25 ก.ย. 2562 ที่ศาลแขวงดุสิต ศาลอ่านคำพิพากษาคดีเอกชัย หงส์กังวาน จำเลยที่ 1 และโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ จำเลยที่  2 ไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ จากกรณีที่ทั้งสองนักกิจกรรม ได้นัดหมายไปเปิดเพลง “ประเทศกูมี” และทำกิจกรรมคัดค้านการเปิดเพลง “หนักแผ่นดิน” ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.) เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2562 โดยพนักงานอัยการเป็นโจทย์ฟ้อง ในข้อหาไม่แจ้งการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558

ผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์ที่ห้องพิจารณาคดี 401 โดยในการพิจารณาคดีวันนี้มีตัวแทนเจ้าหน้าที่จากสถานทูตเยอรมนีเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

ศาลได้อ่านคำพิพากษาว่า ก่อนเกิดเหตุ พันตำรวจโทสุทธิโรจน์ จารุสินธุพงษ์ รองผู้กำกับการสืบสวน สน.นางเลิ้ง ทราบข่าวว่าโชคชัย โพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนเอกชัยไปเปิดเพลงหนักแผ่นดิน ให้พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ฟัง พ.ต.ท.สุทธิโรจน์ไปตรวจดูเฟซบุ๊กของโชคชัยเห็นว่าจำเลยโพสต์ข้อความดังกล่าวจริง

โดยเนื้อหาในโพสต์ของเอกชัยโพสต์เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ว่า “เนื่องจากกองทัพบกสั่งให้สถานีวิทยุกองทัพบกทั่วประเทศกว่า 100 แห่งเปิดเพลงหนักแผ่นดิน เพื่อสร้างบรรยากาศความกลัวการรัฐประหาร ด้วยเหตุนี้วันพุธที่ 20 ก.พ. 2562 เวลา 9.30 น. ผม-โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ จะเดินทางไปที่กองทัพบกเพื่อเปิดเพลงประเทศกูมีให้ทหารฟัง” ต่อมา 19 กุมภาพันธ์ โชคชัยแชร์โพสต์ของเอกชัยตามบันทึกข้อความรายงานการสืบสวน

ในวันที่ 20 ก.พ. 2562 ร้อยตำรวจเอกบุญยงค์ น้อยอ่อนหล้า มาตรวจสอบความเรียบร้อย โดยมีพันตำรวจเอกกัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผู้กำกับสถานีตำรวจนางเลิ้ง และพันตำรวจโทสุทธิโรจน์ มาสมทบภายหลัง

จากนั้นจำเลยทั้งสองเดินทางมาถึงพร้อมเครื่องเสียงและตุ๊กตาหมี พ.ท.สิทธิโรจน์ เดินไปบอกว่า ต้องแจ้งการชุมนุมสาธารณะตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558  และสอบถามจำเลยที่ 2 ว่าแจ้งการชุมนุมแล้วหรือยัง แจ้งว่าไม่ได้แจ้ง แต่ว่าจำเลยจัดการชุมนุมต่อไป และพูดกับประชาชนว่าจะเปิดเพลงประเทศกูมีให้ทหารฟัง พ.ท.สิทธิโรจน์จึงเดินไปแจ้งกับทั้งสองว่า ผิดกฎหมายโดยไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ แต่ทั้งสองยืนยันว่า ทำกิจกรรมต่อไป จึงคุมตัวไปสน.นางเลิ้ง เพื่อส่งมอบ

การชุมนุมสาธารณะ หมายความว่า การชุมนุมของบุคคลในที่สาธารณะเพื่อเรียกร้อง สนับสนุน คัดค้าน หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยแสดงออกต่อประชาชนทั่วไป และบุคคลอื่นสามารถร่วมการชุมนุมได้ ไม่ว่าการชุมนุมนั้นจะมีการเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายด้วยหรือไม่

โชคชัยรับว่าโพสต์เฟซบุ๊ก และเอกชัยโพสต์เฟซบุ๊กว่า พวกเขาจะไปกองทัพบกและเปิดเพลงให้ทหารฟัง ใครมีเพลงแนะนำ เชิญและขณะนั้นเพลง “ประเทศกูมี” กำลังดัง จึงโพสต์ว่าจะเอาไปเปิดที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก ตามที่ได้แจ้งไว้ และจำลองกิจกรรมบางส่วนเป็นเหตุการณ์ใน 6 ต.ค. 2519 เท่ากับว่าจำเลยมีเจตนาแสดงออกทางการเมือง

ศาลจึงรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองต้องการจัดกิจกรรมทางการเมืองในที่สาธารณะ ประกอบกับข้อเท็จจริงที่จำเลยทั้งสองเคยทำกิจกรรมทางการเมืองมาแล้วหลายครั้ง และจำเลยทั้งสองมีคนติดตามในเฟซบุ๊กเป็นจำนวนมาก โดยเอกชัย มีคนติดตามกว่าหนึ่งหมื่นคน การที่โชคชัยโพสต์ชวนเอกชัย และเอกชัยแสดงข้อความว่า เพื่อเปิดเพลงประเทศกูมีให้ทหารฟัง แสดงว่าเอกชัยประกาศให้คนรู้ โชคชัยแชร์โพสต์ที่ว่าและเปิดเป็นสาธารณะ จึงเป็นการแจ้งให้คนทั่วไปทราบ ซึ่งการโพสต์ไม่ได้มีการห้ามไม่ให้มาชุมนุม จึงมีลักษณะเป็นการเชิญชวนหรือนัดหมาย

เอกชัยต่อสู้ว่า วันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจล้อมรอบจำเลยทั้งสองเป็นรูปเกือกม้าทำให้คนทั่วไปเข้าไม่ได้จึงเท่ากับไม่ได้เป็นการชุมนุม แม้ในที่เกิดเหตุจะมีตำรวจอยู่หลายคน แต่ไม่ปรากฏว่าตำรวจได้ปิดกั้นไม่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วม และนอกจากตำรวจแล้วยังมีนักข่าวอยู่ด้วย จึงฟังได้ว่าว่าบุคคลทั่วไปสามารถเข้าร่วมได้ และตรงที่จัดเป็นทางสาธารณะ เมื่อพิจารณาประกอบกับที่จำเลยเอาเครื่องขยายเสียงกำลัง 380 วัตต์มาด้วย จึงแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมเป็นการแสดงออกของจำเลย เข้าลักษณะการชุมนุมสาธารณะ

ภาพจากเพจ Wassana Nanuam และ Banrasdr Photo

ศาลพิจารณาข้อความในโพสต์แล้วเห็นว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้เชิญชวน เท่ากับเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ ทำให้จำเลยทั้งสองมีหน้าที่ต้องแจ้งจัดการชุมนุมต่อผู้กำกับสน.นางเลิ้ง แต่จำเลยทั้งสองไม่ได้แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง จึงมีความผิดใน มาตรา 10 วรรค 1 และ มาตรา 28 ตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และมาตรา 83 ประมวลกฎหมายอาญา ให้ลงโทษปรับคนละ 2,000 บาท

สำหรับคดี เอกชัยและโชคชัย ไม่แจ้งการชุมนุมฯ ศาลได้สืบพยานโจทย์จำนวน 4 ปาก ไปเมื่อวันที่ 3 ก.ค.2562 และสืบพยานจำเลย 1 ปาก ในวันที่ 4 ก.ค.2562 ก่อนจะมีคำพิพากษาในวันนี้

คดี “เพนกวิ้น-บอล” ค้านเปิดหนักแผ่นดิน ก็กำลังจะพิพากษา

หลังจาก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีที่พรรคการเมืองเสนอนโยบายยกเลิกการเกณฑ์ทหารและปรับลดงบประมาณกลาโหม โดยไล่ให้ไปฟัง “เพลงหนักแผ่นดิน” และมีการสั่งการให้เปิดเพลงนี้ตามคลื่นวิทยุของกองทัพบก ก่อนจะยกเลิกไปนั้น ทำให้นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ สองคู่หูนักกิจกรรม ได้นัดหมายไปเปิดเพลง “ประเทศกูมี” และทำกิจกรรมคัดค้านการเปิดเพลง “หนักแผ่นดิน” ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน

นอกจากเอกชัยและโชคชัยแล้ว ยังมีพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิ้น” นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายธนวัฒน์ วงศ์ไชย หรือ บอล นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นัดหมายไปทำกิจกรรมในเช้าวันเดียวกันด้วย เพื่ออธิบายว่าทำไมกองทัพไม่ควรเปิดเพลง “หนักแผ่นดิน”  ที่หน้าบก.ทบ. เช่นกัน แต่ทั้งสองไปถึงก่อนเอกชัยและโชคชัยเล็กน้อย และได้อ่านแถลงการณ์ เรียกร้องให้ผบ.ทบ.ยุติการเปิดเพลง “หนักแผ่นดิน” ในหน่วยทหารและวิทยุของกองทัพ  หลังจากอ่านแถลงการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวทั้งสองทันที และได้แจ้งข้อกล่าวหาจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 เช่นเดียวกับคดีเอกชัยโชคชัย