เอกชัย หงส์กังวาน นักเขียนอิสระ และนักกิจกรรมทางการเมือง หลังรัฐประหารเขาเริ่มมีบทบาทในฐานะนักกิจกรรมภายตั้งแต่ช่วงปี 2559  ประเด็นที่เขาให้ความสนใจมีหลากหลายตั้งแต่การติดตามตรวจสอบกรณีไม่แจ้งทรัพย์สิน(นาฬิกา 25 เรือน)ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  กรณีติดตามหมุดคณะราษฎร์ที่ถูกเปลี่ยนเป็นหมุดหน้าใส กรณีตรวจสอบพฤติกรรมนายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา และล่าสุดการทำกิจกรรมล่าชื่อถอดถอนกกต. แต่การเป็นพลเมืองที่มีความตื่นตัวสูงในยุครัฐบาลทหารนั้นไม่ง่ายนัก เอกชัยเคยถูกควบคุมตัวในสถานที่ไม่เปิดเผย ถูกคุกคาม และถูกดำเนินคดีถึง 8 คดี ( อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม เมื่อ “เอกชัย” ถูกทำร้ายซ้ำ ๆ ท่ามกลางความเงียบงัน ) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รวบรวมกรณีเอกชัยถูกทำร้าย 6 ครั้งและถูกทำลายทรัพย์สิน(เผารถยนต์) 2 ครั้ง ขณะทำออกไปทำกิจกรรมและความคืบหน้าของคดีล่าสุด  โดยเหตุการณ์ซึ่งถูกทำร้ายร่างกาย และทำลายทรัพย์สินมีต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561 ดังต่อไปนี้

กรณีทำร้ายร่างกาย

ครั้งที่ 1 วันที่ 19 มกราคม 2561

เวลาประมาณ 10.00 น. เอกชัยและนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ สองนักกิจกรรมการเมือง ได้นำนาฬิกาจำนวน 3 เรือน และโปสเตอร์คอลเล็คชั่นนาฬิกา 25 เรือน ไปมอบให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บริเวณทำเนียบรัฐบาล ประตู 4  ขณะที่เอกชัยโชว์นาฬิกาให้ผู้สื่อข่าวดู ปรากฏว่ามีชายอายุประมาณ 55-60 ปี ใส่เสื้อสีแดง สวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาวทับด้านนอก ได้เดินตรงเข้ามากระชากที่ไหล่ซ้ายเอกชัย แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการควบคุมตัวเอาไว้ และนำตัวไปยัง สน.ดุสิต ชื่อนายฤทธิไกร ชัยวรรณศาสน์ อายุ 56 ปี  อ.โป่งน้ำร้อน จันทบุรี และจากการตรวจค้นร่างกาย พบมีดพับ ความยาวประมาณ 3 นิ้ว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา พกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยเจ้าหน้าที่ส่งฟ้องต่อศาลในวันเดียวกัน และศาลมีคำพิพากษาปรับ 1,000 บาท

ครั้งที่ 1 วันที่ 19 มกราคม 2561 ที่มาภาพ ประชาไท

ครั้งที่ 2 วันที่ 23 มกราคม 2561

เวลา 10.00 น. เอกชัยได้เดินทางไปที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อจัดกิจกรรมมอบนาฬิกา 3 เรือน ให้ พล.อ.ประวิตร โดยครั้งนี้มีป้ายไวนิลที่ใส่เนื้อหาข่าวเรื่องนาฬิกา หลังจากไปจัดกิจกรรมที่หน้าทำเนียบ เอกชัยเดินทางกลับบ้าน เวลา 14.00 น. คนร้ายดักรอเอกชัยอยู่บริเวณป้ายรถเมล์ระหว่างซอย 105 -107 ที่เกิดเหตุ เมื่อลงจากรถเมล์ คนร้ายซึ่งใส่หมวกแก๊ปก้มหน้าตามประกบมา พร้อมกับชกที่ใบหน้าหลายครั้งจากนั้นได้หลบหนีเข้าไปในซอยลาดพร้าว 107 ทำให้เอกชัย ปากแตก และคอด้านขวาเป็นแผล เอกชัยจำได้ว่าคือ นายฤทธิไกร ชัยวรรณศาสน์ ที่เคยทำร้ายเอกชัย เอกชัย ได้ไปแจ้งความกับ สน.ลาดพร้าว ข้อหาทำร้ายร่างกาย

