เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 62  ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมและตรวจพยานหลักฐานในคดีที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ สองนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ในข้อหาหมิ่นประมาทกองทัพบกจากการไลฟ์เฟซบุ๊ก บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 62 ในฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328

ในช่วงที่นักเคลื่อนไหวทั้งสองทำกิจกรรม เป็นช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนว่าจะเกิดการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกหรือไม่ และมีผู้ถูกคุกคามและถูกดำเนินคดีในช่วงเวลาดังกล่าวหลายราย (อ่านเรื่องนี้ได้ที่: ประชาชนคนธรรมดายังเป็น “กลุ่มเป้าหมาย” แม้อยู่ในโหมดเลือกตั้ง) รวมถึงกรณีของเอกชัยเองที่ต้องเผชิญการถูกรุมทำร้ายอย่างต่อเนื่องและอุกอาจจนถึงขั้นเผารถหน้าบ้านพักส่วนตัวของเขาเอง (อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมใน: เผารถ 2 ที โดนตี 6 หน : ประมวลข้อมูลการทำร้ายเอกชัย หงส์กังวาน)

สำหรับคดีหมิ่นประมาทกองทัพนี้ เหตุเกิดจากนักกิจกรรมทั้งสองคนได้เดินทางไปที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เพื่อเรียกร้องให้ผู้บัญชาการทหารบกยุติการคุกคามผู้เห็นต่าง-ผู้สมัครรับการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 17 .. 62 และได้กล่าวผ่านไลฟ์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์ คสชและกองทัพ  เนื้อหาโดยสรุประบุว่าที่การเลือกตั้งล่าช้า เพราะ คสช.และ กกต.โยนเรื่องกันไปมา และวิจารณ์กองทัพว่าไม่เคยรบชนะตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมเรียกร้องไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

ต่อมาวันที่ 22 .. 62 ..บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คสชได้เดินทางเข้าแจ้งความกล่าวหาทั้งสองคนที่ สน.นางเลิ้ง ก่อนที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมสำนวนการสอบสวนให้แก่อัยการ และมีคำสั่งฟ้องคดีเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 62

เนื้อหาในคำฟ้องของอัยการระบุข้อความของจำเลยที่กล่าวจนเป็นเหตุแห่งการฟ้องร้องว่า “ตอนนี้ก็คือการเลือกตั้งมันช้าเพราะว่าทาง คสช. กกต. โยนลูกกันไปมา เมื่อกี้คุยกับทาง กกต. เขาบอกว่าน่าจะส่งภายในสัปดาห์นี้นะ คราวนี้ก็จะมาส่วนของกองทัพบก จะถามว่ากองทัพบกเกี่ยวอะไรด้วย กองทัพไม่ได้เกี่ยวกับการเลือกตั้งเลย”

ส่วนข้อความอันเป็นเหตุที่ คสช. เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับเอกชัยและโชคชัย คือ “ถ้าไปดูตั้งแต่ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นบุกไทยขึ้นตรงอ่าวมะนาวที่จังหวัดประจวบ รบกันได้ไม่ถึงเดือนคุณก็ประกาศยอมแพ้ นั่นคือครั้งแรก ก็เลยเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ ก็คือฝ่ายญี่ปุ่นก็แพ้สงครามอีก กลายเป็นว่าประเทศเกือบเสียค่าประติกรรมสงครามในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากนั้นเป็นต้นมาไม่ว่าจะเป็นช่วงสงครามเย็น สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม ฝ่ายไทยอุตส่าห์ไปหนุนช่วยฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์ คุณก็แพ้เขาตลอด

“จนมาล่าสุด ปี 31 คือสงครามร่มเกล้า คุณก็แพ้ให้กับลาวอีก ไม่ต้องไปพูดถึงต่างประเทศอะไรไกล ๆ เลย แต่กับประเทศลาวเพื่อนบ้านคุณยังไม่มีปัญญาสู้เลย เพราะฉะนั้นก็อย่างที่บอกนะ ทหารไทยเก่งแต่กับเฉพาะคนที่ไม่มีทางสู้เท่านั้น กับชาวบ้านที่ไม่มีอาวุธ ไม่มีปืน คุณก็ข่มเขา เก่งกับเขา รัฐบาลคุณก็รัฐประหารเขา แต่พอให้คุณไปรบทำสงครามจริง ๆ คุณสู้ไม่ได้เรื่องเลย”

อัยการเห็นว่า ข้อความข้างต้นมีความหมายว่ากองทัพบกของไทยรบกับใครก็แพ้ แม้แต่ประเทศลาวก็แพ้ ซึ่งไม่เป็นความจริง ความจริงแล้วการสู้รบระหว่างไทยกับลาวที่บริเวณบ้านร่มเกล้า ฝ่ายไทยได้ใช้กองทัพอากาศโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนลาว 30-40 กิโลเมตร จนเป็นเหตุให้ฝ่ายลาวขอเจรจากับฝ่ายไทยให้หยุดยิงเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2531 ส่วนกรณีกับญี่ปุ่น เป็นเรื่องของยุทธวิธีของรัฐบาลในขณะนั้นที่ต้องการรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไว้ จึงไม่อาจตีความได้ว่าเป็นความพ่ายแพ้ของกองทัพบก ขณะที่สงครามอื่นๆ ที่ไทยได้ส่งทหารไปร่วมรบ ประเทศไม่ได้เป็นคู่สงครามโดยตรงแต่อย่างใด ฉะนั้นจะถือว่ากองทัพบกของไทยพ่ายแพ้สงครามไม่ได้

อย่างไรก็ตาม นัดตรวจพยานหลักฐานครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก คณะรัฐมนตรีมติเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 62 กำหนดให้วันที่ 3 มิ.ย. 62 ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ เป็นวันหยุดราชการประจำปี แต่คดีนี้ศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องไว้ล่วงหน้า จึงมีความจำเป็นต้องนั่งพิจารณาคดีในวันนี้

เวลา 13.00 น. เมื่อคู่ความได้เดินทางมาศาล ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองฟัง โดยทั้งเอกชัยและโชคชัยได้ให้การปฏิเสธ ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยต่างแถลงว่าไม่สามารถข้อเท็จจริงที่รับกันได้ และได้มีการแสดงพยานหลักฐานที่จะใช้สืบพยาน โดยฝ่ายโจทก์ขอนำสืบพยาน 6 ปาก ส่วนจำเลยขอสืบพยาน 4 ปาก

พยานเอกสารส่วนใหญ่ของฝ่ายโจทก์เป็นบทความ เช่น บทความกรณีพิพาทพรหมแดนไทย-กัมพูชา และสมรภูมิร่มเกล้าจากเว็บไซต์วิกิพีเดีย ขณะที่พยานบุคคลเป็นนักอักษรศาสตร์ชำนาญการ ส่วนจำเลยทั้งสองได้อ้างตัวเองเป็นพยาน หลังจากคู่ความได้แถลงเสร็จแล้ว ศาลจึงได้นัดสืบพยานจำนวน 3 นัด นัดแรกในวันที่ 28 เม.ย. 63 ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย. 63

รายงานข่าวก่อนหน้านี้

ตร.แจ้งข้อหาหมิ่นประมาท ‘เอกชัย-โชคชัย’ เหตุไลฟ์วิจารณ์ ทบ.