วันนี้ (3 ก.พ. 2563) เวลา 9.00 น. ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ อัยการจังหวัดสมุทรปราการนัดฟังคำสั่งฟ้อง ในคดีของนายวรวุฒิ บุตรมาตร ในคดี “ประชามติบางเสาธง” เหตุกรณีแจกใบปลิวที่ตลาดการเคหะบางพลีเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2559

อัยการยื่นฟ้องวรวุฒิ ในฐานความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 เรื่องการมั่วสุมชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป และร่วมกันก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงประชามติไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  ตาม พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2559

ศาลได้รับฟ้องคดีไว้ ทางจำเลยได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวเป็นสลากออมสินมูลค่าสองแสนบาท และศาลได้อนุญาตให้ประกันตัว พร้อมกำหนดนัดคุ้มครองสิทธิ ในวันที่ 6 ก.พ. 2563 เวลา 09.00 น  และนัดพร้อมเพื่อรวมการพิจารณากับคดีหลักในวันที่ 2 มี.ค 2563 เวลา 13.30 น.  

กรณีนี้มีผู้ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีแล้ว 11 คน ได้แก่ เตือนใจ (สงวนนามสกุล), สุมนรัตน์ (นามสมมติ), กรชนก (สงวนนามสกุล), รักษ์ชาติ วงศ์อภิชาติ, รังสิมันต์ โรม, กรกช แสงเย็นพันธ์, อนันต์ โลเกตุ, ธีรยุทธ นาขนานรำ, ยุทธนา ดาศรี, สมสกุล ทองสุกใส, และนันทพงศ์ ปานมาศ   

 

โอนจากศาลทหาร และยังฟ้องคำสั่งหัวหน้า คสช. 3/2558 อยู่

คดีประชามติบางเสาธง เป็นคดีที่โอนย้ายคดีมาจากศาลทหาร หลังจากที่นัดฟังคำสั่งโอนย้ายคดี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 และกำหนดนัดพร้อม จำเลยทั้ง 11 คน ไปเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา 

ทั้งหมดถูกกล่าวหาจากการแจกเอกสารรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในการลงประชามติ บริเวณตลาดการเคหะบางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2559

ก่อนหน้านี้ศาลทหารสั่งให้จำหน่ายคดีในข้อหาความผิดเรื่องการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ตามคำสั่งหัวหน้า  คสช. ที่ 3/2558 เนื่องจากคำสั่งยกเลิกไปแล้ว แต่คดียังเหลือข้อหาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 มาตรา 61 

อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสังเกตคือ แม้ในคดีก่อนหน้าจะมีการจำหน่ายคดี ในข้อหาคำสั่งหัวหน้า  คสช. ที่ 3/2558 ไปแล้ว แต่กรณีของวรวุฒิ อัยการกลับยังคงมีการฟ้องในข้อหานี้ต่อศาลอยู่