14 ก.ค.59 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง กว่า 20 นาย เดินทางไปที่บ้านของนายบริบูรณ์ เกียงวรางกูร แกนนำเสื้อแดงอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยเจ้าหน้าที่พยายามขอเข้าตรวจค้นบ้านและรถยนต์ของนายบริบูรณ์ เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงกรณีตรวจยึดเอกสารประชามติของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ขณะมีภรรยาของนายบริบูรณ์อยู่บ้าน เจ้าหน้าที่ยังพยายามอ้างว่ามีหมายค้น แต่ไม่สามารถแสดงได้ นายบริบูรณ์จึงปฏิเสธทางโทรศัพท์ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น

1

ภาพ 18 ผู้ต้องหาในคดีเปิดศูนย์ปราบโกงเข้ารับทราบข้อหาที่สภ.บ้านโป่ง เมื่อวันที่ 10 ก.ค.59 (ภาพจากมติชนออนไลน์)

นายบริบูรณ์ เกียงวรางกูร หนึ่งในผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 เรื่องการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จากกรณีการถ่ายรูปเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติในอำเภอบ้านโป่ง เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.59 เปิดเผยว่าวันนี้ เวลาประมาณ 13.30 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารประมาณ 7 นาย ตำรวจประมาณ 5 นาย และฝ่ายปกครอง 8 นาย ส่วนใหญ่อยู่ในเครื่องแบบ นำโดย พ.ต.ท.สรายุทธ บุรีวชิระ รองผู้กำกับสืบสวนสภ.บ้านโป่ง เดินทางมาที่หน้าบ้านของตน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกหาคนในบ้าน ภรรยาของนายบริบูรณ์จึงได้ออกไปพบบริเวณหน้าประตูบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามว่านายบริบูรณ์อยู่บ้านหรือไม่ ภรรยาตอบว่าไม่อยู่ รองผู้กำกับสืบสวนได้อ้างว่ามีหมายค้นมา พร้อมกับนำปึกเอกสารจำนวนมากออกมา แต่ไม่ได้ให้ดู ภรรยาของนายบริบูรณ์จึงไม่ยอมเปิดประตูให้กับเจ้าหน้าที่

จากนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นรถยนต์ที่จอดภายในบ้าน จึงบอกว่าจะขอตรวจดูรถ เพราะได้รับข้อมูลว่าเมื่อวันที่ 10 ก.ค. วันที่เกิดเหตุการณ์ตรวจค้นจับกุมนักกิจกรรมขบวนการประชาธิปไตยใหม่ พร้อมนักศึกษา และผู้สื่อข่าวที่ สภ.บ้านโป่ง ได้มีบุคคลขนห่อเอกสารมาใส่รถคันหนึ่งไว้ และมีคนขับรถออกไป จึงมาติดตามตรวจสอบกรณีนี้

ในช่วงนั้น นายบริบูรณ์ได้โทรศัพท์หาภรรยา เพื่อขอพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะทำการตรวจค้น ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าตนไม่อยู่บ้าน มีเพียงภรรยาอยู่และยังเป็นผู้หญิงด้วย พร้อมสอบถามว่าในหมายค้นระบุบ้านเลขที่ใด แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถตอบได้ แล้วกลับบอกว่าใช้คำสั่งของเจ้าหน้าที่ทหารมา นายบริบูรณ์จึงสอบถามว่าใช้คำสั่งใด มาตรา 44 หรือไม่ และขอให้ภรรยาดูว่าใครเป็นผู้เซ็นอนุมัติและระบุให้มาทำอะไร ทางพ.ต.ท.สรายุทธจึงปฏิเสธว่าไม่มี เพียงแต่มาขอความร่วมมือ ในการตรวจดูรถยนต์และถ่ายรูปไว้เท่านั้น นายบริบูรณ์จึงยืนยันปฏิเสธ เพราะเห็นว่าภรรยาอยู่บ้านเพียงลำพัง เจ้าหน้าที่จะทำอะไรขอให้มีหมายค้นที่ชัดเจนมา

การพูดคุยทางโทรศัพท์ใช้เวลาราว 10 นาที เจ้าหน้าที่จึงยินยอมกลับไป โดยยังไม่ได้เข้าไปภายในบ้าน แต่มีการยืนถ่ายรูปหน้าบ้านเอาไว้ และตลอดการพูดคุยมีเจ้าหน้าที่ทหารยืนอยู่รอบนอก

นายบริบูรณ์ยังเปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 12 ก.ค.59 ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจประมาณ 10 นาย เดินทางไปที่บ้านญาติของตน เพื่อสอบถามหารถยนต์ที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่สภ.บ้านโป่งเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ด้วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับ 3 นักกิจกรรม NDM พร้อมนักข่าว แจ้งผิด พ.ร.บ.ประชามติ หลังค้นรถเจอเอกสาร Vote No

จับกลางดึกอีก 1 นักศึกษา แจ้งผิด พ.ร.บ.ประชามติ ร่วมกับ NDM

ศาลราชบุรีอนุญาตฝากขัง 5 ผู้ต้องหา พ.ร.บ.ประชามติ ก่อนให้ประกันตัวหลักทรัพย์คนละ 1.4 แสนบาท

เปิด ‘19 ของกลาง’-รายชื่อจนท.ชุดจับกุม 5 นักกิจกรรม-นศ.-นักข่าว ที่บ้านโป่ง