วันที่ 29 มี.ค. 62 ศาลแขวงเชียงใหม่นัดฟังคำพิพากษาจำเลย 6 คน ในคดีร่วมกิจกรรมการชุมนุม “รวมพลคนอยากเลือกตั้ง” ใน “เทศกาลแห่งความหมดรัก” เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 61 ที่หน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือคดี CMU06  ซึ่งจำเลยทั้ง 6 คน ถูกฟ้องในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 ข้อ 12 และในจำนวนนี้ 5 คน ถูกฟ้องในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตมาด้วย

สำหรับจำเลยทั้งหกคนในคดีนี้ ได้แก่ 1. นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ นักศึกษาภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2. นายจตุพล คำมี นักศึกษาสาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 3. นายสิทธิชัย คำมี นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 4. นายยามารุดดิน ทรงศิริ นักศึกษาสาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง 5. นายอ๊อด แอ่งมูล ชาว จ.กำแพงเพชร และ 6. นางสาวจิตต์ศจีฐ์ นามวงค์ ช่างเสริมสวยจาก จ.เชียงราย

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 62  ศาลแขวงเชียงใหม่ได้มีคำสั่งให้งดการสืบพยานโจทก์และจำเลย จากเหตุที่จำเลย 5 คน ยกเว้นนายอ๊อด แอ่งมูล ที่ถูกฟ้องในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้ให้การรับสารภาพในข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่จำเลยทั้งหมดยืนยันให้การปฎิเสธในข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 12 เรื่องการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป พร้อมกับขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมาย เนื่องจากคำสั่งหัวหน้าคสช. ในข้อดังกล่าว ได้ถูกยกเลิกไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 61

ในวันนี้ ศาลแขวงเชียงใหม่ได้อ่านคำพิพากษาคดีนี้ โดยพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 6 คน ในข้อหาชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 ข้อ 12 เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวได้ถูกยกเลิกโดยคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 22/2561 ลงวันที่ 11 ธ.ค. 61 เป็นกรณีที่บทบัญญัติของกฎหมายบัญญัติให้การกระทำไม่เป็นความผิดอีกต่อไป แต่ทั้งนี้ไม่กระทบถึงการดำเนินการหรือการปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้กระทำไปก่อนหน้านั้น

ส่วนข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ศาลพิพากษาให้ลงโทษปรับจำเลย 5 คน คนละ 200 บาท แต่เนื่องจากจำเลยทั้ง 5 ให้การรับสารภาพ จึงให้ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษปรับคนละ 100 บาท

คำพิพากษาของศาลแขวงเชียงใหม่ในวันนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่จำเลยทั้ง 6 คน ได้ต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมมาเป็นเวลาครบ 1 ปี นับจากวันแจ้งข้อกล่าวหา และต้องมีภาระการเดินทางไปรายงานตัวต่ออัยการในทุกๆ เดือน รวมถึง 11 ครั้ง ต่อมาแม้มีการยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. เรื่องการห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปแล้ว อธิบดีอัยการภาค 5 กลับยังคงมีคำสั่งอนุญาตให้ฟ้องคดีนี้ต่อศาลเข้ามา

อีกทั้งผู้ถูกกล่าวหา 2 คน ในคดีนี้ ซึ่งได้ตัดสินใจยอมเข้ารับการอบรมจากเจ้าหน้าที่ทหารในค่ายทหารในระหว่างคดียังอยู่ในชั้นพนักงานอัยการ เพื่อหวังให้ภาระทางคดีสิ้นสุดลง ก็กลับยังคงถูกอัยการสั่งฟ้องเข้ามาร่วมกับจำเลยคนอื่นๆ ด้วย

 

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

รู้จัก 6 ผู้ต้องหาคดีรวมพลคนอยากเลือกตั้งหน้ามช. CMU06

คดี CMU06 อัยการสั่งฟ้องข้อหาชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่ความผิดถูกยกเลิกไปแล้ว

การฟ้องคดี CMU06: คำสั่งตามอำเภอใจของหัวหน้าคสช. ถึงความบิดเบี้ยวในกระบวนการยุติธรรม