27 ธ.ค. 2562 ศาลจังหวัดพัทยานัดฟังคำสั่งต่อคำร้องขอลดค่าปรับตามสัญญาประกัน คดีหมายเลขดำที่ 3537/2552 หมายเลขแดงที่ 8488/2552 ซึ่งนายดุสิต แซ่ด่าน นายประกันของนายสุรชัย แซ่ด่าน หรือ ด่านวัฒนานุสรณ์ จำเลยที่ 9 ในคดีบุกล้มประชุมอาเซียน ปี 52 เป็นผู้ยื่นคำร้อง เนื่องจากนายสุรชัย ซึ่งหลบหนีออกนอกประเทศ และไม่มาศาล จนถูกศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ และปรับนายประกันรวม 500,000 บาท ได้หายตัวไปจากที่พักพร้อมคนสนิท 2 คน จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 1 ปี ยังไม่ทราบชะตากรรมของนายสุรชัย ขณะที่ยังเหลือค่าปรับนายประกันค้างชำระที่ผู้ร้องยังต้องแบกรับภาระอยู่อีกเกือบ 4 แสนบาท 

อ่านเพิ่มเติมการหายตัวไปของนายสุรชัยและคนสนิม การยื่นคำร้องและคำเบิกความต่อศาลของนายดุสิตที่ ไต่สวนขอลดค่าปรับนายประกัน คดี ‘สุรชัย’ ร่วมล้มประชุมอาเซียน ญาติตามหาสุดความสามารถ คาด ‘สุรชัย’ เสียชีวิตแล้ว

โดยในวันนี้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องของนายดุสิต เนื่องจากเห็นว่าไม่มีหลักฐานการเสียชีวิตหรือใบมรณบัตรของนายสุรชัย มาแสดง อีกทั้งคลิปข่าวไทยรัฐทีวีที่อ้างส่งศาลก็ไม่ได้ระบุว่า ศพที่พบเป็นศพของนายสุรชัย กรณีจึงยังไม่มีเหตุลดค่าปรับตามสัญญาประกัน

คำสั่งยกคำร้องศาลจังหวัดพัทยามีรายละเอียดดังนี้

“พิเคราะห์พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบในชั้นไต่สวนโดยตลอดแล้ว ได้ความว่า ผู้ร้องเป็นนายประกันของนายสุรชัย แซ่ด่าน จำเลยที่ 9  เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2557 จำเลยที่ 9 ผิดสัญญาประกันเนื่องจากหลบหนีไม่มาศาล ศาลจึงมีคำสั่งออกหมายจับจำเลยที่ 9 และปรับนายประกันเต็มตามสัญญาประกัน ผู้ร้องอ้างว่า จำเลยที่ 9 กับผู้ติดตามอีก 2 คน หลบหนีไปอยู่ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และไม่เคยกลับมาประเทศไทย ต่อมา ผู้ร้องทราบว่าเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2561 คนในบ้านที่จำเลยที่ 9 อาศัยอยู่รวม 3 คนหายไป และต่อมาต้นเดือนมกราคม  2562 มีการพบศพจำนวน 3 ศพ ลอยอยู่ในแม่น้ำโขงพื้นที่จังหวัดนครพนม จากการตรวจชันสูตร DNA ของศพทั้งสองทราบว่า คือ นายกาสะลองและนายภูชนะ แต่ศพที่ 3 ได้สูญหายไปจึงไม่ทราบว่าศพที่ 3 ที่สูญหายไปเป็นของจำเลยที่ 9 หรือไม่ เนื่องจากผู้ร้องไม่มีหลักฐานการเสียชีวิตหรือใบมรณบัตรของจำเลยที่ 9 มาแสดง อีกทั้งข่าวที่ปรากฏในข่าวไทยรัฐทีวีในแผ่น DVD ที่อ้างส่งศาลก็ไม่มีระบุว่าเป็นศพของจำเลยที่ 9 เมื่อผู้ร้องยังไม่มีหลักฐานการเสียชีวิตของจำเลยที่ 9 มาแสดงกรณีจึงยังไม่มีเหตุลดค่าปรับตามสัญญาประกัน จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เก็บพับ”