ภายหลังอัยการได้ส่งฟ้องนายฤทธิไกร ต่อศาลและศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา

ครั้งที่ 2 วันที่ 23 มกราคม 2561 ที่มาภาพ facebook เอกชัย หงส์กังวาน

ครั้งที่ 3 วันที่ 14 สิงหาคม 2561

เวลา 10.15 น. เอกชัยเดินทางไปทำกิจกรรม บริเวณทำเนียบรัฐบาล (ประตู 4) เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีนาฬิกาหรู แต่เมื่อลงรถเมล์บริเวณป้ายรถเมล์ใกล้กับโรงพยาบาลมิชชั่น ถนนสวรรคโลก เอกชัย ถูกชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สวมหมวกกันน็อค ตามสาดน้ำปลาร้าใส่ทางด้านหลังเลอะตั้งแต่หัวจรดเท้า ส่งกลิ่นเหม็น  เอกชัย จึงจะเดินทางไปทำกิจกรรมก่อน แล้วจึงไปแจ้งความที่ สน.นางเลิ้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจลายนิ้วมือที่ถังใส่ปลาร้าสีเขียวที่ทิ้งไว้ แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ จากตำรวจ

ครั้งที่ 3 วันที่ 14 สิงหาคม 2561 ที่มาภาพ facebook เอกชัย หงส์กังวาน

ครั้งที่ 4 วันที่ 22 สิงหาคม 2561

เวลา 12.00 น. หลังจากกลับจากการทำกิจกรรมที่ทำเนียบรัฐบาล พอลงจากรถประจำทางแล้วเอกชัย เห็นผู้ชายสองคนจอดมอเตอร์ไซค์รออยู่หน้าอู่รถชื่อ Tyre Plus (ไทร์พลัส) ปากซอยลาดพร้าว 107 และมองมาที่เอกชัย ทำให้รู้สึกผิดสังเกตแต่ก็ยังเดินต่อเพื่อเข้าบ้านที่อยู่ในซอยถัดไป พอเลี้ยวเข้ามาในซอยลาดพร้าว 109 ซอย 1เดินจนถึงซอยเชื่อมระหว่างซอย 1 และ 3 จนใกล้จะถึงบ้านแล้ว ได้มีคนตะโกนเรียกชื่อ หันไปดูเห็นเป็นชายสองคนขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาข้างหลังแล้วก็จอด ชายหนึ่งในสองคนได้เอาหมวกกันน๊อกฟาด ระหว่างที่เอกชัยถูกทำร้าย มีผู้ชายคนที่สามเพิ่มมาอีกและเอาไม้มาตี 4-5 ที เอกชัย จึงยกแขนกันเอาไว้ แต่ระหว่างที่ชายคนที่สามเอาไม้ตีอยู่ อีกสองคนก็ยืนดู พอชายคนที่สามตีจนไม้หลุดมือไปได้หันไปหาไม้อันอื่นจะมาตีเขาอีก เอกชัย จึงรีบวิ่งเข้าบ้าน หลังเกิดเหตุ เอกชัย เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ลาดพร้าว และถูกส่งตัวไปรักษาและตรวจสอบบาดแผลที่โรงพยาบาล จากการตรวจรักษาพบว่ากระดูกนิ้วก้อยและนิ้วนางข้างซ้ายหัก แพทย์ได้ใส่เฝือกใช้เวลาในการรักษาประมาณ 1 เดือน

ต่อมาตำรวจจับกุมคนร้าย 1 คนคือ กำธร ธรรมขันธ์ (อายุ 20 ปี) ล่าสุดอัยการส่งหนังสือมาสอบถามถึงการเรียกร้องค่าเสียหายในคดี อย่างไรก็ตามนายกำธรได้ให้การว่าตนเพียงแต่รับจ้างขี่มอเตอร์ไซด์มาเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นผู้ว่าจ้าง และไม่ยอมให้ข้อมูลว่าใครเป็นผู้ว่าจ้างและบุคคลใดร่วมกระทำความผิดบ้าง

ครั้งที่ 4 วันที่ 22 สิงหาคม 2561   ที่มาภาพ facebook เอกชัย หงส์กังวาน

ครั้งที่ 5 วันที่ 19 มกราคม 2562

เวลาประมาณ 19.15 น. หลังจากการทำกิจกรรมเดินรณรงค์ไม่เลื่อนเลือกตั้งที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เอกชัย กับเพื่อนนักกิจกรรมอีกคนหนึ่งได้เดินมาเอารถที่จอดไว้ที่ ม.ธรรมศาสตร์จนถึงบริเวณโค้งหยดน้ำใกล้กับสะพานพระปิ่นเกล้า ระหว่างนั้นได้มีชายฉกรรจ์จำนวน 4 คน ที่มาจอดจักรยานยนต์ดักรออยู่ก่อนแล้ว โดย 3 คนเข้ามารุมทำร้ายร่างกายเอกชัย จากทางด้านหลัง ส่วนอีกคนยืนคอยคุมเชิง แต่เพื่อนเอกชัย ที่เดินมาด้วยเข้ามาห้ามปรามจึงถูกทำร้ายไปด้วย ต่อมามีนักท่องเที่ยวไม่แน่ใจว่าเป็นชาวจีนหรือชาวเกาหลีประมาณสิบคนที่ยืนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้เข้าทำการช่วยเหลือ ไล่ชกต่อยชายที่เข้ามาทำร้ายเอกชัย จนคนร้ายทั้งสี่ต้องวิ่งขึ้นมอเตอร์ไซค์จำนวนสองคันที่จอดเอาไว้ขับหลบหนีไปเอกชัยโดนต่อยบริเวณใบหน้า และโดนเตะบริเวณศีรษะ แต่ได้เอาแขนขึ้นมารับไว้จึงมีรอยช้ำที่แขนด้วย ส่วนเพื่อนนักกิจกรรมอีกคนโดนชกต่อยทำร้ายแว่นตาหัก ปากแตกและคิ้วแตก หลังเกิดเหตุเอกชัย ได้ไปแจ้งความที่ สน.ชนะสงครามแล้ว แต่ขณะนี้ยังคงไม่มีความคืบหน้า

ครั้งที่ 5 ที่มาภาพ facebook เอกชัย หงส์กังวาน

ครั้งที่ 6 วันที่ 5 มีนาคม 2562

เวลา 16.00 น. หลังเข้าให้การเพิ่มเติมกับแพทยสภากรณีร้องเรียนถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนพ.เหรียญทอง แน่นหนา ระหว่างที่เอกชัยกับเพื่อนอีก 1 คนกำลังเดินกลับไปที่รถยนต์ที่จอดไว้บนถนนภายในกระทรวงสาธารณะสุข ตรงข้ามกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ เอกชัย ได้ยินคนตะโกนเรียกชื่อจึงหันไปเห็นว่ามีชายทั้ง 2 คน คนหนึ่งสวมหมวกนิรภัยแบบเต็มใบและอีกคนสวมแบบครึ่งใบขี่จักรยานยนต์ไม่ติดป้ายทะเบียนตามมาข้างหลัง จากนั้นชายทั้งคู่ก็ลงจากจักรยานยนต์โดยคนหนึ่งถือไม้กระบองและอีกคนถือแป๊ปเหล็กเดินเข้ามาหา เมื่อเอกชัยเห็นทั้ง 2 คนจะเข้ามาทำร้ายจึงวิ่งหนี โดยคนที่ถือไม้กระบองตรงเข้ามาจะทำร้ายเอกชัย ส่วนเพื่อนที่มาด้วยกันถูกชายที่ถือท่อเหล็กยืนกันเอาไว้ไม่ให้เข้ามาช่วยเอกชัย

