วันที่ 13 ก.พ. 63 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย  5 ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุงที่จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 12 ม.ค. 63  เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลังจากถูกออกหมายเรียกในข้อกล่าวหาเรื่องการร่วมกันประสงค์จะจัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรม 5 คน ที่จะถูกดำเนินคดี คือผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ได้ยืนร่วมอ่านแถลงการณ์ก่อนการปล่อยตัวนักวิ่งที่สวนสาธารณะหาดเชียงราย (พัทยาน้อย) จากกิจกรรมดังกล่าว 

วันนี้เวลาประมาณ 10.30 น. ผู้ถูกออกหมายเรียกทั้ง 5 คน ได้แก่ นายเอกรัฐ มัชฌิมา, นางสาวนรินนิราน์ แสงขาม, นายกฤตตฤณ สุขบริบูรณ์, นายภัทรกฤต ดวงสนิท และนายนิรุตติ์ แก้วกันทา ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมด้วยทนายความ ตามที่ได้ยื่นหนังสือขอเลื่อนวันไว้ก่อนหน้านี้ แต่กลับปรากฎว่าพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนติดภารกิจฝึกซ้อมกระบี่ในช่วงเช้า โดยไม่ได้มีการแจ้งกับผู้ถูกออกหมายเรียกซึ่งได้นัดหมายวันเวลารับทราบข้อกล่าวหาไว้ก่อนแล้ว ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องนัดหมายเวลาพบกับพนักงานสอบสวนใหม่อีกครั้งเป็นเวลา 15.00 น. 

จากนั้นเมื่อถึงเวลานัดหมายใหม่ ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5  คน ได้เข้าพบกับพนักงานสอบสวน และได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 5 คน ว่า จากการสืบสวนหาข่าวของจนท.ตร. โดยได้รับคำสั่งจาก ผกก.สภ.เมืองเชียงราย พบว่าจะมีกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง เชียงราย” ในวันที่ 12 ม.ค. 63 โดยมีการขอความร่วมมือในการดูแลเส้นทางจราจรกับทางสภ.เมืองเชียงราย แต่ในวันจัดกิจกรรมดังกล่าวจะมีขบวนเสด็จผ่านเส้นทางวิ่ง ผกก.สภ.เมืองเชียงรายได้อาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.จราจรทางบก ไม่ให้ความร่วมมือกับกิจกรรมดังกล่าว แต่ยังปรากฎว่าในวันที่ 12 ม.ค. 63 ได้มีการจัดกิจกรรมขึ้นที่สวนสาธารณะหาดเชียงราย(พัทยาน้อย) โดยมีผู้ต้องหาทั้ง 5 เป็นแกนนำ จัดกิจกรรมระหว่าง 13.30-17.20 น. ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดฐานละเมิด พรบ. ชุมนุมสาธารณะฯ มาตรา 10 “ร่วมกันประสงค์จะจัดการชุมนุมสาธารณะไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง”

ด้านผู้ต้องหาทั้ง 5 คน เมื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ได้ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่ากิจกรรมวิ่งดังกล่าวเป็นกิจกรรมกีฬา ซึ่งได้รับการยกเว้นตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ มาตรา 3 (3) ทำให้ผู้จัดกิจกรรมดังกล่าวไม่ต้องแจ้งการชุมนุมสาธารณะ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ผู้ต้องหาทั้ง 5 จะขอยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อพนักงานสอบสวนภายใน 15 วัน ต่อไป 

สำหรับหมายเรียกผู้ต้องหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจออกโดย ร.ต.อ.ศรีเดช สุวรรณ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย ในข้อหา “ร่วมกันประสงค์จะจัดการชุมนุมสาธารณะ ไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง” โดยมีผู้กล่าวหาในคดี ได้แก่ พ.ต.ท.เทพสวัสดิ์ สุภาวรรณ ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 31 ม.ค. 2563 เวลา 10.00 น. ซึ่งก่อนหน้านี้ทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 5 คนได้เข้ายื่นหนังสือขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาเป็นวันที่ 13 ก.พ. 63 เวลา 10.30 น.  อีกทั้งมีผู้ต้องหาเพียง 1 คน ที่ได้รับหมายเรียกดังกล่าว ส่วนอีก 4 คน จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ทราบว่าได้ตกเป็นผู้ต้องหาจากการแจ้งของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง

ทั้งนี้ ข้อหา “ประสงค์จะจัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง” มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทเท่านั้น ตามมาตรา 28 ของ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558

จนถึงปัจจุบัน จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน หลังจากกิจกรรมวิ่งไล่ลุงเมื่อวันที่ 12 ม.ค. มีผู้ถูกดำเนินคดีเรื่องการไม่แจ้งการชุมนุมแล้ว 17 ราย ในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, นนทบุรี, บุรีรัมย์, นครพนม, สุรินทร์, ยโสธร, กาฬสินธุ์, นครสวรรค์, พิษณุโลก, ลำพูน, เชียงราย, พังงา และตรัง (อ่านรายงานประมวลสถานการณ์)