14 ส.ค.2562 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีนัดสอบคำให้การจำเลยในคดีชุมนุมคนอยากเลือกตั้งหน้า มธ.และ UN ในส่วนของกลุ่มแกนนำ 10 คน ที่อัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา แต่เหตุที่ศาลนัดในวันนี้เนื่องจากในนัดที่แล้วทางฝ่ายจำเลยได้ขอเลื่อนนัดมาจากเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2562 เพราะมีจำเลย 5 คนที่ไม่ได้รับหมายนัดทำให้ไม่สามารถเตรียมเงินประกันตัวได้ทัน ศาลจึงให้เลื่อนมาสอบคำให้การในวันนี้

ศาลได้สอบถามคำให้การของจำเลยทั้ง 10 คน ได้แก่ นางสาวศรีไพร นนทรี, นายวันเฉลิม กุนเสน, นายธนวัฒน์ พรหมจักร, นายประจิณ ฐานังกรณ์, นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายอานนท์ นำภา, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ ทุกคนให้การปฏิเสธ

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวอีก 4 คน นายสิรวิชญ์, เอกชัย, นายอานนท์ และนายโชคชัย โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ประกันตัว แต่กำหนดเงื่อนไขว่า หากผิดสัญญาประกัน ไม่มาศาลตามกำหนดนัดให้ปรับ 1 แสนบาทเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ 

จากนั้นศาลได้กำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานเป็นวันที่ 30 ก.ย.2562

คดีนี้มีเหตุมาจากการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเมื่อวันที่ 21-22 พ.ค.61 ที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และหน้าองค์การสหประชาชาติ ซึ่งผู้ชุมนุมพยายามเดินขบวนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้งตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ โดยการชุมนุมทั้งสองวันถูกเจ้าหน้าที่สกัดกั้นโดยตลอด และจบลงที่การจับกุมแกนนำและผู้ชุมนุม 10 ราย ที่บริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ และแกนนำที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จำนวน 5 ราย เข้ามอบตัว นอกจากนี้ ภายหลังเหตุการณ์ ตำรวจยังออกหมายเรียกผู้ชุมนุมอีก 47 ราย โดย 6 ราย ถูกแจ้งข้อหาเช่นเดียวกับกลุ่มแกนนำ 

จากนั้นอัยการได้มีคำสั่งฟ้องจำเลย 10 คน ในฐานะผู้จัดการชุมนุม(จากที่ตำรวจมีความเห็นสั่งฟ้องทั้งหมด 21 คน) ด้วยฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน, มาตรา 215 เป็นหัวหน้า หรือผู้สั่งการในการมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และมาตรา 216 ไม่เลิกมั่วสุม เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก

นอกจากนั้นยังมีข้อหาอื่นอีก ได้แก่ ข้อหาตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 15,16 ไม่จัดการชุมนุมตามหน้าที่ของผู้ชุมนุม, มาตรา 18 ไม่เลิกชุมนุมตามระยะเวลาที่กำหนด, มาตรา 19  ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขและคำสั่งของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ โดยมีบทกำหนดโทษไว้ตามมาตรา 27, 29, 30, 31, ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.การจราจรทางบกฯ มาตรา 108 และ 148 เดินขบวนในลักษณะกีดขวางการจราจร และข้อหาตาม พ.ร.บ. ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ มาตรา 4 และ 9 จากการใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยนอกจากโจทก์จะขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามกฎหมายแล้ว ยังขอให้ศาลสั่งให้จำเลยร่วมกันชดใช้ราคากระแสไฟฟ้าจำนวน 140.24 บาท แก่การไฟฟ้านครหลวงด้วย