24 มิ.ย. 2562 ที่ศาลอาญา รัชดา เป็นนัดพร้อมประชุมคดี และตรวจพยานหลักฐาน คดีที่เอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ถูกดำเนินคดีในข้อหาเผยแพร่ข้อความลามกอนาจาร ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (4) จากการโพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว

อ่านความเป็นมาคดีที่: อัยการฟ้อง ‘เอกชัย’ โพสต์ลามก จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลให้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี

จำเลยให้การปฏิเสธ ยืนยันข้อความที่โพสต์ไม่เข้าข่ายลามก

09.00 น. ศาลขึ้นนั่งบัลลังก์พิจารณาคดี โดยได้สอบถามคู่ความทั้งสองฝ่าย และได้อธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง โดยจำเลยได้ให้การปฏิเสธ คดีนี้โจทก์ได้อ้างส่งพยานเอกสารจำนวน 5 รายการ ขณะที่ฝั่งจำเลยยังไม่อ้างพยานเอกสารและพยานวัตถุในชั้นนี้

ในส่วนของพยานบุคคล โจทก์ประสงค์สืบพยานบุคคลจำนวน 5 ปาก ได้แก่ เจ้าหน้าที่ที่ทำการกล่าวหาจำเลย, เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบข้อความจากเฟสบุ๊กของจำเลยและนำส่งให้ผู้บังคับบัญชานำมาฟ้องร้องจำเลย, อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ในฐานพยานผู้เชี่ยวชาญ และพนักงานสอบสวน 2 นายในคดีนี้

ด้านจำเลยและทนายความได้แถลงแนวทางการต่อสู้คดีว่า จำเลยไม่ได้กระทำความตามที่โจทก์ฟ้อง โดยยอมรับว่าได้โพสต์ข้อความดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์จริง แต่ข้อความดังกล่าวไม่ได้มีลักษณะลามกตามที่โจทก์กล่าวหา และจะขอสืบพยานจำเลย 2 ปาก คือเอกชัย หงส์กังวาน ที่เบิกตัวเองเป็นพยาน และดร.อิสระ ชูศรี นักวิชาการด้านภาษาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล

อนึ่งจำเลยได้ยื่นขอพิจารณาลับหลังต่อศาล เนื่องจากจำเลยยังมีภาระที่ต้องทำงาน และดูแลมารดาที่ชราภาพ ไม่สามารถเดินทางมาร่วมพิจารณาคดีได้ อีกทั้งจากการถูกทำร่ายอย่างต่อเนื่องจนครั้งล่าสุดคนร้ายก่อเหตุอุกอาจรุมทำร้ายเอกชัยถึงหน้าศาลอาญา ทำให้วันนี้เขายังคงต้องสวมเฝือกและเดินทางมาศาลด้วยความยากลำบาก ศาลจึงอนุญาตให้พิจารณาคดีลับหลังจำเลย และนัดสืบพยาน 2 วัน คือวันที่ 28-29 เม.ย. 2563

ถูกแจ้งความระหว่างลุยตรวจสอบทุจริตหนัก

คดีนี้นับเป็นการพยายามเอาผิดเอกชัย ในช่วงที่เขามีบทบาทสูงในการออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบการทุจริตของผู้นำระดับสูงของคณะรัฐประหารระหว่างปี 2560-2561 กรณีหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2561 เอกชัยพยายามเดินทางไปแสดงสัญลักษณ์มอบนาฬิกาให้กับ พล.อ.ประวิตร ซึ่งมีข่าวพัวพันกับการได้มาซึ่งนาฬิกาโดยมิชอบ แต่ความตั้งในในครั้งนั้นก็ไม่สำเร็จเพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาปิดกั้นไม่ให้แสดงออก

ต่อมาเอกชัยประกาศว่าจะมามอบนาฬิการวมถึงแสดงสัญลักษณ์เกี่ยวกับนาฬิกาหรูอีกครั้งในวันที่ 13 ม.ค. 2561 ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ แต่แล้วก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน ในวันที่ 12 ม.ค. 2561 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพร้อมคณะก็ได้เดินทางไปยื่นคำร้องขอศาลอาญาออกหมายจับ ในข้อหาความผิดที่ถูกกล่าวหานี้ โดยไม่เคยมีการออกหมายเรียกมาก่อนแต่อย่างใด

ถัดจากนั้นไม่นาน ได้มีการแจ้งความกล่าวหาเอกชัยอีกครั้ง จากการโพสต์ข้อความลามกอนาจารในเฟสบุ๊กเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 60 ซึ่งเอกชัยได้โพสต์ข้อความเปิดเผยเรื่องราวเพศสภาวะในเรือนจำระหว่างที่เขาถูกคุมขังภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ก่อนที่อัยการจะมีความเห็นสั่งฟ้องว่าข้อความดังกล่าวถือเป็นการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่มีลักษณะลามก และข้อมูลนั้นประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ จึงมีความเห็นสั่งฟ้องตามความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (4) และ ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 (ฉบับที่ 2) มาตรา 8