วานนี้ (5 ส.ค.2562) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รับรายงานว่าน้าสาวของ ลุกไอ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องสงสัยที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมวางสิ่งเทียมระเบิดและถูกควบคุมตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ถูกกลุ่มชายลึกลับควบคุมตัวไปสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวและลุกไอที่สถานที่แห่งหนึ่งใกล้สถานีรถไฟสามเสน

เธอเล่าว่าเมื่อ 4 ส.ค.2562 เวลาประมาณ 15.00 น. ระหว่างกำลังทำงานอยู่ในห้างสรรพสินค้าย่านสุขุมวิทเธอถูกกลุ่มชายอ้างตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ต้องการนำตัวเธอไปซักถามข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของหลานชายที่ถูกจับกุมด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากเหตุที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อเหตุวางสิ่งคล้ายระเบิดที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยชายกลุ่มดังกล่าวไม่ยอมแจ้งชื่อ ยศและสังกัด และไม่มีการแสดงหมายจับ หมายเรียก และไม่ยอมแจ้งกับเธอว่าจะนำตัวไปที่ใด

น้าของลุกไอพยายามปฎิเสธที่จะไปด้วย แต่พวกเขายังบังคับให้เธอต้องไปโดยที่ไม่เต็มใจ และอ้างว่าอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ดีกว่า ทำให้สุดท้ายเธอต้องยอมไปตามพวกเขา แต่ขอแจ้งกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานของเธอก่อน เบื้องต้นพวกเขาปฏิเสธ แต่เธอยืนยันว่าเธอจะหายจากที่ทำงานไปเฉยๆ ไม่ได้ พวกเขาจึงยอมให้เธอแจ้งเรื่องกับหัวหน้างานเธอได้

จนเวลาเกือบ 16.00 น. พวกเขาจึงนำตัวเธอขึ้นรถกระบะสีบรอนซ์ทองขับออกไปจากห้างดังกล่าว เธอบอกว่าไม่เห็นป้ายทะเบียนรถเพราะถูกกลุ่มชายดังกล่าวบังเอาไว้ และเมื่อถึงที่หมายเธอก็ถูกพาเข้าอาคารทันที

เธอให้รายละเอียดของบริเวณรอบอาคารดังกล่าว ว่าเป็นอาคารอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งใกล้สถานีรถไฟสามเสน เพราะเห็นป้ายสถานีและรางรถไฟ แต่ไม่เห็นตัวสถานี โดยป้ายจะอยู่ฝั่งตรงข้ามของทางเข้าสถานที่แห่งนี้ เธอไม่ทราบว่าเป็นที่ใด แต่เธอได้ยินเจ้าหน้าที่บอกคนขับว่าให้เข้าประตูหลังของสถานที่ดังกล่าว

เธอถูกนำตัวเข้าไปนั่งในห้อง ชายกลุ่มดังกล่าวได้สอบถามประวัติเกี่ยวกับตัวเธอที่อยู่ เบอร์โทร เลขบัญชี รวมถึงข้อมูลคนในครอบครัวด้วย โดยเฉพาะลุกไอ

เธอให้รายละเอียดถึงการซักถามของพวกเขาว่า ลุกไอมากรุงเทพครั้งสุดท้ายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 และไม่คุ้นเคยกับกรุงเทพฯ ไม่สามารถเดินทางมาก่อเหตุได้ นอกจากนั้นกลุ่มคนดังกล่าวยังได้ถามถึงการรับรองเอกสารให้ลุกไอทำบัตรประชาชนเมื่อสองเดือนก่อน เธอจึงตอบพวกเขาว่าเคยลงชื่อรับรองจริง แต่รับรองไว้ตั้งแต่ปี 2558 แล้ว และเอกสารที่พวกเขาให้ดู ก็มีระบุวันที่เอาไว้เมื่อ 2558

ระหว่างถูกซักถามเธอขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำด้วย แต่พวกเขาก็ไม่ยอมให้เธอเข้า และในห้องที่ใช้ซักถามมีแต่กลุ่มผู้ชาย

พวกเขาซักถามเธอจนถึงราวสี่ทุ่มครึ่ง จึงนำเอกสารมาให้ลงชื่อ ซึ่งเนื้อหาในเอกสารดังกล่าวมีระบุเอาไว้ว่าเธอไม่ได้ถูกบังคับให้มาให้ข้อมูลและไม่มีการข่มขู่ทำร้าย เธอสอบถามว่าไม่ลงชื่อได้ไหม แต่เขาบอกว่าถ้าไม่ลงชื่อก็ไม่ให้กลับ ทำให้เธอจำใจต้องลงชื่อในเอกสาร ชายกลุ่มดังกล่าวแจ้งว่าจะปล่อยตัว โดยนำเธอไปส่งถึงห้องเช่าที่ซอยรามคำแหง 30/1 โดยก่อนเจ้าหน้าที่จะปล่อยตัว ยังบอกอีกว่าอาจจะมานำตัวเธอไปซักถามอีก

น้าสาวของลุกไอกล่าวถึงความรู้สึกว่า แม้ว่าจะได้รับการปล่อยตัวกลับมา แต่เธอก็กังวลที่ชายกลุ่มดังกล่าวบอกว่าอาจจะมาเชิญตัวเธออีก อีกทั้งเธอแทบไม่สามารถติดต่อใครได้ในระหว่างที่ถูกคุมตัวอยู่ นอกจากรับโทรศัพท์ของญาติเพื่อบอกว่ายังปลอดภัยดี โดยกว่าจะได้รับสายต้องต่อรองกับชายเหล่านี้ว่าถ้าอยากให้รู้ว่าเธอปลอดภัยจริงๆ ก็ต้องให้รับสาย ซึ่งเธอไม่สามารถบอกรายละเอียดได้มากนัก เพราะระหว่างคุยก็ถูกจับตาอยู่

นอกจากนั้น เธอยังกังวลที่เจ้าหน้าที่ถามรายละเอียดเกี่ยวกับคนในครอบครัว เกรงว่าจะมีคนในครอบครัวถูกคุมตัวมาซักถามแบบเดียวกับเธออีก