นายอานนท์ นำภา ทนายความของผู้ร้องเปิดเผยว่า นายดุสิตมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของศาลจังหวัดพัทยาได้ ซึ่งทนายจะได้ปรึกษากับนายดุสิตต่อไปว่า จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 ระบุว่า “ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล ศาลมีอำนาจสั่งบังคับตามสัญญาประกันหรือตามที่ศาลเห็นสมควรโดยมิต้องฟ้อง และศาลอาจสั่งงดการบังคับตามสัญญาประกันหรือลดจำนวนเงินที่ต้องใช้ตามสัญญาประกันก็ได้ โดยคำนึงถึงความพยายามของผู้ประกันในการติดตามตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนี รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นว่ามีมากน้อยเพียงใดประกอบด้วย” 

ทั้งนี้ ในการไต่สวนคำร้องของศาล นายดุสิต หลานของนายสุรชัย ซึ่งเป็นนายประกัน ก็ได้เบิกความถึงปัจจัยแวดล้อม ได้แก่ นายสุรชัยหายตัวไปพร้อมคนสนิท 2 คน และต่อมาพบศพซึ่งชันสูตรได้ว่า เป็นศพของคนสนิททั้งสอง รวมทั้งมีอีก 1 ศพ ที่มีลักษณะเช่นเดียวกัน ลอยมาติดริมตลื่งในพื้นที่ใกล้เคียงกัน แต่ได้สูญหายไป ที่ทำให้ญาติสันนิษฐานว่า นายสุรชัยได้เสียชีวิตแล้ว แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานการเสียชีวิตของนายสุรชัย ตลอดจนความพยายามของนายดุสิตในการติดตามหานายสุรชัยร่วมกับครอบครัวนายสุรชัยอย่างสุดความสามารถ เช่น เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรท่าอุเทน เพื่อให้ทำการสืบสวนสอบสวน, ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ UN, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งน่าจะเป็นเหตุให้ศาลจังหวัดพัทยางดการบังคับตามสัญญาประกันหรือลดจำนวนเงินที่ต้องชำระเป็นค่าปรับต่อศาลได้ 

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (ภาพโดย ประชาไท)

 

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ตัดสินใจเดินทางออกนอกประเทศพร้อมไกรเดช ลือเลิศ หลังทราบข่าวการประกาศกฎอัยการศึกในเช้าวันที่ 20 พ.ค. 2557 ซึ่งหลายคนคาดหมายได้อยู่แล้วว่า ทหารต้องเข้ายึดอำนาจหลังจากนั้น นอกจากนิสัยรักความเป็นธรรมที่ไม่ยอมรับอำนาจทหารมาตลอดตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ความเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองกลุ่มแดงสยาม รวมถึงข่าวคราวที่รับรู้มาว่าจะถูกดำเนินคดี 112 อีก หลังพ้นโทษเมื่อเดือนตุลาคม 2556 ได้ไม่นาน ประกอบกับปัญหาด้านสุขภาพ เป็นเหตุผลในการตัดสินใจครั้งสำคัญ (อ่านเพิ่มเติมจากบทสัมภาษณ์ปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์)

หลังการรัฐประหารใน 2 วันต่อมา คสช.ได้ออกคำสั่งที่ 5/2557 ให้นายสุรชัยเข้ารายงานตัวต่อ คสช. ในวันที่ 24 พ.ค. 2557 และเรียกซ้ำอีกครั้งโดยคำสั่ง คสช.ที่ 57/2557 ให้เข้ารายงานตัวในวันที่ 10 มิ.ย. 2557 ก่อนศาลทหารอนุมัติหมายจับ ฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2557 ในช่วงการลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้าน นายสุรชัยยังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองผ่านการจัดรายการเผยแพร่ทางยูทูบวิพากษ์วิจารณ์ คสช. โดยคลิปรายการของนายสุรชัยมีการบันทึกและโพสต์ครั้งสุดท้ายในช่วงสายของวันที่ 11 ธ.ค. 2561 ก่อนการหายตัวไปในวันที่ 12 ธ.ค. 2561