16 กรกฎาคม 2562 คณะรัฐมนตรีชุดแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เข้ารับตำแหน่ง เป็นผลให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สิ้นสุดอำนาจตามกฎหมาย และทำให้มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 สิ้นสุดลง อย่างไรก็ตามผลพวงจากการยึดอำนาจและดำเนินการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจมาตลอดระยะเวลา 5 ปีนับตั้งแต่การรัฐประหารนั้นยังดำรงอยู่อย่างชัดเจน นายกรัฐมนตรียังคงเดิมคือพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้ว่าพรรคพลังประชารัฐไม่ได้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นอันดับหนึ่ง

นอกจากนี้แม้หัวหน้าคสช.ได้ออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 9/62 เพื่อจัดการกับคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ยังดำรงอยู่บางส่วนและโอนคดีพลเรือนที่ขึ้นศาลทหารไปยังศาลยุติธรรมแล้ว แต่คำสั่งหัวหน้าคสช.ส่วนใหญ่ที่ออกมารวมถึงกฎหมายที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติกว่า 444 ฉบับ นั้นก็จะยังมีผลจนกว่าจะมีกฎหมายออกมายกเลิกภายหลัง และส่วนหนึ่งของกฎหมายเหล่านี้ยังก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และแผ่ขยายอำนาจของทหารเข้ามาสู่เขตแดนของพลเรือน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายใต้การปกครองของคสช.และให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนมาตลอดระยะเวลาห้าปีเห็นว่าหากไม่มีการชำระล้างผลจากการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เยียวยา จำกัดอำนาจของกองทัพ ทบทวนแก้ไขประกาศ คำสั่งคสช.และคำสั่งหัวหน้าคสช. กฎหมายที่ผ่านสนช.ไปจนถึงรัฐธรรมนูญ ประเทศไทยก็อาจจะยังวงเวียนอยู่กับผลพวงการรัฐประหารมากกว่าห้าปี จนอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ จึงจัดทำข้อเสนอข้อเสนอในการจัดการผลพวงการรัฐประหารเพื่อเป็นแนวทาง และข้อถกเถียงอันจะนำไปสู่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงและก่อร่างสร้างนิติรัฐให้เกิดขึ้น และจัดงานเสวนา “หยุดย่ำ ซ้ำ รอยเดิม” เพื่อเปิดตัวหนังสือข้อเสนอในการจัดการผลพวงการรัฐประหารที่ FCCT วันที่ 29 ต.ค. 62 เวลา 18.00 น.- 20.00 น. นี้

ลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/3qHSFHct4vaEmabT9

กำหนดการ
17.30- 18.00 น. ลงทะเบียน
18.00 – 18.15 น. กล่าวเปิดงาน – เยาวลักษ์ อนุพันธ์
18.15 – 18.40 น. แนะนำหนังสือข้อเสนอ – มนทนา ดวงประภา
18.40 -20.00 น. ร่วมแลกเปลี่ยน โดย
– ดร.เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
– รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
– รอมฎอน ปัณจอร์ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch)

ดำเนินรายการโดย ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์