ระหว่างวันที่ 19-22 และ 26-27 พ.ย. 62 นี้ ระหว่างเวลา 9.00-16.30 น. ของแต่ละวัน ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดหมายสืบพยานโจทก์และจำเลย ในคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5) เป็นโจทก์กล่าวหานายกฤษณะกับพวก รวม 5 คน ในข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และข้อหาอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 กรณีเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของสหพันธรัฐไท

คดีนี้นับได้ว่าเป็นคดีแรกในชุดคดีเกี่ยวกับสหพันธรัฐไท ที่จะเริ่มมีการสืบพยานในชั้นศาล เหตุเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน 2561 ที่เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้าน และติดตามจับกุมบุคคลจากการครอบครองและซื้อขายเสื้อสีดำ ที่มีตราสัญลักษณ์ธงลายสีขาวพาดแดงขนาดเล็กอยู่บริเวณหน้าอกเสื้อ กลุ่มประชาชนที่ถูกจับกุมยังถูกนำตัวไปควบคุมภายในค่ายทหารที่มณฑลทหารบกที่ 11 ก่อนนำตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่าผู้ต้องหาทั้งห้าคนได้เคลื่อนไหวปลุกระดมสมาชิกกลุ่มสหพันธรัฐไทและประชาชนทั่วไป ผ่านการแจกใบปลิวและขายเสื้อที่มีตราสัญลักษณ์ของกลุ่มสหพันธรัฐไท

จำเลย 5 คนในคดีนี้ ได้แก่ นายกฤษณะ, นายเทอดศักดิ์, นางประพันธ์, นางวรรณภา และนางจินดา (สงวนนามสกุล) โดยในชั้นสอบสวนทั้งห้าคนได้รับการประกันตัว แต่ก็ได้ถูกสั่งให้มีการติดอุปกรณ์ติดตามตัว หรือกำไล EM เป็นเงื่อนไขในการประกันตัวด้วย

อัยการได้มีการสั่งฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2561 เมื่อถึงนัดตรวจพยานหลักฐานในชั้นศาล นางจินดาและนางประพันธ์ไม่ได้เดินทางมาศาล ทำให้ศาลเห็นว่ามีพฤติการณ์หลบหนี จึงได้ให้มีการออกหมายจับจำเลยทั้งสองคน  ต่อมาเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 62 นางประพันธ์ได้ถูกจับกุมโดยตำรวจมาเลเซียหลังจากได้เดินทางไปลงทะเบียนขอสถานะผู้ลี้ภัยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และเธอได้ถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดยนางประพันธ์ไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวมาจนถึงปัจจุบัน เพราะไม่มีหลักทรัพย์ในการประกันตัว และจำนวนเครื่องติดตามอิเล็กทรอนิคส์ยังไม่เพียงพอ จนไม่อาจใช้อุปกรณ์ดังกล่าวแทนการวางเงินเป็นหลักประกันได้ ทำให้การสืบพยานในคดีนี้จะมีจำเลยที่ต่อสู้คดีจำนวน 4 ราย

จากข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ถูกดำเนินคดีจากกรณีที่เกี่ยวข้องกับสหพันธรัฐไท แล้วอย่างน้อย 20 ราย โดยแยกเป็นจำนวนคดีอย่างน้อย 11 คดี ในส่วนคดีของจำเลยทั้งห้าคนข้างต้นนับเป็นคดีแรกที่จำเลยให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และจะมีการเริ่มสืบพยานในชั้นศาลเกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลถึงแนวทางการพิจารณาคดีอื่นๆ ที่ศาลมีการนัดหมายการพิจารณาในระยะต่อไป

 

——————————————–

อ่านรายงาน
“1 ปี ความเคลื่อนไหวคดี ‘สหพันธรัฐไท’: ดำเนินคดีอย่างน้อย 20 คน ใน 11 คดี”
https://www.tlhr2014.com/?p=13896

รายงานข่าวคดีนี้ก่อนหน้านี้
“ตรวจพยานสหพันธรัฐไท จำเลยปฏิเสธทุกข้อหา ศาลนัดสืบพยานนัดแรก พ.ย. 62”

https://www.tlhr2014.com/?p=10853