแพร่ก็ได้เตรียมที่นั่งสำรองไว้อีกส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งสามารถรองรับประชาชนได้อีกประมาณ 1,000 ที่นั่ง

จากสถานการณ์ดังกล่าว วันที่ 16 มี.ค. ช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. ว่าที่ร้อยตรีประเสริฐ หงวนสุวรรณ พ่อค้าในตลาดจังหวัดแพร่ และเป็นสมาชิกพรรคสามัญชน ได้เดินทางไปที่สนามกีฬาอบจ.แพร่ โดยเขาระบุว่าจากการติดตามข่าวทำให้ทราบว่าจะมีการจัดเวทีประชุมประชาคมประชาชนจังหวัดแพร่ เพื่อรับฟังปัญหาเดือดร้อน เขาจึงต้องการนำเรื่องปัญหาหมอกควัน และปัญหาการจัดการเมืองเก่าแพร่ ไปพูดคุยในเวที รวมทั้งต้องการไปสังเกตการณ์และถ่ายรูปการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์

เมื่อไปถึงบริเวณที่ตั้งเป็นศูนย์สื่อมวลชนจังหวัดแพร่ ได้พบเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบนายหนึ่ง ซึ่งได้เข้าเชิญตัวว่าที่ร.ต.ประเสริฐเข้าไปพูดคุยในห้องของศูนย์สื่อมวลชน พบกับทั้งเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองของจังหวัด 6-7 นาย มีทั้งในและนอกเครื่องแบบ เข้ามาล้อมวงพูดคุยกับเขาด้วย

เจ้าหน้าที่ได้สอบถามวัตถุประสงค์การมา พร้อมระบุว่าเรื่องเวทีประชาคมคงไม่ได้มีการจัดในวันนี้ และไม่สามารถอนุญาตให้ประเสริฐเข้าไปในพื้นที่ที่จัดให้ประชาชนมาต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ในสนามกีฬา โดยระบุว่าผู้เข้าร่วมจะต้องมีการแจ้งชื่อมาก่อนจากทางอำเภอหรือเทศบาล เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเรื่องการรักษาความปลอดภัย ผู้ได้แจ้งชื่อก็จะได้รับป้ายชื่อในการเข้าร่วมได้

ว่าที่ร.ต.ประเสริฐระบุว่าแม้ตนเป็นประธานชุมชนที่อยู่ แต่ก็ไม่เคยได้รับแจ้งในเรื่องการไปต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ หรือการร่วมเวทีประชาคมของทางจังหวัด ทำให้ไม่ได้มีการแจ้งชื่อมาทางอำเภอก่อน แต่เมื่อทราบจากข่าวจึงสนใจจะมาร่วมในฐานะประชาชนคนหนึ่ง แต่เจ้าหน้าที่ยังยืนยันเรื่องการต้องแจ้งรายชื่อมาก่อนและมีบัตรเข้าร่วม ทั้งยังมีการขอไม่ให้ว่าที่ร.ต.ประเสริฐแสดงออกทางการเมืองหรือแสดงสัญลักษณ์ใดๆ ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ เนื่องจากจะกระทบต่อทางจังหวัดด้วย

เจ้าหน้าที่ยังมีการตรวจสอบว่า ว่าที่ร.ต.ประเสริฐนำอุปกรณ์หรือข้าวของใดมาบ้าง โดยมีการขอตรวจค้นตัว แต่เขานำมาเพียงกระดาษและปากกา ที่คาดว่าจะได้ใช้ในเวทีประชาคมของจังหวัด

หลังจากการพูดคุยและนั่งรอในห้องดังกล่าวเกือบ 1 ชั่วโมง เมื่อเห็นว่าไม่สามารถเข้าร่วมเวทีได้ ว่าที่ร.ต.ประเสริฐ จึงตัดสินใจเดินทางกลับ

ต่อมาเมื่อกลับถึงบ้าน พบว่าได้มีเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบสองนายติดตามมารอเขาอยู่แล้วที่บ้าน โดยแจ้งว่า “นาย” สั่งให้มาติดตามว่ากลับบ้านแน่นอนหรือไม่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองนายจะคอยเฝ้าว่าที่ร.ต.ประเสริฐอยู่ ไม่ให้เดินทางไปไหนระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่จังหวัดแพร่จนถึงในช่วงเย็น โดยเจ้าหน้าที่มีการพูดคุยด้วยดี แต่มีการถ่ายรูปเขาและคอยรายงาน “นาย” เป็นระยะ

ภาพผู้เข้าร่วมเวทีต้อนรับการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในจังหวัดแพร่ (ภาพจาก Sa-nguan Khumrungroj)

ว่าที่ร.ต.ประเสริฐระบุว่าในช่วงเช้าวานนี้ (15 มี.ค. 62) ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลโทรศัพท์มาสอบถามเขาว่าจะไปร่วมเวทีที่พล.อ.ประยุทธ์มาลงพื้นที่จังหวัดแพร่หรือไม่ ในช่วงบ่ายก็ยังได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสภ.เมืองแพร่ 1 นาย เดินทางมาพบเขา เพื่อสอบถามว่าจะไปร่วมงานที่พล.อ.ประยุทธ์มาลงพื้นที่หรือไม่ โดยไม่ได้มีการห้ามไปร่วม แต่ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะไปเมื่อใดและอย่างไร เนื่องจากจะต้องรายงาน “นาย” ก่อน แต่วานนี้เขายังไม่ได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่าจะไปร่วมเวทีแต่อย่างใด จนกระทั่งเมื่อไปร่วมเวทีในวันนี้ ก็กลับไม่สามารถเข้าร่วมได้ และพบว่าไม่ได้มีการจัดเวทีประชาคมประชาชนอย่างที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดให้สัมภาษณ์ไว้

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมกราคม 2562 ว่าที่ร.ต.ประเสริฐ เคยออกไปทำกิจกรรมถือป้ายคัดค้านการเลื่อนและล้มการเลือกตั้งที่หน้าศาลากลางจังหวัดแพร่ ทำให้ถูกจับตาจากเจ้าหน้าที่ในจังหวัดแพร่ และมีเจ้าหน้าที่สันติบาลเดินทางไปพบเขาที่บ้านมาแล้วภายหลังการออกมาทำกิจกรรมดังกล่าว  นอกจากนั้นว่าที่ร.ต.ประเสริฐยังเข้าร่วมกับชาวบ้านในตำบลร่องฟอง และอีก 12 ตำบล ในเขตอำเภอเมืองแพร่ ในการเคลื่อนไหวคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ของชุมชน เนื่องจากเห็นว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม