20 ม.ค. 2563 เวลา 13.00 น. ธนวัฒน์ วงค์ไชย ผู้ประสานงานกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ (สน.บางซื่อ) หลังจากถูกออกหมายเรียก พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 จากการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่ สวนวชิรเบญจทัศ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2563 โดยนายธนวัฒน์ ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ยืนยันว่ากิจกรรมวิ่งไล่ลุงไม่ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 และจะขอให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือในรายละเอียดพร้อมระบุพยานหลักฐานต่าง ๆ ต่อพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 31 ม.ค. 2563 และพนักงานสอบสวนนัดส่งตัวให้อัยการพร้อมสำนวนการสอบสวนในวันที่ 4 ก.พ. 2563 เวลา 09.00 น.

ทั้งนี้ ในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาได้ระบุว่า ก่อนจัดกิจกรรมผู้จัดงานได้มีการแจ้งขอความอนุเคราะห์จาก สน.บางซื่อ เพื่อสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่มาดูแลความปลอดภัย ณ วันจัด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้มีหนังสือแจ้งมาถึงผู้จัดงานว่า กิจกรรมดังกล่าว อาจเข้าข่ายการชุมนุมสาธารณะ และให้ผู้จัดแจ้งการชุมนุมเป็นหนังสือต่อหัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่ทราบ ก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชม. แต่ธนวัฒน์ได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า กิจกรรมวิ่งไล่ลุงเป็นสิทธิเสรีภาพที่ประชาชนสามารถกระทำได้โดยชอบ เพราะได้รับการรับรองคุ้มครองไว้ตามรัฐธรรมนูญ และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ประกอบกับกิจกรรมวิ่งไล่ลุงเป็นกีฬา ไม่ถือเป็นการชุมนุมสาธารณะ และไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องแจ้งการชุมนุมสาธารณะ ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ จึงไม่ได้ทำหนังสือแจ้งการชุมนุม

บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาระบุอีกว่า ต่อมา วันที่ 12 ม.ค. 2563 ซึ่งเป็นวันจัดกิจกรรม ในระหว่างวิ่งมีผู้ร่วมกิจกรรมวิ่งบางคนชูสามนิ้ว หรือสวมใส่ถุงผ้าสีขาวมีรูป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และมีข้อความ “ฉันเกิดในรัฐบาลประยุทธ์ ลำบากยากจน” จนกระทั่งถึงเวลาสิ้นสุดกิจกรรม ผู้จัดได้แจ้งให้ผู้ร่วมกิจกรรมมารวมตัวกันที่หน้าเวที และนายธนวัฒน์ได้ขึ้นไปมอบรางวัลให้กับผู้ชนะ และกล่าวปิดงานกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ด้วยเครื่องขยายเสียง และหลังจากธนวัฒน์กล่าวขอบคุณเสร็จได้มีการชูสามนิ้ว อันเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของ “สันติภาพ เสรีภาพ ภราดรภาพ” ลักษณะเดียวกันกับภาพยนต์เรื่อง “The Hunger Games” และผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ถือกระดาษมีข้อความ “เบื่อประยุทธ์” “หยุด รธน.60” “แก้ไขรัฐธรรมนูญ” “วิ่งไล่ และรูปลักษณะคล้ายสัตว์เลื้อยคลาน” และเมื่อนายธนวัฒน์กล่าวจบ ได้มีโฆษกตะโกนผ่านเครื่องขยายเสียงว่า “แก๊งลุง” “ไดโนเสาร์” “ธรรมนัส” “ประยุทธ์” และเมื่อสิ้นเสียงดังกล่าวแต่ละคำ ผู้ร่วมกิจกรรมจะร้องตะโกน “ออกไป” จากเหตุการณ์ข้างต้น  พ.ต.อ.กฤษฎางค์ จิตตรีพล ผกก.สน.บางซื่อ ผู้กล่าวหาเห็นว่า กิจกรรมดังกล่าวไม่ใช่กิจกรรมกีฬาเพื่อการกุศล แต่เป็นการจัดการชุมนุมทางการเมือง โดยแอบแฝงด้วยการทำกิจกรรมดังกล่าว และเป็นการชุมนุมในที่สาธารณะเพื่อเรียกร้อง สนับสนุน คัดค้าน หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยแสดงออกต่อประชาชนทั่วไป และบุคคลอื่นสามารถเข้าร่วมชุมนุมนั้นได้ อันเป็นการชุมนุมสาธารณะ ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ แต่ผู้จัดการชุมนุมดังกล่าวไม่แจ้งการชุมนุมให้ผู้กล่าวหาทราบ

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่คดีแรกหลังจากที่มีการจัดกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมขึ้นในหลายจังหวัด ปัจจุบันมีคนถูกดำเนินคดีจากกิจกรรมดังกล่าวแล้วรวม 10 คดี จำนวนผู้ถูกดำเนินคดี 8 คน โดยแบ่งเป็น ข้อหา “จัดการชุมนุมโดยไม่แจ้งชุมนุมก่อน 24 ชม.” 8 คดี  ที่กรุงเทพฯ, นนทบุรี, นครสวรรค์, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ยโสธร, นครพนม และกาฬสินธุ์ 

และอีก 2 คดี เกิดขึ้นที่แพร่ และกาฬสินธุ์ โดยตำรวจเปรียบเทียบปรับไปแล้วทั้งสองจังหวัด ในข้อหาใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้เส้นทางผิวการจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาต 

หมายเหตุ: มีการแก้ไขตัวเลขผู้ถูกดำเนินคดี วันที่ 24 ม.ค. 2563 เวลา 18.15 น.