การเลือกตั้ง 24 มี.ค. 62 ซึ่งเต็มไปด้วยความสับสน วุ่นวายในการนับคะแนนและการคำนวณหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่ออย่างพิสดาร ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง  นอกจากนี้ 250 ส.ว. ซึ่งมีสิทธิในการโหวตเลือกนายกฯ เช่นเดียวกับ ส.ส. ก็มาจากการแต่งตั้งกันเองของคณะรัฐประหาร คสช.  ทำให้ประชาชนและนักกิจกรรมต่างทยอยออกมาเคลื่อนไหวประท้วงต่อความไม่ชอบมาพากลทั้งเรียกร้องให้ถอนถอดคณะกรรมการเลือกตั้ง เรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยุติการสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหาร ไปจนถึงเรียกร้องให้ สว.งดออกเสียงในการโหวตเลือกนายกฯ ทว่ากลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหวกลับถูกคุกคาม โดยทวีความรุนแรงไปจนถึงขั้นทำร้ายร่างกาย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รวบรวมเหตุการณ์การคุกคามโดยใช้ความรุนแรง ตั้งแต่หลังเลือกตั้งจนถึงวันเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี พบว่าภายในระยะเวลา2 เดือนกว่า ๆ มีคนถูกทำร้ายร่างกายแล้ว 3 คน รวม 4 ครั้ง เผารถ 1 ครั้ง และถูกโทรศัพท์ข่มขู่ 1 คน จากเหตุออกมาใช้เสรีภาพในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว

รุมทำร้ายตรงป้ายรถเมล์ บ้านพัก จนถึงหน้าศาลอาญา

ก่อนถึงวันโหวตเลือกนายกฯ เพียง 3 วัน สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” นักกิจกรรมทางการเมือง ถูกทำร้ายร่างกายในช่วงกลางคืนของวันที่ 2 มิ.ย. 62 บริเวณป้ายรถเมล์ ซอยนาทอง ถ.รัชดา ขณะกำลังเดินออกมาจากเดอะ สตรีท รัชดา  โดยสิรวิชญ์ได้พูดถึงขณะเกิดเหตุว่า มีคนร้ายมากกว่า 5 ราย สวมหมวกกันน็อค เข้ารุมทำร้ายตน โดยทุกคนใช้ไม้พลอง ยาวประมาณ 50 ซม. รุมตีเฉพาะบริเวณทัดดอกไม้ข้างหลังหูด้านขวา, ศีรษะ, ใบหน้าและจมูก

สิรวิชญ์ตั้งข้อสังเกตว่า หากดูจากลักษณะของการทำร้าย พบว่าคนร้ายมีเจตนาฆ่า เนื่องจากคนร้ายพยายามเอาไม้เน้นตีไปที่ศีรษะและใบหน้า โดยไม่ได้เน้นตีไปในส่วนอื่น จนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ ร่างกาย สิรวิชญ์มีอาการฟกช้ำตามใบหูด้านขวา บริเวณทัดดอกไม้, ใบหน้า,จมูก, และร่างกายช่วงบนคือ ไหล่ นอกจากนี้ยังมีอาการเวียนศรีษะ เบื้องต้นแพทย์ให้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลมิชชั่นเป็นเวลา 2 วัน เพื่อตรวจสภาพร่างกายและต้องทำการตรวจอาการทางสมองด้วยเครื่อง TC scan

ทั้งนี้ ก่อนที่สิรวิชญ์จะถูกทำร้าย เขาได้โพสต์เฟสบุ๊คเชิญชวนคนให้ลงชื่อใน change.org  เพื่อเรียกร้องให้ ส.ว. งดออกเสียงโหวตเลือกนายกฯ รวมทั้งได้จัดกิจกรรมปิดสวิตช์ สว. ไม่โหวตนายกฯ โดยเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมเขียนจดหมายกระตุกมโนสำนึกของ ส.ว. ณ หอศิลป์ กรุงเทพฯ

ก่อนหน้านี้ในวันเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง นักกิจกรรมซึ่งเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยต่อเนื่อง ถูกชายฉกรรจ์ 6 ราย ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่สวมป้ายทะเบียน สวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้า รุมทำร้ายร่างกาย ขณะที่อนุรักษ์ขี่มอเตอร์ไซด์ออกจากบ้านพักเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 62 ระหว่างเดินทางไปทำกิจกรรมประท้วงการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 ครั้งที่ 1 สมัยประชุมสภาประจำปีครั้งที่ 1  เพื่อให้ที่ประชุมลงมติเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจัดขึ้นที่อาคารบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. จนได้รับบาดเจ็บ โดยอนุรักษ์ได้โพสต์เฟสบุค ถึงอาการถูกทำร้ายว่า ศีรษะ​ถูกตีด้วยของแข็ง​เหมือนท่อนเหล็ก​ เย็บ​ 8​ เข็ม​ ความลึกของแผล 5 มม. จนต้องได้พักฟื้นรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล​ 2-3​ คืน และทำการตรวจอาการทางสมองด้วยเครื่อง TC scan

