เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 63 ที่ สภ.เมืองเชียงราย ทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้เข้ายื่นหนังสือขอเลื่อนนัดการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาของกลุ่มผู้จัดกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง เชียงราย” จำนวน 5 ราย หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา ไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ แต่ผู้ถูกออกหมายเรียกติดภารกิจ จึงขอเลื่อนนัดกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปก่อน และเตรียมต่อสู้คดีต่อไป

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 63 ทางทีมผู้จัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงที่จังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองเชียงราย ว่าได้มีการออกหมายเรียกทีมผู้จัดจำนวน 5 คน ในข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ แล้ว โดย 5 คนเป็นผู้ที่ร่วมในการยืนอ่านแถลงการณ์ก่อนการปล่อยตัวนักวิ่ง

ต่อมา วันที่ 29 ม.ค. ผู้ถูกออกหมายเรียกทยอยได้รับหมายเรียก ลงวันที่ 25 ม.ค. 2563 ออกโดย ร.ต.อ.ศรีเดช สุวรรณ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย ในข้อหา “ร่วมกันประสงค์จะจัดการชุมนุมสาธารณะ ไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง” หมายเรียกระบุผู้กล่าวหาในคดี ได้แก่ พ.ต.ท.เทพสวัสดิ์ สุภาวรรณ ระบุให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 31 ม.ค. 2563 เวลา 10.00 น.

แต่เนื่องจากในวันเวลาดังกล่าว ผู้ถูกออกหมายเรียกหลายคนติดภารกิจ และบางรายต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ทำให้ทั้ง 5 คน มอบหมายให้ทนายความเข้ายื่นหนังสือขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาออกไป โดยประสงค์จะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันในวันที่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 10.30 น. โดยทางร้อยเวรได้รับเรื่องดังกล่าวไว้

ทั้งนี้ ผู้ถูกออกหมายเรียกทั้ง 5 ราย ได้แก่ นายเอกรัฐ มัชฌิมา, นางสาวนรินนิราน์ แสงขาม, นายกฤตตฤณ สุขบริบูรณ์, นายภัทรกฤต ดวงสนิท และนายนิรุตติ์ แก้วกันทา

ภาพกิจกรรมวิ่งไล่ลุงที่หาดเชียงราย เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 63

สำหรับกิจกรรมวิ่งไล่ลุงที่จังหวัดเชียงราย เมื่อเย็นวันที่ 12 ม.ค. 63 จัดขึ้นที่หาดเชียงราย (พัทยาน้อย) โดยก่อนหน้านั้นทางผู้จัดได้ประกาศสถานที่รวมพลก่อนวิ่งเป็นที่ลานหน้ารูปปั้น ร.5 ศาลากลางหลังเก่า และได้มีตัวแทนของกลุ่มเข้ายื่นหนังสือแจ้งเส้นทางการวิ่งกับตำรวจจราจรเอาไว้ แต่ไม่มีการตอบรับจากเจ้าหน้าที่

ก่อนหน้าการจัดวิ่ง กลับได้มีการเผยแพร่เอกสารของจังหวัดเชียงรายในการจัดกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์” ทำความสะอาดถนนบริเวณลานหน้ารูปปั้น ร.5 ศาลากลางหลังเก่า ในวันเวลาเดียวกันกับกิจกรรมวิ่งไล่ลุง  ทั้งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองเชียงรายยังเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ว่าวันเวลาที่มีการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงนั้น ทางตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายมีภารกิจถวายความปลอดภัยแด่พระราชวงศ์ และเส้นทางขบวนเสด็จเป็นเส้นทางที่ทับซ้อนกัน ในเวลาที่คาบเกี่ยวกันพอดี จึงไม่สามารถอนุญาตให้ใช้ผิวการจราจร ทางสาธารณะ ในการประกอบกิจกรรมดังกล่าวได้

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย ยังได้นัดหมายทีมผู้จัดกิจกรรมเพื่อพูดคุยก่อนหน้าวันจัดกิจกรรม รวมทั้งในช่วงกลางคืนของวันที่ 11 ม.ค. โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าไม่สามารถให้จัดวิ่งได้ แม้ทางผู้จัดจะพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนเส้นทางวิ่งไม่ให้ทับซ้อนกับขบวนเสด็จแล้วก็ตาม ทั้งเจ้าหน้าที่ยังมีการกดดันหน่วยงานองค์กรต่างๆ ในจังหวัดไม่ให้ใช้สถานที่หรือให้ความร่วมมือในการจัดวิ่งไล่ลุงนี้

ก่อนที่เวลา 3.00 น. ของวันที่ 12 ม.ค. 63 ทางผู้จัดกิจกรรมได้ประกาศย้ายสถานที่จัดวิ่งไปยังหาดเชียงรายแทน และจัดวิ่งขึ้นได้บนเส้นทางรอบสวนสาธารณะหาดเชียงรายในที่สุด

จนถึงปัจจุบัน จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน หลังจากกิจกรรมวิ่งไล่ลุงเมื่อวันที่ 12 ม.ค. มีผู้ถูกดำเนินคดีเรื่องการไม่แจ้งการชุมนุมแล้ว 17 ราย ในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, นนทบุรี, บุรีรัมย์, นครพนม, สุรินทร์, ยโสธร, กาฬสินธุ์, นครสวรรค์, พิษณุโลก, ลำพูน, เชียงราย, พังงา และตรัง

ทั้งนี้ ข้อหาดังกล่าวมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ตามมาตรา 28 ของ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558

ดูในรายงาน การออกวิ่งที่เต็มไปด้วยขวากหนาม: ภาพรวมการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในกิจกรรม #วิ่งไล่ลุง ทั่วไทย