จากกรณีเมื่อวันที่ 10 กันยายน 62 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ได้แถลงผลการปฏิบัติการ “09.09.2019” โดยระบุว่าเป็นการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายที่เผยแพร่ข่าวปลอม (Fake News) จำนวน 9 จุด และมีการจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดี

หนึ่งในกรณีที่มีการปิดล้อมตรวจค้น ได้แก่ กรณี “เพจเฟซบุ๊ค รับสมัครนักรบล้มล้างการปกครอง” ซึ่งจากการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ระบุว่าได้มีการนำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นที่บ้านพักในจังหวัดนนทบุรี ได้พบกับผู้กระทำความผิดเป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ และรับว่าได้กระทำจริง จึงได้นำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมา ผู้ต้องหากรณีดังกล่าว ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมายและเปิดเผยข้อมูลกับศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน จากกรณีการถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นที่พักและเข้าจับกุมดำเนินคดีดังกล่าว

ทางผู้ต้องหา ซึ่งปัจจุบันทำอาชีพขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เล่าว่า เมื่อเช้าวันพุธที่ 11 กันยายน 2562 ได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์ให้เขาเดินทางไปซ่อมคอมพิวเตอร์ที่อาคารบริเวณย่านเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เขาจึงเดินทางไปตามนัด แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 10 นาย เข้าล้อมจับกุม จากนั้นจึงถูกเข้าตรวจค้นรถ และให้นำไปตรวจค้นยังห้องพักของเขา โดยที่ไม่ได้มีการแสดงหมายค้นและหมายจับแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง และเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 3 เครื่อง รวมไปถึงอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น แบตเตอรี่ สายชาร์จ โดยกระเป๋าที่เขาถือมาด้วย ถูกเทของออกและถ่ายรูปบันทึกไว้

ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวเขายังไป บก.ปอท. และได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา โดยเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาดำเนินการเป็นแอดมินเพจ “รับสมัคร นักรบ กองทัพประชาชน ล้มล้างสถาบันกษัตริย์ไทย และสมุนเผด็จการ” แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ระหว่างที่ถูกควบคุมตัว ผู้ต้องหาเล่าว่า ตนถูกบังคับให้เซ็นเอกสารในบันทึกจับกุมและเอกสารรับทราบข้อกล่าวหา แต่ผู้ต้องหาไม่ยินยอม เพราะยังไม่ทราบข้อกล่าวหา ตำรวจจึงนำหมายจับมาแสดง พร้อมกับข่มขู่ว่าสามารถไปค้นบ้านของตนที่ต่างจังหวัดได้ หากไม่ยินยอมเซ็นเอกสาร เจ้าหน้าที่ยังมีการให้เขาเขียนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเฟซบุ๊กของเขาให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย และยังมีการนำซิมการ์ดไปตรวจสอบ ก่อนจะนำมาคืนให้ โดยกระบวนการที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีทนายความร่วมฟังการแจ้งข้อกล่าวหาและร่วมฟังการสอบสวนอยู่ด้วยแต่อย่างใด

ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 11 จนถึงเวลาประมาณสองทุ่ม จากนั้นจึงถูกนำตัวไปลงบันทึกประจำวัน ที่สน.ทุ่งสองห้อง และถูกขังที่สถานีตำรวจหนึ่งคืน จนช่วงเช้าวันที่ 12 กันยายน 2562 เขาได้ถูกนำตัวไปขออำนาจศาลในการฝากขังครั้งที่ 1 ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก เมื่อศาลอนุญาตให้ฝากขัง ผู้ต้องหาได้ทำการเช่าหลักทรัพย์เพื่อยื่นขอประกันตัว และศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์จำนวน 1 แสนบาท โดยศาลอาญาได้นัดให้ผู้ต้องหามารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 30 ตุลาคม 2562

ขอบคุณรูปภาพหน้าปกจาก: pixabay.com

อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง:

ตรวจพยานฯ แชร์เพจ “กูต้องได้ 100 ล้านฯ” ไม่มีพยานหลักฐานรับกันได้ ศาลนัดสืบ 15 ต.ค. 62

คดีหมิ่นสุนัขทรงเลี้ยงส่งต่อ คกก.ชี้ขาด ศาลทหาร-ศาลยุติธรรมให้ข้อหา 112 อยู่ในศาลทหาร แต่ข้อหา 116 เห็นแย้งกัน