ผบ.มทบ.24 สั่งการผ่านตำรวจ สภ.โนนสะอาด อุดรฯ เรียกชาวบ้านที่ร่วมเปิดศูนย์ปราบโกงฯ เข้าอบรมวันนี้ ขณะ 4 แกนนำ ถูกดำเนินคดี

วานนี้ (13 ก.ค. 59) เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี 4-5 นาย เดินทางไปที่บ้านของ น.ส.วาสนา เคนหล้า บ้านหนองโก ต.บุ่งแก้ว อ.โนนสะอาด แจ้งให้นัดชาวบ้านที่ปรากฏในภาพถ่ายวันเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติไปที่ สภ.โนนสะอาดในวันที่ 14 ก.ค.59 โดยตำรวจจะเอารถมารับที่ศาลากลางบ้านบ้านหนองโก ในเวลา 14.00 น. เมื่อวาสนาสอบถามว่า จะให้ชาวบ้านไปทำอะไร ตำรวจตอบว่า ผู้การฯ อำนวย (พล.ต.อำนวย จุลโนนยาง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 จ.อุดรธานี – ผบ.มทบ.24) สั่งให้ตามชาวบ้านไป แต่ไม่รู้ว่าให้ไปทำอะไร วาสนาจึงแย้งไปว่า จะให้ชาวบ้านไปทำอะไร เจ้าหน้าที่น่าจะมีหนังสือมาแจ้งชาวบ้านเป็นทางการ ตำรวจชุดที่มาจึงกลับออกไป

ต่อมา ในช่วงเย็น พ.ต.ท.ลิขิต สมศรีทอง รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.โนนสะอาด จึงได้มาส่งหนังสือเชิญชาวบ้านที่เข้าร่วมการเปิดป้ายศูนย์ปราบโกงฯ จำนวน 19 คน เข้ารับการอบรมจากเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย ในวันที่ 14 ก.ค.59 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป เนื่องจากได้รับการประสานจาก ผบ.มทบ.24 โดยมอบให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหนองโกดำเนินการส่งจดหมายเชิญดังกล่าว

image1

กิจกรรมเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติในจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.59 มีขึ้นที่บ้านหนองโก ต.บุ่งแก้ว อ.โนนสะอาด ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.วาสนา เคนหล้า อดีตเหรัญญิกสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย โดยผู้เข้าร่วมประมาณ 20 คน ใส่เสื้อสีดำที่มีสโลแกนของศูนย์ปราบโกงฯ ว่า “ประชามติต้อง…ไม่โกง ไม่ล้ม ไม่อายพม่า” ถ่ายรูปกับป้ายศูนย์ฯ เช่นเดียวกับในจังหวัดอื่นๆ

นางภริตพร หงษ์ธนิธร หรือ ดีเจเก่ง อดีตที่ปรึกษาสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงฯ แกนนำในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เปิดเผยว่า หลังจบกิจกรรม ชาวบ้านแยกย้ายกันหมดแล้ว เหลือเพียงตนเอง สามี ลูกชาย และ น.ส.วาสนา เจ้าของบ้าน ตนเองได้โทรศัพท์แจ้งทหารว่า ได้เปิดศูนย์ปราบโกงฯ แล้ว ที่ทำเช่นนี้เพราะคาดว่ายังไงจะต้องถูกติดตามหรือเรียกตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนเอง วาสนา รวมทั้งแกนนำคนอื่นอีก 2 คน ถูกเรียกเข้าไปใน มทบ.24 เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ ปกครอง คุยไม่ให้เปิดศูนย์ฯ ตนเองถูกเรียกเข้าไปถึง 2 ครั้ง

“เราเก็บข้อมูลต่างๆ แล้วว่าไม่ได้ผิดกฎหมายเราถึงทำ เพราะอยากจะสื่อให้ประชาชนใน จ.อุดรฯ และทั่วประเทศรับทราบว่า ใน จ.อุดรฯ ของเรายังมีอุดมการณ์ที่แนวแน่และเข้มแข็งพร้อมที่จะตามหาระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมาสู่ประเทศไทยให้ได้ รู้อยู่ว่าทหารต้องเล่นงานเราแน่นอน แต่ทุกคนก็พร้อมได้รับบาดเจ็บและมีบาดแผล เป็นเรื่องปกติของการต่อสู้”

หลังจากโทรแจ้งทหารได้ไม่นาน เวลาประมาณ 09.00 น. ผกก.สภ.โนนสะอาดก็มาที่บ้านของ น.ส.วาสนา สถานที่จัดกิจกรรม และเชิญตัวทั้ง 4 คน ไป สภ.โนนสะอาด แจ้งข้อกล่าวหา “มั่วสุมชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้า คสช. อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศ คสช.ฉบับที่ 7/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558” หลังสอบปากคำโดยทั้ง 4 ให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปล่อยตัวในเวลาประมาณ 18.30 น. และนัดหมายให้มาพบอีกครั้งในวันที่ 11 ก.ค. 59

ต่อมา ตำรวจได้เรียกให้ชาวบ้านที่ร่วมถ่ายภาพเปิดศูนย์ปราบโกงฯ มาสอบปากคำในฐานะพยาน โดยไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา ภายหลังจึงมาติดตามให้เข้ารับการอบรมหรือ “ปรับทัศนคติ” กับเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย ในวันที่ 14 ก.ค. ดังกล่าวแล้ว

อุดร

ภาพวันเปิดศูนย์ปราบโกงฯ จ.อุดรธานี จากเพจ ศูนย์ปราบโกงประชามติ

ส่วนผู้ต้องหา 4 คน ในวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้ขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนออกไป เนื่องจากติดภารกิจส่วนตัว อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนแจ้งว่าจะส่งตัวไปอัยการศาลทหารภายในวันทื่ 18 ก.ค.นี้

นอกจากการดำเนินคดีและติดตามให้เข้าอบรมหรือปรับทัศนคติแล้ว นางภริตพรให้ข้อมูลอีกว่า ภายในสัปดาห์นี้ได้มีเจ้าหน้าที่จากจังหวัดอุดรฯ และตำรวจมาที่บ้าน น.ส.วาสนา 2 ครั้งแล้ว และพูดคุยในทำนองข่มขู่ไม่ให้ น.ส.วาสนาและพ่อ ซึ่งมีรูปถ่ายกับป้ายศูนย์ปราบโกงฯด้วย เคลื่อนไหวทางการเมืองอีก

กรณีการจัดกิจกรรมเปิดศูนย์ปราบโกงประชามตินี้ จนถึงปัจจุบัน นอกจากแกนนำ นปช. ส่วนกลาง 19 คน ที่ถูกออกหมายเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศ คสช.ฉบับที่ 3/2558 เรื่องการชุมนุมหรือมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป แล้วพบว่า ในจังหวัดต่างๆ มีการดำเนินคดีชาวบ้านและแกนนำ นปช. ในข้อกล่าวหาเดียวกันแล้ว ในอีก 7 จังหวัด อย่างน้อยอีก 69 คน (อ่านรายละเอียด)

ในจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีนี้ 5 ราย ที่จังหวัดแพร่ และ 12 ราย ที่จังหวัดหนองบัวลำภู เจ้าหน้าที่ได้ส่งเข้ารับการอบรมหรือปรับทัศนคติกับเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย และถือว่าคดีเลิกกัน ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 ข้อ 12 วรรค 2 ซึ่งระบุว่าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง (มั่วสุมชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป) ที่สมัครใจเข้ารับการอบรมจากเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน และเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยเห็นสมควรปล่อยตัวโดยมีเงื่อนไข หรือไม่มีเงื่อนไข ให้ถือว่าคดีเลิกกัน

ในกรณีของจังหวัดอุดรธานีนี้ ชาวบ้าน 19 คน ที่ได้รับการเรียกเข้าอบรมไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี ผบ.มทบ.24 ใช้อำนาจเรียกเข้ารายงานตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 แต่ใช้วิธีการสั่งผ่านตำรวจที่เป็นชุดสอบสวนในคดีแกนนำ โดยถือว่า การถ่ายรูปกับป้ายศูนย์ปราบโกงฯ เป็นการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 เช่นเดียวกับที่ใช้ในการดำเนินคดีกับแกนนำ จ.อุดรฯ และในพื้นที่อื่นๆ

ข้อสังเกตอีกประการกรณีการแจ้งข้อกล่าวหาแกนนำ นปช.จ.อุดร ตำรวจอ้างว่าผู้ต้องหามีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนประกาศ คสช.ฉบับที่ 7/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ทั้งๆ ที่ ประกาศ คสช.ที่ 7/2557 เรื่อง ห้ามชุมนุมทางการเมือง ออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ซึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ยกเลิกไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เม.ย.58 จึงไม่มีผลบังคับใช้แต่อย่างใด

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

ทหารแจ้งความชุมนุมการเมือง 5 หญิงเสื้อแดงเปิดศูนย์ปราบโกงเด่นชัย ก่อนผู้ต้องหายินยอมรับ’การอบรม’

ส่ง 12 ชาวบ้านหนองบัวลำภู ‘อบรม’ อีก เหตุถ่ายรูปกับป้ายปราบโกง

Not Free and Fair การรณรงค์ที่ต้องจ่ายด้วยเสรีภาพ: ประมวลสถานการณ์การละเมิดสิทธิก่อนออกเสียงประชามติ