17 ก.ย.2562 ศาลทหารกรุงเทพมีนัดฟังคำพิพากษาคดีของสิบโทเอ็ม (นามสมมติ) ที่อัยการทหารฟ้องข้อหานำข้อมูลเท็จที่อาจกระทบความมั่นคงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2560 จากเหตุที่เขาไปคอมเมนต์ในเพจ “กูรูสีกากี” ว่าจะลาออกจากราชการทหารแต่ทำไม่ได้

ก่อนหน้านี้สิบโทเอ็มได้ให้การรับสารภาพในชั้นศาลไป แต่ต้องเลื่อนการพิจารณาคดีมาหนึ่งครั้ง เนื่องจากหากจำเลยรับสารภาพและต้องการขอให้ศาลรอการลงโทษ จำเลยจะต้องได้หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชาก่อน

ศาลได้มีคำพิพากษาสรุปได้ว่าสิบโทเอ็มมีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง โดยศาลให้เหตุผลว่าจากข้อความของสิบโทเอ็มที่ไปคอมเม้นท์ไว้ใต้โพสต์ของแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อ “กูรูสีกากี”ที่เพจโพสต์ว่า “สีกากีเริ่มยื่นใบลาออกแล้ว?…” แล้วสิบโทเอ็มได้คอมเม้นท์ว่าตนเองก็อยากลาออกแต่ไม่สามารถทำได้เพราะนโยบายของหน่วย

จากข้อความดังกล่าวของสิบโทเอ็ม ศาลเห็นว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จทำให้ประชาชนเข้าใจกองทัพบกและสถาบันอันเป็นที่เคารพยิ่งของประชาชนผิด ซึ่งก่อให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก

ศาลจึงพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี 8 เดือน เนื่องจากมีความผิดตามฟ้องของโจทก์ในข้อหานำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนและเผยแพร่ข้อมูลนั้นโดยรู้อยู่แล้ว ตามมาตรา 14(2) พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 แต่จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาให้ลดโทษจำคุกเหลือ 10 เดือน โดยไม่รอการลงโทษเพราะศาลเห็นว่าจำเลยทำไปโดยไม่มีเหตุผลสมควรที่จะให้รอการลงโทษและศาลก็ลงโทษจำเลยในสถานเบาอยู่แล้ว

ก่อนที่เขาจะถูกดำเนินคดีจากข้อความนี้ครั้งนี้สิบโทเอ็มเคยถูกผู้บังคับบัญชากล่าวตักเตือนไปและสั่งขังในเรือนจำทหารเป็นเวลา 30 วันมาก่อนแล้วและถูกทำทัณฑ์บนว่าห้ามทำอีก ไม่เช่นนั้นจะถูกให้ออกจากราชการ

แต่หลังจากเขาถูกขังไปได้ 15 วัน ผู้บังคับบัญชาได้มาพบ พร้อมกับตำรวจจากสน.เตาปูนและทหารจากกรมพระธรรมนูญมาสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโพสต์ความเห็นและดำเนินคดีตามมา ทั้งนี้สิบโทเอ็มต้องการเพียงให้กำลังใจตำรวจที่จะลาออก แต่ลาออกไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ร้ายใคร

หลังศาลมีคำพิพากษา ศาลทหารอนุญาตปล่อยตัวสิบโทเอ็มระหว่างการอุทธรณ์คดีโดยใช้หลักทรัพย์ประกันตัวเดิม ซึ่งเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท