วานนี้ (2 ส.ค.59) ศาลจังหวัดเชียงใหม่อนุญาตให้ประกันตัวนายสามารถ ขวัญชัย อายุ 63 ปี ผู้ต้องหาในคดีความผิดตามพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 (1) วรรคสอง จากกรณีการเสียบใบปลิวโหวตโน พร้อมข้อความ “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” บริเวณที่จอดรถของห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยหลักทรัพย์ 100,000 บาท หลังจากผู้ต้องหาถูกคุมขังในเรือนจำรวม 9 วัน

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 21 ก.ค.59 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ พบการแจกจ่ายใบปลิวที่ระบุข้อความว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ 7 ส.ค. VOTE NO” พร้อมมีรูปสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว โดยแจกในลักษณะนำไปเสียบพับไว้บริเวณที่ปัดน้ำฝนของรถยนต์ในที่จอดรถชั้นใต้ดินของห้างฯ ประมาณ 10 คัน และต่อมาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง กว่า 60 นาย ได้เข้าจับกุมตัวนายสามารถ ขวัญชัย จากบ้านพัก พร้อมกับเข้าตรวจค้นบ้าน ก่อนนำตัวไปแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับผู้ต้องหากรณีประชามติอื่นๆ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาตามพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 (1) วรรคสอง ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลจังหวัดเชียงใหม่ในการฝากขัง ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขัง นายสามารถจึงถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.เป็นต้นมา (ดูรายงานข่าว)

IMG_8626

ภาพใบปลิวที่พบว่ามีการแปะหน้ารถในห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า เชียงใหม่ (ภาพจากผู้จัดการออนไลน์)

00

ภาพขณะเจ้าหน้าที่แถลงข่าวเรื่องการจับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวกับการลงประชามติในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 ก.ค.59 ทีกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 โดยนายสามารถ (ซ้ายสุด) ถูกนำไปนั่งแถลงข่าวร่วมกับผู้ต้องหากรณีอื่นด้วย (ภาพจากผู้จัดการอออนไลน์)

จนวานนี้ (2 ส.ค.) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวนายสามารถ ขวัญชัย ด้วยหลักทรัพย์จำนวน 1 แสนบาท โดยไม่มีเงื่อนไขการปล่อยตัวใด ทำให้เขาได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในช่วงค่ำวานนี้ รวมแล้วนายสามารถถูกคุมขังที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ 2 วัน และถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ 9 วัน สำหรับเงินในการประกันตัวนั้นเป็นเงินช่วยเหลือจากกองทุนของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ที่รับบริจาคจากประชาชนในโลกออนไลน์

นายสามารถเปิดเผยหลังได้รับการปล่อยตัวว่ารู้สึกดีใจที่ได้รับการปล่อยตัว เพราะช่วงที่อยู่ในเรือนจำไม่สามารถติดต่อใครได้ ช่วงวันแรกๆ ก็ไม่มีใครมาเยี่ยม และชีวิตในเรือนจำก็ค่อนข้างยากลำบาก ในส่วนของคดียืนยันที่จะต่อสู้คดีต่อไป โดยยืนยันว่าข้อความในเอกสารใบปลิวไม่ได้มีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่

สำหรับนายสามารถ ขวัญชัย ปัจจุบันอายุ 63 ปี  ประกอบอาชีพช่วยครอบครัวขายภาพโมเสคที่ร้านค้าในจังหวัดเชียงใหม่ นายสามารถเข้าร่วมการเคลื่อนไหวกับคนเสื้อแดงในฐานะมวลชนอิสระ เคยร่วมเป็นพยาบาลอาสาในการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์เมื่อปี 2553  อีกทั้ง นายสามารถยังมีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวานและความดัน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่าข้อหาตามพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 (1) นอกจากจะมีปัญหาในการบัญญัติการกระทำอันเป็นความผิดโดยใช้ถ้อยคำที่กว้างขวางและคลุมเครือแล้ว ยังมีการระบุโทษจำคุกไว้ค่อนข้างสูง คือโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท เทียบได้กับความผิดฐานฆ่าคนตายโดยประมาท ทำให้กระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้น พนักงานสอบสวนมีการขออำนาจศาลในการฝากขัง และศาลมีการกำหนดหลักทรัพย์ประกันตัวที่ค่อนข้างสูง ทั้งที่เป็นเพียง “ความผิด” ที่เกิดจากการแสดงออก ทำให้มีลักษณะการกำหนดโทษที่ไม่ได้สัดส่วนกับการกระทำ และยังถูกนำมาใช้ในลักษณะมุ่งปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญของคนในสังคม

ยกตัวอย่างเช่น ในกรณี 5 ผู้ต้องหา คดีค้นเจอเอกสารโหวตโนในรถกระบะที่สภ.บ้านโป่ง โดยยังไม่ได้มีการจำหน่ายจ่ายแจก ศาลจังหวัดราชบุรีให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วยหลักทรัพย์รายละ 140,000 บาท หรือกรณีผู้ต้องหาตะโกนชักชวนคนไม่ให้ไปลงประชามติที่จังหวัดอุบลราชธานี ศาลก็มีการกำหนดหลักทรัพย์ในการประกันตัว 200,000 บาท ทำให้ผู้ต้องหาไม่มีเงินไปประกันตัวจนถึงบัดนี้

ทั้งนี้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 61(1) วรรคสอง ระบุความผิดเรื่อง “การเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง”

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

นอนคุกแล้ว 4 วัน! ลุงวัย 63 ปี แปะใบปลิวโหวตโนที่ห้างในชม. ถูกแจ้งผิดพ.ร.บ.ประชามติ