27 ก.ค. 2559 นางสาวศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้าพบพนักงานอัยการที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานซ่อนเร้นพยานหลักฐาน และทราบคำสั่งเจ้าพนักงานแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เพื่อฟังคำสังว่าจะฟ้องคดีหรือไม่ โดยมีเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ)  ตัวแทนสถานทูตสวีเดน สวิสเซอร์แลนด์ เบลเยี่ยม สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป (EU) มาสังเกตการณ์และติดตามคดี

IMG_2016-07-27 11:24:19

พนักงานอัยการให้เลื่อนนัดไปวันที่ 29 ก.ย. 2559 เวลา 09.30 น. เพื่อให้พนักงานสอบสวนสอบพยานเพิ่มเติมอีกสองปาก คือ นายรังสิมันต์ โรม และนางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ภายในวันที่ 31 ส.ค. 2559

คดีนี้ ตำรวจมีความเห็นควรสั่งฟ้อง และนำตัวศิริกาญจน์ส่งให้พนักงานอัยการศาลแขวงดุสิต เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2559 ในข้อหาซ่อนเร้นพยานหลักฐานและทราบคำสั่งเจ้าพนักงานแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามมาตรา 142 และมาตรา 368 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี และ 6 เดือน ตามลำดับ

ศิริกาญจน์ถูกดำเนินคดีจากการทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย ในการคัดค้านการฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 14 คนต่อศาลทหาร คืนวันที่ 26-27 มิ.ย. 58 ภายหลังจากการพิจารณาในศาลทหารเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าขอค้นรถศิริกาญจน์ เพื่อยึดโทรศัพท์มือถือของนักศึกษาทั้ง 14 คน ซึ่งฝากทีมทนายความไว้ก่อนเข้าเรือนจำ

ศิริกาญจน์ปฏิเสธไม่ให้ค้นรถยนต์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่มีหมายค้นและปราศจากเหตุอันสมควรที่จะค้นรถได้ เจ้าหน้าที่ทำตรวจจึงยึดรถยนต์ของศิริกาญจน์ไว้ในคืนนั้น ก่อนนำหมายศาลมาตรวจค้นในวันที่ 27 มิ.ย. 58 หลังจากนั้น ศิริกาญจน์ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่า พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช และพวก เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญาในการยึดรถไว้

ต่อมา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี 14 นักศึกษา เข้าแจ้งความว่าศิริกาญจน์ซ่อนเร้นพยานหลักฐานและทราบคำสั่งเจ้าพนักงานแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามมาตรา 142 และมาตรา 368 ประมวลกฎหมายอาญา และแจ้งความเท็จตามมาตรา 172 และมาตรา 174 ประมวลกฎหมายอาญา แต่คดีแจ้งความเท็จยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

IMG_2016-07-27 11:52:09

เรื่องที่เกี่ยวข้อง