31-07-59 มข.

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เข้าติดประกาศให้เลิกการชุมนุม ขณะนักศึกษาจัดกิจกรรมพูดเพื่อเสรีภาพฯ ด้านผู้จัดงานยืนยันจัดกิจกรรมต่อเพราะได้ทำหนังสือขอใช้สถานที่ถูกต้องจากทางคณะพร้อมจ่ายค่ามัดจำสถานที่ไปแล้ว อีกทั้ง พ.ร.บ.ชุมนุม ไม่ได้ใช้บังคับกับการจัดกิจกรรมในสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2559 กลุ่มพลเมืองคนรุ่นใหม่ ร่วมกับขบวนการประชาธิปไตยใหม่อีสาน (NDM) จัดงาน “พูดเพื่อเสรีภาพ รัฐธรรมนูญกับคนอีสาน?”  ที่อาคารจตุรมุข คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยก่อนจัดงานหนึ่งวัน (30 ก.ค.59) ขณะทางผู้จัดเตรียมงานในช่วงกลางคืน ดร.จิรวัฒน์ สนิทชน รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ชุมชน รักษาการแทนคณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ได้เข้าแจ้งกลุ่มผู้จัดกิจกรรมว่า ไม่สามารถให้จัดงานได้ โดยระบุว่า สำนักนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งห้ามจัดกิจกรรมทางการเมือง และหากมีการจัดกิจกรรมจะทำให้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นกลาง แต่ทางกลุ่มผู้จัดกิจกรรมยังยืนยันว่าจะจัดต่อ แม้จะถูกตัดน้ำ ตัดไฟ เพราะได้ทำหนังสือขอใช้สถานที่ถูกต้อง ทางคณะได้อนุญาตเป็นที่เรียบร้อย และเรียกเก็บค่ามัดจำสถานที่ไปแล้ว อีกทั้ง กลุ่มผู้จัดได้ประชาสัมพันธ์งานไปในวงกว้างแล้ว

นอกจากนี้ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หนึ่งในผู้จัด ยังให้ความเห็นว่า เหตุผลในการไม่ให้ใช้สถานที่ของผู้บริหารคณะเกษตรศาสตร์ ไม่ได้คำนึงถึงหน้าที่ของมหาวิทยาลัยในการเป็นพื้นที่เสรีภาพทางวิชาการ หรือเป็นผู้ให้ข้อมูล ความรู้ และสติปัญญาของสังคมแต่อย่างใด กลุ่มผู้จัดกิจกรรมจึงไม่สามารถยอมรับเหตุผลในการไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ได้

มีรายงานอีกว่า ผู้ให้เช่าเก้าอี้ได้มาเก็บเก้าอี้คืนกลางดึก หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์กดดัน รวมทั้ง รถขนเครื่องเสียงก็ถูกไล่ให้กลับไป ขณะขนเครื่องเสียงเข้ามาในบริเวณที่มีการเตรียมงาน

เวลา 10.58 น. ดร.จิรวัฒน์ สนิทชน และ ดร.ยุพิน ผาสุข รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะเกษตรศาสตร์ นำกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมทั้งทหาร ตำรวจ รวมประมาณ 30 นาย นำหนังสือของคณะเกษตรศาสตร์ เรื่อง ให้ระงับการจัดกิจกรรมและออกจากพื้นที่ภายในเวลา 11.30 น. มาให้กลุ่มผู้จัดงานเซ็นรับทราบ โดยระบุว่าหากไม่ออกจากสถานที่ภายในเวลาดังกล่าว จะถือว่าเป็นการบุกรุกสถานที่ราชการ แต่กลุ่มผู้จัดงานไม่เซ็น นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อ้างว่า การจัดงานเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ จากนั้น ได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและยึดเอกสาร รวมทั้งรื้อป้ายโหวตโนที่ติดเป็นฉากหลังบนเวที

ทั้งนี้ เอกสารที่เจ้าหน้าที่ยึดไปจากสถานที่จัดงานประกอบด้วย 1) แถลงการณ์นิติราษฎร์ ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ  2) ความเห็นแย้งเล่ม 2 คำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ 3) แผ่นพับก้าวข้าม “ไม่รับ” กับอนาคตที่ไม่ได้เลือก 4) แผ่นพับ “รับไปก่อน แก้ทีหลัง” 5) แผ่นพับ “เหตุผลไม่รับร่าง รธน.7 สิงหาคม 59 ประชามติเพื่ออนาคต”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้จัดงานยังคงยืนยันจัดกิจกรรมตามกำหนดเวลาเดิม โดยมีรายงานว่า ในช่วงบ่าย ฝ่ายนิติกร กกต.ขอนแก่น พร้อมกับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวหากลุ่มผู้จัดงานบุกรุกสถานที่ราชการและกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559

นอกจากนี้ เวลาประมาณ 16.10 น. ขณะงานยังดำเนินกิจกรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เข้ามาแจ้งและติดประกาศสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เรื่อง ให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุม ภายในระยะเวลาที่กำหนด คือ 16.30 น. วันที่ 31 ก.ค. 59 โดยอ้างว่าการชุมนุมไม่ได้แจ้งต่อหัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่ที่เข้าร่วมชุมนุมให้ทราบก่อนเริ่ม ไม่น้อยกว่า 24 ชม. และเป็นการรบกวนการปฎิบัติงานหรือใช้บริการสถานที่ของทางราชการ ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 8(1) พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558

ทั้งนี้ กลุ่มผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังคงดำเนินกิจกรรมต่อจนเสร็จกิจกรรมตามกำหนดการในเวลา 17.00 น.

การเข้าแจ้งความตาม พ.ร.บ.ประชามติฯ ดังกล่าวข้างต้นนั้น ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า เป็นการกล่าวหาว่า กระทำความผิดตามมาตราใดของ พ.ร.บ.ประชามติฯ ส่วนการออกประกาศสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เรื่อง ให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุม ภายในระยะเวลาที่กำหนด ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่า มาตรา 3 (4) พระราชบัญญัติชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 นั้นได้บัญญัติไว้ว่าพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ใช้บังคับแก่ ‎การชุมนุมภายในสถานศึกษา  การออกประกาศยกเลิกการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจฉบับดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย