4 มิ.ย. 2562 ศาลจังหวัดชลบุรีอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง ‘เค’ ในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโพสต์ขายเหรียญหลังช่วสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่ลงโทษจำคุก 8 เดือน ข้อหา พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1)

ศาลอุทธรณ์ พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ข้อหานี้ ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นสมาชิกกลุ่มเฟซบุ๊กขายสินค้ามือสองแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี และใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โพสต์ขายเหรียญ พร้อมข้อความประกอบและแสดงความคิดเห็นเมื่อ 18 ต.ค. 2559

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า องค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ตามมาตรา 14 (1) ที่แก้ไขใหม่ บัญญัติว่า “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” แต่ในคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า การกระทำของจำเลยเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมมายอาญา ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 14 (3) แตกต่างจากองค์ประกอบตามมาตรา 14 (1) ทั้งโจทก์ก็มีคำขอท้ายฟ้องให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 14 (3) เท่านั้น

ดังนั้น นอกจากฟ้องของโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 14 (1) เดิมและที่แก้ไขใหม่แล้ว โจทก์ก็ไม่ได้ประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานดังกล่าวอีกด้วย ศาลจึงไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ได้ เพราะเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่ไม่ได้กล่าวในฟ้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรค 1 และ วรรค 4

คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดและลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) ที่แก้ไขใหม่ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น เมื่อวินิจฉัยข้อนี้แล้วจึงไม่ต้องวินิจฉัยข้ออื่นต่อไป พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

ทั้งนี้ ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ถือเป็นอันสิ้นสุดตามกฎหมาย ส่วนข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โจทก์มีสิทธิฎีกาภายในหนึ่งเดือนนับตั้งแต่อ่านคำพิพากษา