ระหว่างวันที่ 5-7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้มีการสืบพยานโจทก์ในคดีของแกนนำคนอยากเลือกตั้ง 9 คน จากการชุมนุมหน้าห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ซึ่งเป็นการชุมนุมครั้งแรกที่เรียกร้องให้ คสช.จัดการเลือกตั้งภายในปี 2561 และ 2562 ตามที่เคยสัญญาไว้ในเวทีโลก

           (แฟ้มภาพ)

          จากการสืบพยานทั้ง 3 วัน ฝ่ายโจทก์ได้นำพยานเข้าเบิกความแล้วจำนวน 5 ปาก ได้แก่ พยานเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบที่คอยติดตามกลุ่มผู้ถูกดำเนินคดี 1 ปาก, พยานเจ้าหน้าที่โยธาจากสำนักงานเขตปทุมวัน 1 ปาก, พยานทนายความอาสาที่เข้ามาให้ความเห็นในคดี 1 ปาก, พยานอดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตปทุมวัน 1 ปากและพยานเจ้าหน้าที่จากสำนักงานราชบัณฑิตยสภา 1 ปาก ทำให้พยานฝ่ายโจทก์ที่จะนำเข้าเบิกความต่อศาลเหลืออีกจำนวน 9 ปาก จากที่ฝ่ายโจทก์ระบุไว้ 14 ปาก และจะสืบพยานโจทก์ต่ออีกครั้งในวันที่ 18 มิ.ย. เวลา 9.00 น.

พยานที่จะนำเข้าสืบปากต่อไปได้แก่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้รับมอบอำนาจจาก คสช. ให้แจ้งความดำเนินคดีจำเลยทั้งเก้า จากเดิมที่ฝ่ายโจทก์จะนำพยานปากนี้เข้ามาสืบเป็นปากแรก แต่ในวันที่ 4 มิ.ย. จำเลย 3 คน ไม่สามารถเดินทางไปศาลได้และทนายความจำเลยก็ได้ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลพิจารณาคดีลับหลังจำเลย ทำให้ศาลมีคำสั่งเลื่อนการเริ่มสืบพยานออกไปในวันที่ 5 มิ.ย.(รายงานก่อนนี้) จึงยังไม่ได้เริ่มการสืบพยานพ.อ.บุรินทร์และต้องทำการขอให้ศาลออกหมายนัดพยานมาใหม่อีกครั้ง

ทั้งนี้ จำเลยในคดี 9 คน ได้แก่ นายรังสิมันต์ โรม, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นายอานนท์ นำภา, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ, นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล, นางสาวณัฏฐา มหัทธนา, นายสมบัติ บุญงามอนงค์ และนายวีระ สมความคิด ถูกฟ้องด้วยข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 (ยุยงปลุกปั่น), ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/58 และ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ

 

อ่านความคืบหน้าคดีของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งได้ที่

เช็คคดีคนอยากเลือกตั้งก่อนเปิดสภาฯ: เขาและเธออยู่ตรงไหนในกระบวนการยุติธรรม