เอกชัยได้วิ่งข้ามถนนกลับไปที่อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข แต่ชายคนที่ถือไม้กระบองวิ่งตามมาทันและเอกชัย ได้หกล้มขณะพยายามข้ามแนวต้นไม้หน้าสำนักงาน ชายที่ตามมาได้ใช้ไม้กระบองตีเข้าที่ศีรษะ เอกชัย ใช้แขนซ้ายป้องกันเอาไว้ทำให้ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นเอกชัย วิ่งใกล้ถึงอาคารชายคนดังกล่าวได้ตีเอกชัย อีกโดนที่ศีรษะ ชายคนที่วิ่งตามมาก็ถอยกลับไปขึ้นจักรยานยนต์พร้อมชายถือแป๊ปเหล็กและขับหนีไป ทั้งนี้เพื่อนของเอกชัยไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

หลังเกิดเหตุเอกชัย ได้ไปรักษาที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า แพทย์บอกกับเอกชัย ว่ามีแผลที่ศีรษะสองแแผลมีเลือดออกและมีบาดแผลจากการถูกตีที่แขนข้างซ้าย และแผลจากการหกล้มที่มือขวาและข้อเท้าขวาจากการหกล้มระหว่างหนี หลังเสร็จจากการรักษาเอกชัยเดินทางเข้าแจ้งความกับ สภ.ท่าน้ำนนท์ คดีอยู่ระหว่างสอบสวน แต่ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งความคืบหน้ามาที่เอกชัย

ครั้งที่ 6 วันที่ 5 มีนาคม 2562 ที่มาภาพ facebook เอกชัย หงส์กังวาน

กรณีทำลายทรัพย์สิน

ครั้งที่  1 เผารถยนต์ 26 ม.ค.62

26 ม.ค. 2562 เวลา 3.00 น. ชาย 1 คนจุดไฟเผารถยนต์ของผมที่บริเวณหน้าบ้านของเอกชัย หลังความพยายามดึงภาพจากกล้องวงจรปิดทำให้เห็นชายคนนี้สวมเสื้อแจ็กเก็ต-หมวกแก๊ปเดินออกจากในซอยบ้านเอกชัย ในมือของเขาถือขวดน้ำมันราดที่รถยนต์ และจุดไฟเผารถยนต์ของเอกชัย จนได้รับความเสียหาย และจากภาพวงจรปิดยังเห็นว่ามีบุคคลอีก 1 คนที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุเมื่อคนร้ายเผารถข้าแล้วได้เดินหาชายคนนี้ด้วย เอกชัย ได้แจ้งความต่อ สน.ลาดพร้าวแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ

ครั้งที่ 1 กรณีทำลายทรัพย์สิน(เผารถยนต์) 26 ม.ค.62 ที่มาภาพ facebook เอกชัย หงส์กังวาน

ครั้งที่  2 เผารถยนต์ 1 เม.ย.62

31 มีนาคม 2562 เอกชัย หงส์กังวาน และ นายอนุรักษ์ เจนตวานิชย์ร่วมจัดแคมเปญระดมรายชื่อเพื่อถอดถอน กกต. บริเวณแยกราชประสงค์  มีผู้ร่วมรายชื่อประมาณ 200-300 คน เมื่อเสร็จกิจกรรมเอกสารและเครื่องขยายเสียงได้ถูกนำไปเก็บในรถของเอกชัย ซึ่งจอดไว้หน้าบ้าน

1 เม.ย. 2562 เวลาประมาณ 1.15 น. เวลาตามกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์หน้าบ้านเอกชัยไว้ได้พบว่ามี ชายคนหนึ่งสวมเสื้อแจ็กเก็ต กางเกงขายาว และหมวกกันน็อกเดินจากด้านในซอย และใช้เท้าถีบกระจกมองข้างด้านซ้ายของรถยนต์ของเอกชัย และถือขวดน้ำมันราดบนกระจกหน้ารถยนต์ของเอกชัย และจุดไฟเผาจนเกิดไฟลุกท่วม ทำให้ภายในห้องโดยสารรถยนต์เสียหายจนไม่อาจซ่อมแซมได้ รวมถึงเอกสารจากการล่ารายชื่อถอดถอนกกต.และเครื่องขยายเสียงก็ได้รับความเสียหายบางส่วนเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เอกชัยได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว เจ้าหน้าที่ได้มาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและนำรถยนต์ไปเก็บรักษาไว้ที่สถานีตำรวจแล้ว

ครั้งที่ 2 กรณีทำลายทรัพย์สิน(เผารถยนต์) 1 เม.ย.62 ที่มาภาพ facebook เอกชัย หงส์กังวาน

 

วิดีโอจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านของเอกชัย

หลังเหตุการณ์เอกชัยได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตำรวจน่าจะสามารถติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดของ กทม. ได้เพื่อติดตามดูว่าคนร้ายขี่จักรยานยนต์มาจากทางไหนหลบหนีไปทางไหน แวะที่ไหนบ้าง แต่เขาไม่รู้สึกว่าตำรวจมีความพยายามติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาให้ได้

เอกชัยยังได้ให้สัมภาษณ์อีกว่า ได้ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายอนุรักษ์ เจนตวนิชหรือ “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” แล้ว เขาแปลกใจที่อนุรักษ์ก็ถูกทำร้ายด้วยเช่นกัน เอกชัยจึงคิดว่าทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับและอนุรักษ์น่าจะเป็นเรื่องที่พวกเขาออกมาทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเลือกตั้งด้วยกัน เพราะว่านอกจากประเด็นนี้แล้วพวกเขาก็ไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันและทั้งสองเหตุการณ์ยังเกิดขึ้นพร้อมกัน

เอกชัยยังกล่าวต่ออีกว่าเขารู้สึกเสียดายรถยนต์มากกว่าราคาเป็นแสน แล้วตอนนี้ก็คิดว่าจะไม่ซื้อรถยนต์ใหม่แล้วเพราะเกรงว่าจะถูกเผาอีก

การใช้ความรุนแรงกับนักกิจกรรมเริ่มขยายตัว

นอกจากนี้ในช่วงหัวค่ำเมื่อวันที่ 31  มี.ค.2562 นายอนุรักษ์ เจนตวานิชย์ ผู้จัดกิจกรรมร่วมกันกับเอกชัยก็ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ โดยอนุรักษ์เล่าว่า หลังทำกิจกรรมล่าชื่อถอดถอนกกต.เมื่อตนกลับบ้านประมาณ 21.45 น.คนร้ายใส่ชุดดำสองคนใส่หมวกกันน็อคขับมอเตอร์​ไซด์ตามมาจอดหน้าบ้าน หนึ่งในนั้นวิ่งเข้ามาในบ้านพร้อมกับอาวุธ​เป็นไม้หน้าสามเข้ามาทำร้ายอนุรักษ์ อนุรักษ์ได้ต่อสู้​ป้องกันตัว จนสามารถแย่งไม้จากคนร้าย พร้อมกับตีคนร้ายกลับจนไม้หักคามือสองท่อน ทำให้คนร้ายวิ่งหนีไปเมื่อมีเสียงคนตะโกนให้ช่วยเหลือ อนุรักษ์ได้รับบาดเจ็บ​ที่แขนเลือดไหล แจ้งเหตุทางสายด่วนตำรวจ 191 ไว้แล้วและจะไปแจ้งความยังสภ.สมุทรปราการต่อไป

กรณีทำร้ายร่างกายอนุรักษ์ เจนตะวนิชย์ 31 มี.ค. 62 ภาพจาก facebook ฟอร์ด เส้นทางสีแดง