4 มิ.ย. 62 ที่สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง รศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนายหาญศักดิ์ เบญจศรีพิทักษ์ หรือ “ดาบชิต” อดีตแกนนำ นปช. แดงเชียงใหม่ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน หลังได้รับหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการถูกเจ้าหน้าที่ทหารกล่าวหาเช่นเดียวกันทั้งสองคน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 62 รศ.ดร.ปิ่นแก้ว ได้รับหมายเรียกที่ออกเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 62 ออกโดย ร.ต.อ.เกชา เนตรชัง พนักงานสอบสวนสภ.แม่ปิง ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนฯ” ในวันที่ 28 พ.ค. 62  หมายเรียกระบุมีมณฑลทหารบกที่ 33 (มทบ.33) โดย ร.อ.เสริมศักดิ์ ผลงาม เป็นผู้กล่าวหาในคดี แต่เนื่องจากเวลากระชั้นชิด รศ.ดร.ปิ่นแก้ว จึงได้แจ้งขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาออกไป

ในส่วนของนายหาญศักดิ์นั้น ไม่ได้รับหมายเรียก แต่ได้รับการติดต่อจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้มีการออกหมายเรียกในลักษณะเดียวกัน จึงติดต่อนัดหมายเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันเดียวกันนี้

ในวันนี้ ทั้งสองคนพร้อมกับทนายความได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน และได้ทราบว่าการถูกออกหมายเรียกดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการโพสต์ภาพและข้อความเรื่องกิจกรรม “Walk to Vote” เช่นเดียวกัน

กิจกรรม Walk to Vote ดังกล่าวเป็นการรวมตัวกันแสดงออกโดยกลุ่มนักศึกษา-ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ บริเวณประตูท่าแพ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 62 เพื่อคัดค้านเลื่อนการเลือกตั้งออกไป และเรียกร้องให้มีการกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. 62  ในวันจัดกิจกรรมดังกล่าว ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 33 จัดเวทีคอนเสิร์ตระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาบึกในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการแจ้งการจัดชุมนุม และมีการใช้เครื่องขยายเสียงในการจัดเวทีคู่ขนานขณะทำกิจกรรม ผู้ชุมนุมบางส่วนจึงได้เข้าไปถ่ายภาพร่วมกับเวทีของเจ้าหน้าที่ทหาร

หลังจากกิจกรรมดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ไปแจ้งความกล่าวหาทั้งสองคนจากการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิงโดย รศ.ดร.ปิ่นแก้ว ถูกกล่าวหาว่าได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 62 ว่า “ชาวเชียงใหม่ร่วมกับ มทบ.33 Walk to Vote ดนตรีดี เวทีพร้อม” พร้อมโพสต์ภาพป้ายกิจกรรมผู้ชุมนุม Walk to Vote ทับกับการจัดเวทีของเจ้าหน้าที่ทหาร

ส่วนกรณีของนายหาญศักดิ์ ถูกกล่าวหาว่าได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 62  ว่า “ขอบคุณท่าน ผบ.มทบ.33 ที่ช่วยส่งวงดนตรีสันทนาการมาร่วมกิจกรรม Walk To Vote ไม่เลื่อนเลือกตั้ง ทำให้การแสดงออกของชาวเชียงใหม่ได้รับความครึกครื้นพอสมควร ขอบคุณครับ”

ผู้กล่าวหาอ้างว่าการโพสต์ภาพและข้อความดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและทำให้ประชาชนทั่วไปหลงผิด ในภาพที่ไม่เป็นความจริง เพื่อเอาเป็นผลประโยชน์ของกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว มทบ.33 ได้ตั้งจุดรับบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาบึก ทำให้ประชาชนที่ได้รับข่าวที่บิดเบือนนี้ ไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของกิจกรรมที่ มทบ.33 จัดขึ้นมา และหยุดการช่วยเหลือบริจาคสิ่งของให้กับผู้ประสบภัย ซึ่งการบิดเบือนข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้ผู้ประสบภัย และมทบ.33 ได้รับความเสียหายโดยตรง

ภาพกิจกรรม Walk to Vote ที่บริเวณประตูท่าแพ และเวทีระดมทุน-รับบริจาคน้ำท่วมของมทบ.33 เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 62

พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งสองคนแยกเป็นสองคดี เนื่องจากเป็นคนละโพสต์ข้อความกัน โดยแจ้งในข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

หลังการแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วัน โดยจะส่งเอกสารและพยานบุคคลให้สอบสวนเพิ่มเติมต่อไป ต่อมาทางพนักงานสอบสวนได้อนุญาตให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาไป โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัว

ทั้งนี้ มีข้อน่าสังเกตว่าข้อกล่าวหาที่พนักงานสอบสวนแจ้งว่าเป็นความผิดดังกล่าว เป็นตัวบทตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) ซึ่งต่อมาได้มีการแก้ไขมาตราดังกล่าวใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 แล้ว เป็นความผิดว่า “ทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทําความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา”