28 ส.ค. 2562 สฤณี อาชวานันทกุล นักเขียน นักแปล นักวิจัย และนักวิชาการอิสระด้านการเงิน เปิดเผยว่าได้รับหมายเรียกเข้าให้การในฐานะผู้ถูกกล่าวหาละเมิดอำนาจศาล จากแผนกคดีเลือกตั้งศาลฎีกา ในวันที่ 9 ก.ย. 2562 เวลา 10.30 น. เนื่องจากการเผยแพร่บทความ “อันตรายของภาวะ “นิติศาสตร์นิยมล้นเกิน” (อีกที) กรณีหุ้นสื่อของผู้สมัคร ส.ส.” ทางหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

เอกสารแนบท้ายหมายเรียก ระบุว่า นายสุประดิษฐ์ จีนเสวก เลขานุการแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา เป็นผู้ทำบันทึกข้อความเสนอประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา เพื่อตั้งองค์คณะผู้พิพากษาไต่สวนละเมิดอำนาจศาล จากการเผยแพร่บทความ “อันตรายของภาวะ “นิติศาสตร์นิยมล้นเกิน” (อีกที) กรณีหุ้นสื่อของผู้สมัคร ส.ส.” ทางหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 14 พ.ค. 2562 ซึ่งมีสฤณี อาชวานันทกุล เป็นผู้ประพันธ์บทความ

นายสุประดิษฐ์เห็นว่า บทความดังกล่าววิพากษ์วิจารณ์ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งว่ามักง่ายในการตีความกฎหมายเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. กรณีบุคคลนั้นเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 48 (3) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ว่ารวมถึงผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทซึ่งในหนังสือบริคณห์สนธิระบุวัตถุประสงค์ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ

“แม้ความเป็นจริงห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทไม่ได้ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ แต่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งยังได้ตีความไปว่าเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ แล้ว ผู้ประพันธ์ได้แสดงความคิดเห็นว่าการตีความเช่นนี้มักง่าย และอันตรายอย่างยิ่ง” นายสุประดิษฐ์ระบุในบันทึกข้อความตั้งเรื่องละเมิดอำนาจศาล

เลขานุการแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกายังเห็นว่า บทความดังกล่าวกล่าวหาว่าศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งใช้กฎหมาย แบบตะพึดตะพือ ตีความตัวอย่างเกินเลยโดยคํานึงถึงข้อเท็จจริงและไม่คํานึงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย ผู้เขียนบทความไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์คําพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยสุจริต แต่มีเจตนาโจมตีหรือ ด่าว่าศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตีความกฎหมายมักง่ายและใช้อย่างตะพึดตะพือ ตีความตัวบทอย่างเกินเลยและไม่คํานึงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย เป็นการรายงานกระบวนพิจารณาแห่งคดีอย่างไม่เป็นกลางและไม่ถูกต้อง และเป็นการวิพากษ์โดยไม่เป็นธรรมซึ่งการดําเนินคดี ทําให้เสื่อมเสียต่อศาลฎีกา เนื่องจากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีอํานาจหน้าที่ในการพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สส.

“…บทความดังกล่าวจึงมีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของประชาชน หรือเหนือศาล หรือเหนือคู่ความ หรือเหนือพยานในระหว่างการพิจารณาคดีเกี่ยวกับสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สส. เรื่องอื่นๆ ในอนาคต ซึ่งอาจมีประเด็นอย่างเดียวกันกับคดีที่ผู้ประพันธ์ได้กล่าว หรือแสดงในบทความ” ข้อความส่วนหนึ่งจากบันทึกข้อความตั้งเรื่องละเมิดอำนาจศาล

ทั้งนี้ การตั้งเรื่องละเมิดอำนาจศาลของเลขานุการแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ยังได้เจาะจงองค์คณะผู้พิพากษา โดยเสนอให้นายฉันทวัธน์ วรทัต ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาเป็นเจ้าของสํานวน นายพันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา เป็นองค์คณะพิจารณาและพิพากษาคดีนี้ ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกาก็ได้เห็นชอบตามข้อเสนอดังกล่าว นำมาสู่การออกหมายเรียกสฤณีและพวกพวกรวม 2 คน เข้าให้การในวันที่ 9 ก.ย. 2562 เวลา 10.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 2 ห้อง 208 ศาลฎีกา

กรณีของสฤณีนับเป็นเรื่องเกี่ยวกับการละเมิดอำนาจศาลเรื่องที่ 3 ที่ถูกเปิดเผยในรอบสัปดาห์ หลังนายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เชิญ รศ.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ไปให้ข้อเท็จจริงกรณีทวีตว่า “ศาลรัฐธรรมนูญรับคําร้อง 32 ส.ส.ปมหุ้นสื่อแต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่น่าจะเกินคําว่า “ด้าน” เสียแล้ว”  ในวันที่ 30 ส.ค. 2562 เวลา 10.00 น. ที่ทําการศาลรัฐธรรมนูญ และ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ‘ผู้กองปูเค็ม’ เปิดเผยว่าจะเข้าแจ้งความดำเนินคดี ยุทธเลิศ สิปปภาค ผู้กำกับภาพยนตร์ ว่าทวิตหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ จากกรณีวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญที่เชิญ รศ.โกวิท เข้าให้ข้อเท็จจริง