จากกรณีคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มอบอำนาจให้นายนวัต บุญศรี เข้าแจ้งความเอาผิดกับบุคคลที่แชร์แคมเปญรณรงค์ถอดถอน กกต. ทางเว็บไซต์ Change.org ที่สน.ทุ่งสองห้อง ในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ประกอบกับมาตรา 328 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แถลงข่าวระบุว่าได้มีการดำเนินคดีบุคคลแล้ว 7 ราย ในจำนวนนี้มี 3 ราย ได้เข้ารับการสอบปากคำกับพนักงานสอบสวนไปแล้วในวันนี้ (5 เม.ย. 62) (ดูในรายงานข่าวของมติชนออนไลน์)

หนึ่งในบุคคลที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้ ได้แก่ น.ส.สมใจ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างเย็บผ้าที่จังหวัดนนทบุรี ได้เปิดเผยกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่าในช่วงเช้าวันนี้ เวลาประมาณ 9.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 3 นาย เดินทางไปที่บ้านเช่าของเธอ พร้อมกับแจ้งว่ามีหมายเรียกคดี ให้เดินทางมาโรงพัก โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการเข้าตรวจค้นบ้าน แต่มีการแสดงหมายเรียกให้ดู พร้อมกับระบุว่าเป็นเรื่องแชร์ข้อมูลของกกต. ไม่ได้มีอะไร แค่ยอมไปรับทราบข้อกล่าวหา อยากให้ให้ความร่วมมือ เนื่องจากน.ส.สมใจไม่ทราบรายละเอียดของข้อกฎหมาย จึงยินยอมขึ้นรถไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อถูกพาตัวไปถึงสถานีตำรวจทุ่งสองห้อง เจ้าหน้าที่ได้ให้น.ส.สมใจรออยู่ ระหว่างนั้นมีบุคคลซึ่งเข้าใจว่าถูกหมายเรียกมาเช่นกัน ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวมานั่งกับเธออีก 2 ราย จนกระทั่งเวลาราว 13.00 น. ตำรวจได้เริ่มกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหา โดยแจ้งข้อกล่าวหาเรื่อง “ร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” และไม่ได้มีทนายความอยู่ด้วยในกระบวนการ เจ้าหน้าที่มีการนำเอกสารบัตรประชาชนและรูปภาพการแชร์ลิงก์แคมเปญรณรงค์ถอดถอน กกต. มาให้เซ็นชื่อ นอกจากนั้นตำรวจยังจัดทำบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาให้เธอเซ็น โดยเธอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา


ภาพแคมเปญรวบรวมรายชื่อถอดถอน กกต. ในเว็บไซต์ change.org

บันทึกข้อกล่าวหาระบุว่าเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 62 ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตรวจพบว่ามีสมาชิกผู้ใช้เว็บไซต์ www.change.org ชื่อ We Love Thailand สร้างหัวข้อบนเว็บไซต์ โดยมีเนื้อหาเชิญชวนให้ประชาชนลงชื่อถอดถอน กกต. โดยส่วนหนึ่งในเนื้อหากล่าวว่า “ขออำนาจพลังประชาชนร่วมกันลงชื่อสนับสนุนแคมเปญล่ารายชื่อถอดถอนกกต. ที่ส่อแววทุจริตและมีข้อครหามากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย” โดยยังมิได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่อย่างใด และถือเป็นการดำเนินการนอกขอบเขตที่กฎหมายให้อำนาจไว้ เป็นเหตุให้ กกต. ได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง จากบุคคลทั่วไป ที่ได้รับทราบถึงข้อมูลดังกล่าวนั้นเป็นอย่างยิ่ง

น.ส.สมใจระบุว่าเมื่อกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งผู้ต้องหาทั้งสามคนว่าจะให้ไปแถลงข่าวเรื่องคดี โดยพยายามระบุว่าจะเป็นผลดีต่อผู้ต้องหาเอง ศาลจะได้เห็นว่าได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ น.ส.สมใจไม่ทราบรายละเอียดในส่วนนี้ ในขณะนั้นก็คิดว่าถ้าร่วมแถลงข่าว เรื่องจะได้จบ จึงยินยอมนั่งรอกระบวนการแถลงข่าว แต่เมื่อได้พูดคุยกับทนายความที่เดินทางติดตามไปภายหลัง และผู้ต้องหาคนอื่นๆ แล้ว จึงเห็นว่าควรปฏิเสธเข้าร่วมกระบวนการแถลงข่าวดังกล่าว จึงได้เดินทางออกจากสถานีตำรวจมา และไม่ได้ร่วมในการแถลงข่าวกับเจ้าหน้าที่

น.ส.สมใจ ระบุว่าปกติเธอไม่ได้ไปร่วมการชุมนุมทางการเมืองหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองใดๆ เพียงแต่ติดตามข่าวสารทางสื่อต่างๆ บ้าง

แผนภาพที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดทำมาในแถลงข่าวการดำเนินคดีนี้ที่สน.ทุ่งสองห้อง (ภาพจากเฟซบุ๊กสำนักข่าวประชาไท)

นอกจาก น.ส.สมใจ และผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้ 2 ราย มีผู้ถูกออกหมายเรียกกรณีเดียวกันนี้อีก 4 ราย โดยมีบุคคลที่มีชื่อเสียง ได้แก่ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นักกิจกรรม-แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ-พิธีกรทางช่อง Voice TV โดยทั้งคู่ระบุว่าได้รับหมายเรียกในข้อหาเดียวกันนี้ และหมายเรียกระบุให้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 11 เม.ย. 62 เวลา 10.30 น.

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในหมายเรียกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงให้น.ส.สมใจ และบุคคลอีก 2 ราย ที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ดู ก็ระบุให้ผู้ต้องหาเดินทางไปที่สน.ทุ่งสองห้อง ในวันที่ 11 เม.ย. 62 เวลา 10.30 น. เช่นกัน แต่เจ้าหน้าที่กลับมีการพาตัวทั้งสามคนมาแจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้ทันที

สำหรับแคมเปญรณรงค์รวบรวมรายชื่อเพื่อถอดถอน กกต. บนเว็บไซต์ Change.org ถึงช่วงค่ำวันที่ 5 เม.ย. มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 846,000 ราย ขณะเดียวกันช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ยังมีการทำกิจกรรมตั้งโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอนกกต. ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และในหลายพื้นที่เผชิญกับการข่มขู่คุกคามของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งการปิดกั้นกิจกรรมของมหาวิทยาลัย

อ่านเพิ่มเติม การล่าชื่อถอดถอน กกต. เป็นสิทธิ – พื้นที่มหาวิทยาลัยควรเปิดกว้างต่อเสรีภาพการแสดงออก