เช้าวันนี้ (10 ก.ย.2562) ที่กองบังคับการปราบปราม พนักงานสอบสวนรับตัว ชูวิทย์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาคดีสหพันธรัฐไท ที่ตำรวจส่งตัวมาจากจังหวัดเชียงใหม่หลังจับกุมชูวิทย์ได้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา 

ตำรวจ สภ.ดอยสะเก็ดแจ้งข้อกล่าวหาชูวิทย์ในฐานความผิดเป็นอั้งยี่และยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 และ 116 ตามลำดับ ชูวิทย์ได้ให้การภาคเสธ.ว่าไม่ได้กระทำความผิด แต่ได้มีการให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกับตำรวจไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวชูวิทย์ไปขออำนาจศาลจังหวัดเชียงใหม่เพื่อฝากขังระหว่างการสอบสวนและได้ดำเนินการส่งตัวต่อมาที่กรุงเทพฯ ในวันนี้ 

พนักงานสอบสวนกองปราบฯ จึงได้ดำเนินการขออำนาจศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เพื่อฝากขังชูวิทย์ต่อ แต่เขาไม่มีหลักทรัพย์ประกันตัว จึงไม่ได้ขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างรอการสอบสวน และในวันนี้ทางพนักงานสอบสวนจะส่งสำนวนต่อให้อัยการ

ทั้งนี้เหตุที่ทำให้ชูวิทย์ถูกดำเนินคดีครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากตำรวจสืบสวน สภ.ดอยสะเก็ดได้แจ้งความดำเนินคดีกับชูวิทย์เพราะสืบพบว่าเป็นผู้ติดสติ๊กเกอร์สหพันธรัฐที่ประตูช้างเผือก ในจ.เชียงใหม่ เมื่อ 12 ก.พ.2561 และจากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารได้อาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 เข้าตรวจค้นบ้านพักของชูวิทย์เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2561 พบสิ่งของต่างๆ เกี่ยวกับสหพันธรัฐไท อีกทั้งยังพบว่าชูวิทย์ได้เข้าร่วมกับกลุ่มดังกล่าว 

ผู้ถูกดำเนินคดีคนที่ 19 

ก่อนหน้าชูวิทย์ถูกจับกุมดำเนินคดีครั้งนี้ องค์กรสหพันธรัฐไทเป็นประเด็นข่าวที่มีความเคลื่อนไหวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2561 และมีบุคคลที่ถูกดำเนินคดีเพราะเกี่ยวพันธ์กับกลุ่มสหพันธรัฐไท อีก 18 คนเป็นอย่างน้อย แบ่งเป็นหลายคดีต่างกรรมต่างวาระกัน แต่เหตุการณ์ที่ทำให้สาธารณชนได้รับทราบเรื่องราวของสหพันธรัฐไทกันอย่างกว้างขวางเป็นกรณีที่ทหารดำเนินการติดตามจับกุมบุคคลที่มีเสื้อยืดดำติดแถบสีขาวแดงอยู่ในครอบครองที่เบื้องต้นยังไม่มีใครรู้จักกันดีนักว่าแถบสีดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มสหพันธรัฐไท 

จนกระทั่งกลุ่มสหพันธรัฐไทกลับมาเป็นข่าวอีกครั้งจากการนัดรวมตัวกันใส่เสื้อดำเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2561 ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ทั่วประเทศ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไปติดตามขัดขวาง รวมถึงควบคุมตัวบุคคลตามมาซึ่งเหตุการณ์คุมตัวบุคคลยาวต่อเนื่องอยู่เกือบสัปดาห์ แต่เท่าที่ศูนย์ทนายความฯ รับทราบก็เหมือนจะไม่ได้มีการดำเนินคดีกับบุคคลใดจนกระทั่งเข้าสู่ปี 2562 ที่มีการออกหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาบุคคลที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนั้นตามมา และมีการติตดามจับกุมตัวผู้ที่กำลังดำเนินการขอสถานะผู้ลี้ภัยจาก UNHCR กลับมาจากประเทศมาเลเซียอีกด้วย

แต่อีกเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกันและไม่กล่าวถึงไม่ได้คือกรณีการหายตัวไปของผู้ลี้ภัยการเมืองไทยจำนวน 3 คนที่เกี่ยวข้องกับสหพันธรัฐไท คือ ชูชีพ ชีวสุทธิ์ หรือลุงสนามหลวง ซึ่งเป็นชื่อที่รู้จักกันดีในผู้ที่ติดตามการเมืองไทย, กฤษณะ ทัพไทย หรือ สหายยังบลัด และ สยาม ธีรวุฒิ หรือ สหายข้าวเหนียวมะม่วง แม้ว่าจะมีการอ้างกันว่าพวกเขาถูกจับกุมที่ประเทศเวียดนามและถูกส่งกลับไทยแล้วตั้งแต่ 8 พ.ค.2562 แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีใครทราบชะตากรรมของพวกเขาว่าเป็นอย่างไร