ภายหลังจากที่มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 9/2562 เรื่องการยกเลิกประกาศ คสช.  คำสั่ง คสช. และคำสั่งหน้า คสช. บางฉบับที่หมดความจำเป็น ทำให้คดีของนายสราวุทธิ์ (สงวนนามสกุล) ช่างตัดแว่นตาในจังหวัดเชียงราย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวจากมณฑลทหารบกที่ 37 แจ้งความกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากกรณีการโพสต์เฟซบุ๊กรูปภาพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ตั้งแต่เมื่อเดือนก.ค. 59 ซึ่งอยู่ในการพิจารณาของศาลมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลทหารอีก ก่อนหน้านี้ ศาลทหารได้สั่งพักการพิจารณา และสั่งให้มีการโอนย้ายคดีไปยังศาลยุติธรรมต่อไป

(ภาพทนายความกับนายสราวุทธิ์หลังได้รับการปล่อยตัว)


วันนี้ (30 ก.ย.) ที่ศาลจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ศาลทหารมณฑลทหารบกที่ 37 ได้นัดหมายให้นายสราวุทธิ์ พร้อมด้วยทนายความ เข้ารายงานตัว เพื่อทำการโอนย้ายสำนวนคดี พร้อมหลักทรัพย์ประกันตัวต่อศาลจังหวัดเชียงราย โดยก่อนหน้านี้จากการติดต่อสอบถามของทนายความ เจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดเชียงรายได้ระบุว่าต้องมีการเตรียมเงินประกันตัวหรือหลักทรัพย์เพิ่มเติมจากที่ใช้เงินประกันตัวจำนวน 100,000 บาท ในศาลทหาร สำหรับศาลยุติธรรมนั้น จะต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัวเป็นเงินสดจำนวน 200,000 บาท หรือหลักทรัพย์ที่มีราคาประเมินไม่ต่ำกว่า 280,000 บาท ทำให้นายสราวุทธิ์ต้องมีการติดต่อขอยืมเงินและโฉนดที่ดินเอาไว้เพื่อเตรียมประกันตัวในศาลจังหวัดเชียงราย

จากนั้นเวลา 10.15 น. เจ้าหน้าที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 37 จำนวน 3 นาย พร้อมด้วยตุลาการศาลมณฑลทหารบกที่ 37 ได้เดินทางเข้ามายังศาลจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการขั้นตอนในการโอนย้ายคดี โดยนายสราวุทธิ์ต้องทำการยื่นขอประกันต่อศาลจังหวัดเชียงรายใหม่อีกครั้ง ทำให้ระหว่างกระบวนการติดต่อประสานงานเพื่อโอนย้ายคดี นายสราวุทธิ์ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจของศาลจังหวัดเชียงรายควบคุมตัวไปยังห้องขังใต้ถุนศาล โดยระบุว่าเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย หากได้ทำสัญญาประกันตัวเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะได้รับการปล่อยตัว

เวลา 11.00 น. ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 37 ได้เข้าพบกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเชียงรายแล้ว ได้แจ้งกับทนายความว่าขณะนี้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเชียงรายติดพิจารณาคดีอีกคดีหนึ่งอยู่ จึงนัดหมายเพื่อพิจารณาคดีของนายสราวุทธิ์ในช่วงบ่าย ทำให้ระหว่างนี้นายสราวุทธิ์จะต้องถูกควบคุมตัวในห้องขังใต้ถุนศาลก่อน

ต่อมาเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดเชียงรายได้เชิญทนายความของนายสราวุทธิ์ไปยังห้องพิจารณาคดีที่ 3 ของศาลจังหวัดเชียงราย และมีการนำตัวนายสราวุทธิ์จากห้องขังศาลเข้ามาในห้องพิจารณา โดยมีตุลาการและเจ้าหน้าที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 37 นั่งเป็นฝ่ายโจทก์ เมื่อผู้พิพากษาได้ขึ้นนั่งพิจารณาคดี ได้สอบถามว่าเงินประกันตัวของนายสราวุทธิ์อยู่ที่เจ้าหน้าที่ศาลทหารใช่หรือไม่ ให้ทำการส่งมอบให้ทนายความของนายสราวุทธิ์ต่อหน้าศาลได้เลย เมื่อส่งมอบเงินประกันตัวให้ทนายความแล้ว ศาลระบุว่าขั้นตอนการโอนย้ายคดีจากศาลมณฑลทหารบกที่ 37 มายังศาลจังหวัดเชียงรายถือว่าเป็นอันเรียบร้อย ศาลจะทำการตั้งสำนวนการพิจารณาคดีในศาลยุติธรรมต่อไป

จากนั้นศาลได้สอบถามนายสราวุทธิ์ว่าประกอบอาชีพอะไร นายสราวุทธิ์ระบุว่าเป็นช่างตัดแว่น และเปิดร้านแว่นในจังหวัดเชียงราย ศาลจึงมีคำสั่งอนุญาตให้นายสราวุทธิ์ประกันตัวระหว่างการพิจารณาคดี ด้วยเงินสดจำนวน 100,000 บาท

จากนั้นศาลจังหวัดเชียงรายได้สอบถามว่าทางฝ่ายโจทก์และจำเลยมีพยานที่ต้องทำการสืบพยานอีกจำนวนเท่าไร เจ้าหน้าที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 37 ระบุว่าพยานฝ่ายโจทก์ยังเหลืออีก 3 ปาก ด้านทนายของนายสราวุทธิ์ระบุว่าพยานของฝ่ายจำเลยมีจำนวน 4 ปาก ศาลจึงได้ระบุว่าหลังจากนี้จะทำการนัดพร้อม เพื่อนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยอีกครั้งหนึ่ง

ต่อมาเวลา 16.00 น. เมื่อทำสัญญาประกันตัวเสร็จสิ้น นายสราวุทธิ์จึงได้รับการปล่อยตัวจากห้องขังของศาลจังหวัดเชียงราย หลังจากถูกควบคุมตัวไว้เป็นเวลากว่า 6 ชั่วโมง โดยในเอกสารนัดหมายคดีระบุวันนัดพร้อมเพื่อกำหนดวันนัดสืบพยานต่อไป ในวันที่ 21 ต.ค. 62 เวลา 9.00 น.

คดีนี้นับเป็นคดีแรกเท่าที่ทราบ ซึ่งมีการโอนย้ายคดีของพลเรือนที่เคยถูกพิจารณาในศาลทหาร มายังศาลพลเรือน ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 9/2562 และยังต้องติดตามจับตาต่อไปว่ากระบวนการโอนย้ายคดีอื่นๆ ของศาลทหารในเขตท้องที่ต่างๆ มายังศาลพลเรือนนั้น จะส่งผลกระทบต่อสิทธิในการประกันตัว หรือสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมต่อไปหรือไม่ อย่างไร