ย้อนกลับไปอีก ในวันที่ 31 มี.ค. 62 หลังการเลือกตั้งเพียง 1 สัปดาห์ เอกชัย หงส์กังวาน และอนุรักษ์ เจนตวานิชย์ ร่วมกันจัดแคมเปญระดมรายชื่อถอดถอน กกต. บริเวณแยกราชประสงค์ หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมเดินทางกลับถึงบ้านเวลาประมาณ 21.45 น. อนุรักษ์ถูกทำร้ายด้วยไม้หน้าสามจนได้รับบาดเจ็บ โดย คนร้ายใส่ชุดดำสองคนสวมหมวกกันน็อคขี่มอเตอร์​ไซด์ตามมาจอดหน้าบ้าน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะวิ่งเข้ามาทำร้ายเขาในบ้านพัก จนต้องนอนดรงพยาบาลรักษาตัว เนื่องจากมีบาดแผลที่ใบหน้า​ หัวเข่า​ หลังมือขวา​ ที่หนักที่สุดคือบาดแผลที่ศีรษะ​ถูกตีด้วยท่อนเหล็ก​เลือดอาบ​เย็บ​ 6 เข็ม​ ต้องแสกนสมองและเข่า

ห่างกันไม่กี่ชั่วโมง รถยนต์ของเอกชัยซึ่งจอดอยู่หน้าบ้านพักถูกคนร้ายจุดไฟเผาได้รับความเสียหายจนไม่อาจซ่อมแซมได้ รวมถึงเอกสารจากการล่ารายชื่อถอดถอน กกต.ถูกเผาทำลาย โดยชายสวมเสื้อแจ็กเก็ต กางเกงขายาว สวมหมวกกันน็อกเดินจากด้านในซอย ใช้น้ำมันราดก่อนจุดไฟเผาจนเกิดไฟลุกท่วม  (อ่านเพิ่มเติม: เผารถ 2 ที โดนตี 6 หน : ประมวลข้อมูลการทำร้ายเอกชัย หงส์กังวาน)

และหลัง กกต.ประกาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในวันที่ 8 พ.ค. เอกชัย หงส์กังวาน ซึ่งโพสต์แสดงความเห็นว่า ฝ่ายประชาธิปไตยต้องคัดค้าน ส.ว.และพรรคเล็กที่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบอย่างน่าเคลือบแคลงร่วมโหวตเลือกนายกฯ ก็ถูกคนร้าย 3 ราย ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ในวันที่ 13 พ.ค. ที่บริเวณป้ายรอรถโดยสารหน้าศาลอาญา โดยคนหนึ่งใช้เท้าถีบหลังเอกชัยจนตกรถเมล์ จากนั้นอีกสองคนซึ่งสวมหมวกกันน็อครออยู่ที่หน้าศาลอาญาก็กรูเข้ารุมทำร้าย จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เอกชัยได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง ได้แก่ กระดูกมือขวาแตกจนต้องเข้าเฝือก กระดูกซี่โครงข้างซ้ายซี่ที่เก้าหัก และบาดแผลถลอกและช้ำที่ใบหน้าด้านขวา ด้านหลังมือ ศอก และขา ทำให้เอกชัยต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

ถูกข่มขู่ทำร้าย ความรุนแรงที่ส่อเค้าขยายตัว

นอกจากมีคนถูกทำร้ายร่ายกายแล้ว ยังมีคนที่ต้องเผชิญกับการถูกคุกคาม คือ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้เคลื่อนไหวรวบรวมรายชื่อถอดถอน กกต. โดยเพนกวินได้เผยแพร่ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ระบุมีคนโทรมาสอบถามเชิงข่มขู่ ถามว่าบ้านอยู่ที่ไหน จะไปชุมนุมที่ไหนเมื่อไหร่ เพื่อที่จะได้ “ต้อนรับ” ได้ถูก เพนกวินยังเปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้าที่จะมีคนโทรขู่ ได้มีผู้ใหญ่เตือนมาว่ามีคนอยากทำร้ายร่างกายเขาและจ่านิว นอกจากนี้ยังมีคนทวีตชี้เป้าว่าเพนกวินจะถูกทำร้ายเป็นคนต่อไป พร้อมทั้งระบุที่อยู่และระบุบุคคลในครอบครัว

สถานการณ์การคุกคามนักกิจกรรมทางการเมืองที่มีแนวโน้มว่าจะทวีรุนแรงเพิ่มมากขึ้นและขยายจำนวนออกไปเช่นนี้  ทำให้เป็นที่วิตกกังวลถึงความปลอดภัยของนักกิจกรรมอีกหลายคน

ในขณะที่ เมื่อวันที่ 27  พ.ค. 62 ที่กระทรวงกลาโหม นักข่าวได้สอบถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เกี่ยวกับกรณีที่มีนักกิจกรรมออกมาเคลื่อนไหวแล้วถูกทำร้ายร่างกายหลายคน โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “แล้วเขาไปทำอะไรให้ใครถึงถูกทำร้าย ต้องไปถามตัวเค้าดู ซึ่งตำรวจก็ทำหน้าที่อยู่แล้ว”

แม้รองนายกรัฐมนตรีจะตั้งคำถามว่านักเคลื่อนไหวเหล่านี้ไปมีปัญหากับใครหรือไม่ถึงถูกทำร้าย แต่คำตอบของคำถามที่น่าตกใจก็คือ พวกเขาไม่เคยมีปัญหากับใครเลย นอกจากออกมาเคลื่อนไหวเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล คสช. โดยเฉพาะเคลื่อนไหวเพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของ คสช. ผ่านการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรม

ภาพถ่าย: เฟซบุ๊ก Noppakow Kongsuwan

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การขยายตัวของความรุนแรงที่เป็นระบบ: ข้อสังเกตต่อการลอบทำร้ายนักกิจกรรมการเมือง