วันนี้  (19 ก.ค. 62) ศาลแขวงดุสิตอ่านคำพิพากษาในคดีของนางพะเยาว์ อัคฮาด หรือ “แม่น้องเกด” จัดกิจกรรมเล่นละครใบ้ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 61 โดยไม่แจ้งการชุมนุม ให้ลงโทษปรับ 1,000 บาท ตามมาตรา 10 และมาตรา 28 ของพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558  เนื่องจากศาลเห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นเข้าข่ายเป็นการชุมนุมสาธารณะ

นางพะเยาว์เดินทางมาฟังคำพิพากษา พร้อมกับญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปี 2553 และเพื่อนๆ

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 61 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เครือข่ายเครือข่ายวิญญูชนผู้ยังได้รับผลกระทบจากเผด็จการ หรือ “ค.ว.ย.” ได้จัดกิจกรรม “แก้แค้น ไม่แก้ไข” โดยผู้ทำกิจกรรม 4 ราย ได้แก่ นางพะเยาว์ อัคฮาด, นายกฤษณะ ไก่แก้ว, นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ และนายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ ได้ร่วมกันแต่งกายเป็นยมบาล และสวมชุดอาสาสมัครพยาบาล ถือคำว่า “บัญชี หนัง หมา” ซึ่งมีรูปภาพของเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 พร้อมภาพผู้นำรัฐบาลและกองทัพในขณะนั้น

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สำราญราษฎร์ได้ควบคุมตัวผู้ทำกิจกรรมทั้ง 4 รายไปยังสถานีตำรวจ ก่อนมีการแจ้งข้อหาต่อนางพะเยาว์ อัคฮาด ฐานเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งให้ผู้รับแจ้งชุมนุมทราบก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 10 (ดูในรายงานข่าว จับ ‘แม่น้องเกด’ ฐานไม่แจ้งการชุมนุม)

นางพะเยาว์ได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นเพียงการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อทวงถามความเป็นธรรมจากคดีของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด บุตรสาวตน ซึ่งได้ถูกยิงเสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 ในเหตุการณ์ล้อมปราบประชาชนที่ออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นยุบสภา ซึ่งคดีดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า และเนื่องจากวันที่ 10 ธ.ค. 61 ซึ่งเป็นวันรัฐธรรมนูญและเป็นวันสิทธิมนุษยชนสากล ตนได้ตัดสินใจไปทำกิจกรรมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งปกติจะมีการทำกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญทางสังคมและประวัติศาสตร์ เพื่อให้สังคมตระหนักและไม่ลืมเหตุการณ์การล้อมปราบประชาชนในปี 2553 จึงได้ทำกิจกรรม “ละครใบ้” ซึ่งตนได้รับบทเป็นบุตรสาวของตนเอง โดยได้สวมชุดที่เปื้อนเลือดของลูกสาวซึ่งได้เก็บรักษาไว้ เพื่อเตือนใจและเป็นกำลังใจในการต่อสู้ และมีเพื่อนตนรับบทเป็นยมทูตถือบัญชีหนังหมา (ดูรายละเอียดในรายงานข่าว ‘แม่น้องเกด’ ให้การคดีชุมนุมไม่แจ้ง ยัน ‘ละครใบ้’ เป็นอีกหนทางร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาว )

ส่วนในการสืบพยานเพื่อต่อสู้ในคดีนี้ มีประเด็นหลักที่พนักงานอัยการนำสืบจากพยาน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) กิจกรรมดังกล่าวเป็นการชุมนุมสาธารณะหรือไม่  (2) เมื่อการกระทำดังกล่าวเป็นการชุมนุมสาธารณะ นางพะเยาว์ในฐานะผู้จัดการชุมนุมได้แจ้งความประสงค์ว่าจะจัดการชุมนุมสาธารณะดังกล่าวไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนการชุมนุม ต่อผู้รับแจ้งตามกฎหมาย หรือไม่  (3) พื้นที่จัดการชุมนุม ซึ่งอยู่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นพื้นที่สาธารณะที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าร่วมการชุมนุมสาธารณะได้หรือไม่ (ดูรายละเอียดในรายงานข่าวศาลนัดพิพากษาคดี “แม่น้องเกด” ไม่แจ้งชุมนุม 19 ก.ค.นี้ หลังรับบทลูกสาวเล่นละครใบ้ )

อย่างไรก็ตาม ศาลแขวงดุสิตได้พิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยมีพฤติการณ์เชิญชวนคนมาร่วมกิจกรรมทางเฟซบุ๊กในที่ 10 ธ.ค. 61 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอันเป็นที่สาธารณะ จำเลยจึงเป็นผู้ประสงค์จะจัดการชุมนุม แม้จะนำสืบได้ว่าเป็นการทำกิจกรรมเพื่อรำลึก และนัดหมายแต่งกายมาเฉพาะกลุ่ม แต่ก็ไม่มีลักษณะการกระทำอื่นใดที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลคนอื่นไม่สามารถเข้าร่วมได้ เมื่อจำเลยจัดกิจกรรมในที่สาธารณะเพื่อเรียกร้อง สนับสนุน คัดค้าน หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยแสดงออกต่อประชาชนทั่วไป และบุคคลอื่นสามารถร่วมการชุมนุมนั้นได้ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะ ซึ่งต้องแจ้งการชุมนุมสาธารณะต่อผู้รับแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง

เมื่อจำเลยไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ จำเลยจึงกระทำความผิดตามมาตรา 10 ประกอบกับมาตรา 28 พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะพ.ศ. 2558 ลงโทษปรับ 1,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ให้ริบของกลาง คือไม้กวาดและแผ่นป้าย “บัญชี หนัง หมา”