ภาพประกอบเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 61

11 เม.ย. 62 เวลา 14.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด เข้าจับกุมนางรานี (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี อาชีพรับราชการ ตามหมายจับที่ 17/2562 ออกหมายเมื่อวันที่ 14 มกราคม 62 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 และกระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116

นางรานีถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมระหว่างเดินผ่านจุดคัดกรองตรวจสอบประวัติบุคคลหน้ามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ระหว่างเข้าร่วมงานรับปริญญาลูกชาย ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้นำตัวไปยัง สภ.ปากเกร็ด เพื่อทำบันทึกการจับกุม และส่งตัวไปยังกองบังคับการปราบปราม เพื่อทำการสอบปากคำ ซึ่งรานีได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ที่กองบังคับการปราบปราม และจะส่งฝากขังต่อศาลวันที่ 13 เม.ย. 62 เวลา 9.00 น.

ก่อนหน้านี้ ในเดือน ธ.ค. 61 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งว่า นางรานี (สงวนนามสกุล) เป็นหนึ่งในประชาชนหลายคน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 61 เวลาประมาณ 20.15 น. มีทหารในเครื่องแบบและตำรวจสวมเสื้อกั๊กมาขอค้นบ้านของเธอ อ้างว่าเธอขัดคำสั่ง คสช. โดยไม่แสดงหมายค้น แต่อ้างอำนาจตามมาตรา 44 อย่างไรก็ตามรานีไม่ยินยอมให้เข้าค้นบ้านเนื่องจากเป็นยามวิกาล

กรณีการคุกคามที่ผ่านมารวมถึงการจับกุมรานีครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม เธอใส่เสื้อยืดสีดำ (ไม่ได้มีสัญลักษณ์สหพันธรัฐไท) ออกไปเดินที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล รามอินทรา และไปนั่งกินข้าวที่ KFC ระหว่างนั้นตำรวจนอกเครื่องแบบ 4-5 นาย ได้เข้ามาพูดคุย และขอให้เธอไปกับพวกเขา แต่รานีไม่ยอมไป โดยตอบไปว่าหากจะคุยขอให้คุยที่ตรงนี้ และขอถ่ายบัตรของตำรวจไว้ ต่อมา เธอได้เล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนฟัง พร้อมทั้งส่งรูปบัตรของตำรวจให้เพื่อนดูทางไลน์ ภายหลังปรากฏว่ารูปที่เธอส่งถูกนำไปเผยแพร่ในยูทูบโดยที่เธอไม่ทราบเรื่อง (อ่านเรื่องนี้ต่อใน: ทหารตำรวจควบคุม-คุกคาม คนเสื้อดำอย่างต่อเนื่อง 9 คนยังไม่ได้รับการปล่อยตัว)

เช่นเดียวกับเหตุที่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2562 เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจับกุม เทอดศักดิ์ (สงวนนามสกุล) จำเลยในคดีสหพันธรัฐไท เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับก่อนจับกุมและนำตัวขึ้นรถตู้มาจากจังหวัดภูเก็ต ขณะที่เขากำลังทำงานเป็นพนักงานขับรถเอกชนแห่งหนึ่ง (อ่านเรื่องนี้ต่อที่: ดำเนินคดียุยงปลุกปั่นและอั้งยี่ จำเลยสหพันธรัฐไทเพิ่มอีก 1 คน)